
คิวเฮ้าส์รับวิกฤตแรงงานสร้างบ้านพรีแฟบ100%
คิวเฮ้าส์เพิ่มบ้านพรีแฟบระดับกลางล่าง 100% รับมือแรงงานวิกฤต
คิวเฮ้าส์เพิ่มบ้านพรีแฟบระดับกลางล่าง 100% รับมือแรงงานวิกฤต
เร่งเพิ่มไลน์ผลิตโรงงานฟรีแฟบ ขยายสัดส่วนบ้านพรีแฟบระดับกลางล่าง เป็น 100% ปีหน้า
นายรัตน์ พานิชพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ควอลิตี้ เฮ้าส์ หรือคิวเฮ้าส์ เปิดเผยว่าในปี 2557 คาดว่าปัญหาวิกฤตแรงงานจะรุนแรงมากขึ้น เนื่องจากถูกดึงไปในโครงการลงทุนคมนาคม 2 ล้านล้านบาทของรัฐบาล ซึ่งจะส่งผลให้ต้นทุนค่าก่อสร้างโดยรวมเพิ่มขึ้น 510% บริษัทจึงหันมาใช้ระบบก่อสร้างสำเร็จรูป หรือพรีแฟบ เพิ่มมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม บริษัทตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนการใช้พรีแฟบในบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮาส์กลุ่มราคาระดับกลางล่าง จากปัจจุบันใช้อยู่ 30% เพิ่มเป็น 100% ภายในสิ้นปีหน้า หรือต้นปี 2558 พร้อมทั้งเพิ่มการใช้ในคอนโดมิเนียมด้วย โดยปีหน้ามีแผนลงทุนอีก 20-30 ล้านบาท เพิ่มไลน์การผลิตโรงงานพรีแฟบ ซึ่งจะทำให้สัดส่วนการใช้พรีแฟบจากโรงงานและซื้อจากผู้ผลิตภายนอก เพิ่มเป็น 30% ต่อ 70 % จากปัจจุบัน 20% ต่อ 80% เพราะเชื่อว่าในอนาคตผู้ประกอบการจะหันมาใช้ผลิตภัณฑ์พรีคาสมากขึ้นอาจทำให้สินค้าขาดตลาดได้
นอกจากนี้ ยังเชื่อว่าสถาบันการเงินจะยังมีความเข้มงวดสินเชื่อรายย่อยต่อเนื่องในปีหน้า ดังนั้นบริษัทจะเพิ่มสัดส่วนเงินดาวน์คอนโดมิเนียมเป็น 15-20% จากเดิม 10-15% จากปัจจุบันลูกค้าของบริษัทที่ถูกธนาคารปฏิเสธสินเชื่อมีสัดส่วน 10%ซึ่งบริษัทยังได้แนะนำให้ลูกค้าที่มีอาชีพอิสระฝากเงินประจำทุกเดือนเพื่อให้ขอสินเชือ่ได้ง่ายขึ้น
ทั้งนี้ ปีหน้าจะใช้เงินลงทุน 1.1 หมื่นล้านบาท สำหรับซื้อที่ดิน 3,000 ล้านบาท และงบก่อสร้าง 8,000 ล้านบาทซึ่งปัจจุบันบริษัทมีที่ดินรองรับการพัฒนาในกรุงเทพฯ 13 แปลง ต่างจังหวัด 8 แปลง และไตรมาสสุดท้ายปีนี้ มีแผนเปิดตัวอีก 5 โครงการ มูลค่ารวม 3,197 ล้านบาท โดยรายได้ 9 เดือนอยู่ที่ 14,974 ล้านบาท เติบโต 57% มีกำไรสุทธิ 882 ล้านบาทลดลง 17% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
มาสเดียวกันของปี 2555
3 ไตรมาสที่ผ่านมามี รายได้รวม 5,343 ล้านบาท เติบโต 20 %
แบ่งเป็นรายได้จากการขายบ้านพร้อมที่ดินและคอนโดมิเนียม 5,000 ล้านบาท เติบโต 68% รายได้จากค่าเช่าและค่าบริการ 306 ล้านบาท และ รายได้อื่นอีก 37 ล้านบาท ในขณะที่รายได้ 9 เดือนอยู่ที่ 14,974 ล้านบาท เติบโต 57% มีกำไรสุทธิ 882 ล้านบาท ลดลง 184 ล้านบาท คิดเป็น 17% จากไตรมาสเดียวกันของปี 2555
นอกจากนี้บริษัทมีกำไรพิเศษที่เกิดจากการขายทรัพย์สินและโอนสิทธิการเช่าอาคารเข้ากองทุนอสังหาริมทรัพย์ และมีกำไรสุทธิยอดสะสม 9 เดือนอยู่ที่ 2,580 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 893 ล้านบาท เติบโต 53% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน







