
IMFชมศก.ไทยแกร่ง-แนะรับดอกเบี้ยขาขึ้น
ไอเอ็มเอฟประเมินเศรษฐกิจไทยยังแกร่ง พร้อมแนะรับนโยบายดอกเบี้ยขาขึ้นตามแนวโน้มเงินเฟ้อ ติงออกกติกาคุมนันแบงก์และแบงก์รัฐ
ไอเอ็มเอฟประเมินเศรษฐกิจไทยยังแกร่ง พร้อมแนะรับนโยบายดอกเบี้ยขาขึ้นตามแนวโน้มเงินเฟ้อ ติงออกกติกาคุมนันแบงก์และแบงก์รัฐ
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประกาศผลการรายงานภาวะเศรษฐกิจไทยประจำปี 2556 ของคณะกรรมการบริหารของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (Executive Board of the International Monetary Fund: IMF) เมื่อวันที่ 20 ก.ย.ที่ผ่านมาดังนี้
1. ประเทศไทยสามารถบริหารจัดการนโยบายเศรษฐกิจมหภาคได้ดีในช่วงที่ผ่านมา และมีพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง จากอัตราเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับต่ำ ฐานะการเงินของธนาคารพาณิชย์ และภาคธุรกิจ ที่ยังอยู่ในเกณฑ์ดี เงินสำรองระหว่างประเทศที่อยู่ในระดับสูง และระดับหนี้สาธารณะที่สามารถบริหารจัดการได้
2. การดำเนินนโยบายการคลังในปัจจุบันมีความเหมาะสม อย่างไรก็ดีการปรับสมดุลภาคการคลัง (fiscal consolidation) อย่างค่อยเป็นค่อยไปจะช่วยเพิ่มความสามารถทางการคลัง (fiscal space) เพื่อดูแลเศรษฐกิจในระยะปานกลาง และรองรับการใช้จ่ายที่มีความจจำเป็นเร่งด่วนตามแผนของรัฐบาลได้ นอกจากนี้ ไอเอ็มเอฟยังสนับสนุนการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน การศึกษา ตลอดจนการทดแทนการให้เงินอุดหนุนทั่วไป ด้วยมาตรการที่มุ่งให้ความช่วยเหลือเฉพาะกลุ่ม
3. การดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายในปัจจุบันมีความเหมาะสม แต่ทางการควรเตรียมพร้อมในการลดการผ่อนคลาย เพื่อเข้าสู่การดำเนินนโยบายแบบปกติ (normalisation) หากแรงกดดันเงินเฟ้อมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และไอเอ็มเอฟเห็นว่าฐานะทุนสำรองระหว่างประเทศที่แข็งแกร่ง รวมถึง ระบบอัตราแลกเปลี่ยนที่มีความยืดหยุ่นและความพร้อมในการดำเนินมาตรการที่ผสมผสารระหว่างนโยบายการเงินและสถาบันการเงิน หรือ macroprudential ของไทย จะมีส่วนช่วยบรรเทาความผันผวนของเศรษฐกิจโลกในระยะข้างหน้าได้
4.ทางการไทยควรเร่งดำเนินการปรับปรุงกฎเกณฑ์และระเบียบการกำกับดูแลสถาบันการเงิน ที่มิใช่ธนาคาร(นันแบงก์)และสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ (Specialised Financial Institutions: SFIs) ให้รัดกุมขึ้น เพื่อรักษาเสถียรภาพของระบบการเงินโดยรวม
5. ทางการไทยควรส่งเสริมให้การเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นไปอย่างทั่วถึง และเป็นธรรมยิ่งขึ้น รวมถึงเร่งเพิ่มผลิตภาพของแรงงาน โดยเฉพาะการส่งเสริมทักษะแรงงานเพื่อบรรเทาปัญหาความไม่สมดุล ระหว่างทักษะแรงงานกับความต้องการของตลาด นอกจากนี้ ไอเอ็มเอฟยังให้การสนับสนุนแผนการลงทุน ด้านโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ เพื่อลดต้นทุนการขนส่ง ส่งเสริมการค้า และสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว







