
นิรโทษกรรมกับเศรษฐกิจไทย
การชุมนุมประท้วงที่เริ่มเกิดจากการไม่เห็นด้วยกับ พ.ร.บ.นิรโทษกรรม มาถึงวันนี้ ได้ขยายขอบเขตไปถึงการขับไล่รัฐบาล โดยกลุ่มประท้วงได้รณรงค์ให้หน่วยงานต่างๆ หยุดงานประท้วง 3 วัน คือ วันที่ 13-15 พ.ย.นี้ และให้ชะลอการชำระภาษี ซึ่งปกติรายได้ที่มีภาษีมูลค่าเพิ่มจะต้องยื่นภายในวันที่ 15 ของทุกเดือน เป็นการประท้วงแบบอารยะขัดขืน
การชุมนุมประท้วงที่เริ่มเกิดจากการไม่เห็นด้วยกับ พ.ร.บ.นิรโทษกรรม มาถึงวันนี้ ได้ขยายขอบเขตไปถึงการขับไล่รัฐบาล โดยกลุ่มประท้วงได้รณรงค์ให้หน่วยงานต่างๆ หยุดงานประท้วง 3 วัน คือ วันที่ 13-15 พ.ย.นี้ และให้ชะลอการชำระภาษี ซึ่งปกติรายได้ที่มีภาษีมูลค่าเพิ่มจะต้องยื่นภายในวันที่ 15 ของทุกเดือน เป็นการประท้วงแบบอารยะขัดขืน
ผมเห็นจาก Social Media ที่บางบริษัทได้อนุญาตให้พนักงานสามารถหยุดงานเพื่อไปประท้วงได้ ถ้ามีการหยุดงานในวงกว้างอย่างที่ผู้นำกลุ่มประท้วงรณรงค์เกิดขึ้นจริงๆ บ้านเมืองคงโกลาหลกันน่าดู ลองคิดดูสิครับ ถ้าคุณหมอหยุดงาน คนไข้ที่รอหรือกำลังรักษาจะทำอย่างไร รถเมล์ เรือโดยสาร รถไฟฟ้า บีทีเอส รถไฟฟ้าใต้ดินรถไฟ หยุดให้บริการด้วย
เศรษฐกิจไทยก็จะหยุดชะงักทันที ถ้าผมเป็นผู้ส่งสินค้าจากเมืองไทย ผมคงต้องพิจารณาสั่งจากประเทศอื่นแทน เพราะเกรงว่าจะไม่ได้รับสินค้าตามกำหนด ยิ่งช่วงนี้เป็นการซื้อสินค้าสำหรับขายช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ด้วย การส่งออกซึ่งย่ำแย่มาตั้งแต่ต้นปี ก็คงจะแย่ลงไปอีก ซึ่งอาจจะมีผลกระทบไปถึงคำสั่งซื้อล็อตต่างๆ ในปีหน้าด้วย นักท่องเที่ยวคงจะเลื่อนเวลาหรือยกเลิกการเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย ซึ่งการท่องเที่ยวเป็นความหวังที่เหลืออยู่สำหรับเศรษฐกิจในปลายปีนี้
สำหรับการท่องเที่ยวแล้ว ช่วงปลายปีถึงต้นปีเป็นช่วงพีกของฤดูกาลท่องเที่ยวเลยทีเดียว ยิ่งเสื้อแดงก็ออกมาชุมนุมเพื่อสนับสนุนรัฐบาลด้วยเช่นกัน ดีนะที่ไปชุมนุมกันที่เมืองทองธานี ไกลจากกลุ่มผู้ชุมนุมขับไล่รัฐบาล ถ้ามาจัดชุมนุมใกล้ๆ กันมีหวังประเทศไทยคงได้ขึ้นหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ทั่วโลกเป็นแน่ เข้าทางคำเปรียบเปรยว่า “ยามสงบไทยรบกันเอง” จริงๆ
ล่าสุด ผู้บริหารพรรคประชาธิปัตย์ 8 ท่าน ลาออกจากการเป็น สส. เพื่อความสะดวกในการนำม็อบชุมนุม หลังจากที่ชุดก่อนคือคุณกรณ์ กับผู้บริหารพรรคที่ลาออกจากตำแหน่งรองหัวหน้าพรรค ถ้าการชุมนุมประท้วงยืดเยื้อ ผลกระทบต่อเศรษฐกิจก็จะมากขึ้น การใช้จ่ายในประเทศก็จะซบเซาลง พรรคเพื่อไทยคงจะยื้อสถานการณ์ไว้ให้นานที่สุด แต่ถ้าไม่สามารถจะยื้อไหว ทางเลือกของพรรคเพื่อไทยคงจะใช้วิธียุบสภาแทนที่จะลาออกปล่อยให้พรรคประชาธิปัตย์มาเป็นรัฐบาลแทนเป็นแน่
สิ่งที่หนักใจสำหรับพรรคเพื่อไทยก็คือ ถ้ามีการเลือกตั้งใหม่ พรรคเพื่อไทยน่าจะสูญเสียคะแนนเสียงไปมากพอดู ในขณะที่ประชาชนผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง คงเทคะแนนไปให้พรรคประชาธิปัตย์มากขึ้น และถ้าพรรคเพื่อไทยได้คะแนนเสียงไม่เกินกึ่งหนึ่งของที่นั่งในสภา มีโอกาสสูงที่พรรคการเมืองที่เหลือจะแปรพักตร์หันไปสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ฟอร์มรัฐบาลชุดใหม่ขึ้นมาบริหารประเทศแทน คดีคอร์รัปชั่นทั้งเก่าและใหม่คงจะมีการเร่งดำเนินการ เป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ของพรรคเพื่อไทยที่ย่ามใจมากเกินไป คิดว่ากุมเสียงส่วนใหญ่ในสภาแล้วจะออกกฎหมายอะไรก็ได้ แต่ผมคิดว่าเป็นสิ่งที่ดี ทำให้ต่อไปไม่ว่าพรรคการเมืองใดก็ตาม ที่คิดจะออกกฎหมายที่ไม่ถูกทำนองคลองธรรม จะได้ยับยั้งชั่งใจมากขึ้น
กลับมาดูที่ตลาดหุ้นบ้านเรา หลังจากศาลโลกมีคำพิพากษาคดีปราสาทพระวิหารเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา Set Index ก็เด้งขึ้นรับข่าวทันที จากการที่ตลาดหุ้นได้ Discount ข่าวนี้ไปก่อนหน้านี้แล้ว แนวรับที่ 1,380 ที่เคยให้ไว้ก็ยังสามารถรองรับแรงขายได้ดีช่วงนี้ ปัจจัยการเมืองยังกดดันตลาดอยู่จนกว่าจะมีทางออกที่ดีกว่านี้ ถ้าไม่มีเหตุการณ์รุนแรง แนวรับนี้ก็น่าจะทำงานได้ดี กลุ่มที่ควรจะหลีกเลี่ยงในระยะสั้นก็คือกลุ่มพาณิชย์ รับเหมา และโรงแรม ซึ่งมีปัจจัยลบจากหนี้ครัวเรือนที่สูง การประท้วง และความไม่แน่นอนของ พ.ร.บ. 2 ล้านล้านบาท
ผมจะจัดอบรมการลงทุนในหุ้นและอสังหาริมทรัพย์เต็มวัน ในวันที่ 24 พ.ย.นี้ ในหัวข้อ “จาก 1 ล้าน เป็น 500 ล้าน ผมทำอย่างไร” ที่โรงแรมดิเอมเรอรัลด์ รัชดาฯ สนใจติดต่อ 081-835-9274 หรือ 088-274-0434







