
ตลาดหุ้นลาวลั่นพร้อมเปิดAECเร่งเพิ่มโบรกเกอร์หาสินค้า
ตลาดหลักทรัพย์ลาว (LSX) ซึ่งจัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 10 ต.ค. 2553 ที่ผ่านมา เริ่มติดเครื่องเตรียมความพร้อมในการเปิดเออีซี
โดย...แน่งน้อย ชัยรัตนมโนกร
ตลาดหลักทรัพย์ลาว (LSX) ซึ่งจัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 10 ต.ค. 2553 ที่ผ่านมา เริ่มติดเครื่องเตรียมความพร้อมในการเปิดเออีซี ในปี 2558 โดย “เดดพูวัง มูลรัตน์” ประธานคณะกรรมการ และหัวหน้าใหญ่ผู้บริหาร LSX เปิดห้องให้คณะผู้สื่อข่าวจากประเทศไทยสัมภาษณ์ ภายหลังบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอพีเอ็มลาว ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจที่ปรึกษาทางการเงิน
เดดพูวัง เล่าให้ฟังว่า ตลาดหลักทรัพย์ลาวเปิดดำเนินการมาแล้วกว่า 3 ปี แต่เป็นช่วง 3 ปีที่เงียบเหงา นอนไม่หลับเล0ย โดยประเมินว่าสาเหตุที่มีบริษัทเข้ามาจดทะเบียนน้อยมาก เพียง 2 บริษัทเท่านั้น ได้แก่ บริษัท ผลิตไฟฟ้าลาว (EDLGen) และธนาคารการค้าต่างประเทศลาว (BCEL) เกิดจากการมีบริษัทหลักทรัพย์หรือโบรกเกอร์ที่ให้บริการซื้อขายหลักทรัพย์น้อยเกินไป แค่ 2 บริษัทเช่นเดียวกัน คือ บล.BCELKT และ บล.ล้านช้าง
ดังนั้น จึงต้องรีบแก้ปัญหาด้วยการแก้กฎหมายเพิ่มจำนวนบริษัทหลักทรัพย์ จึงออกใบอนุญาตประกอบธุรกิจที่ปรึกษาทางการเงินให้กับบริษัทหลักทรัพย์เอพีเอ็มลาว และบริษัทหลักทรัพย์ลาวจีนในการทำธุรกิจหลักทรัพย์เต็มรูปแบบ เพื่อให้ทั้งสองบริษัทช่วยหาสินค้าใหม่ๆ เข้าจดทะเบียน นอกจากนั้นสถาบันการเงินจากญี่ปุ่นก็แสดงความสนใจเข้ามา ส่วนเกาหลีก็มาสอบถามแต่ได้หยุดการลงทุนแล้ว
การมีโบรกเกอร์ใหม่เพิ่มขึ้นมาอีก 2 แห่ง ก็ไม่ได้ทำให้ผิดหวัง เนื่องจากในปีนี้ตลาดหลักทรัพย์ลาวน่าจะมีบริษัท 1 แห่ง เข้าจดทะเบียน คือ บริษัท ลาวเวิลด์ ทำธุรกิจปิโตรเคมี ส่วนในปี 2557 บล.เอพีเอ็มลาว คาดว่าจะมีบริษัทอย่างน้อย 2 แห่ง เข้าจดทะเบียนได้ ได้แก่ ธุรกิจซีเมนต์ของกลุ่มสุกสมบูน และบริษัท ปิโตรเลียมเทรดดิ้งลาว ทำธุรกิจปั๊มน้ำมัน
ขณะเดียวกัน ตลาดหลักทรัพย์ลาวก็ได้ทำการวิจัย และพบว่า มีบริษัทและรัฐวิสาหกิจที่มีคุณสมบัติเข้าจดทะเบียนได้ถึง 1,068 บริษัท โดยมีจำนวน 38 บริษัท แสดงความสนใจเข้ามา เช่น บริษัท น้ำมันเชื้อเพลิง บริษัท ซีเมนต์ลาว บริษัท การบิน แต่มีเพียง 20 บริษัท ที่พร้อมจะเข้ามาจดทะเบียน นอกจากนี้ บริษัทที่จดทะเบียนอยู่แล้วก็น่ามีบริษัทลูกเข้ามาด้วย แต่การดำเนินการเชิญชวนบริษัทเข้ามาจดทะเบียนก็มีปัญหาบ้าง เช่น บางบริษัทพ่อแม่เห็นด้วย แต่ลูกยังไม่อยากจะเข้า ซึ่งก็ต้องเข้าไปคุยด้วย สำหรับเกณฑ์ในการเข้าจดทะเบียนบริษัทจะต้องมีกำไรต่อเนื่อง 3 ปี หรือมีกำไรตามที่กำหนด
อย่างไรก็ตาม บริษัทที่ต้องการเข้ามาจดทะเบียนจะต้องใช้เวลาในการปรับปรุงระบบบัญชี คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 23 ปี รวมถึงการมีบรรษัทภิบาลด้วย พร้อมๆ กับการให้ความรู้กับประชาชนในวงกว้าง ตลาดต้องร่วมมือกับโบรกเกอร์ เช่น บล.เอพีเอ็มลาว จัดสัมมนาให้ความรู้เรื่องการลงทุน กฎเกณฑ์ และมาตรฐานบัญชีตามหลักสากล
เดดพูวัง กล่าวว่า การเปิดดำเนินการของตลาดหลักทรัพย์ลาวมากว่า 3 ปี ก็มีส่วนที่ทำได้ตามมาตรฐานสากลแล้ว เช่น มูลค่าการซื้อขายอยู่ในเกณฑ์ดี และดัชนีหุ้นมีเสถียรภาพ เคลื่อนไหวไม่วูบวาบ นับตั้งแต่เปิดดัชนีหุ้นลาวไม่เคยเคลื่อนไหวต่ำกว่า 1,000 จุด ยกเว้นในช่วงเกิดวิกฤตการณ์โลก ดัชนีร่วงลงไป 900 จุด ตอนนี้ก็ขยับขึ้นมาแล้ว นอกจากนั้น ระบบการซื้อขายได้เตรียมความพร้อมรองรับการเปิดเออีซีแล้ว ในอนาคตตลาดจะมีขนาดใหญ่ขึ้น คาดว่าจะมีบริษัทจดทะเบียน 10 บริษัท ไม่เกินปี 2558
แต่การมีหุ้นซื้อขายเพียง 2 ตัว ก็ไม่ใช่ว่าตลาดหุ้นลาวจะไม่มีการปั่นหุ้นแต่อย่างใด
เดดพูวัง กล่าวว่า ตลาดเพิ่งเปิดเพียง 2 วัน ก็มีคนเข้ามาปั่นหุ้น ซึ่งได้สั่งปรับหนักมากถึง 50% ของมูลค่าการซื้อขายของรายการนั้น หลังจากนั้นก็ไม่มีการปั่นหุ้นเกิดขึ้นอีกแล้ว
“การเก็งกำไรเป็นเรื่องปกติในตลาดหุ้น แต่ไม่ใช่การปั่นหุ้นและยังมีช่องว่างในการหากำไรอยู่บนหลักเกณฑ์”
ส่วนช่วงราคาขึ้นลง ปัจจุบันกำหนดไว้ที่ 5% เนื่องจากนักลงทุนลาวยังไม่มีความรู้ และในอนาคตก็ยังคงอัตราขึ้นลงไว้ที่ 5% เช่นเดิม แต่จะขยายเวลาการซื้อขาย จากขณะนี้เปิดเวลา 08.3011.30 น. ปีหน้าจะเพิ่มอีกรอบ เวลา 13.3015.30 น. แต่ไม่เปลี่ยนวิธีการซื้อขายที่ใช้การจับคู่ โดยให้นักลงทุนเสนอราคาเข้ามาวันละ 6 ครั้ง หรือทุกๆ ครึ่งชั่วโมง และในเร็วๆ นี้จะมีการนำกระดานอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาใช้ แต่ยังไม่ได้ประเมินว่าจะเพิ่มปริมาณการซื้อขายอีกเท่าไร ปัจจุบันมีนักลงทุนมาเปิดบัญชีทั้งสิ้น 1 หมื่นบัญชี แบ่งเป็นนักลงทุนจีนมากที่สุด ตามด้วยไทย ญี่ปุ่น อื่นๆ และลาว
สำหรับวิสัยทัศน์ในการพัฒนาตลาดหลักทรัพย์ลาว เดดพูวัง กล่าวว่า จะใช้มาตรฐานสากล เช่น เรื่องสภาพคล่องในการซื้อขาย แต่กฎหมายยังไม่เปิดกว้างให้การไฟฟ้าลาว (ผลิตไฟฟ้าลาว) เข้าไปจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยเป็นแห่งที่สองหรือดูโอลิสติ้ง แต่เชื่อว่าเมื่อเปิดเออีซีแล้ว การจดทะเบียนหรือการซื้อขายหุ้นของประเทศในกลุ่มเอเชียจะข้ามกันได้ง่ายขึ้น ด้วยหลักเกณฑ์เดียวกันด้วย ไม่มีภาษีมาเป็นอุปสรรค
“เราจะตามกฎหมายเออีซีให้ทันและทำระบบเชื่อมโยงให้พร้อมการเปิดพรมแดน ในปี 2558” นี่คือบทสรุปการทำงานอย่างมีความสุขบนความท้าทาย มีสิ่งใหม่ๆ ให้เรียนรู้และปรับตัวให้ทันตามสถานการณ์ของท่านเดดพูวัง ซึ่งเป็นการร่วมก่อตั้งและเป็นผู้บริหารเบอร์ 1 คนแรก ของตลาด หลักทรัพย์ลาว ปัจจุบันมีอายุมากกว่า 60 ปี







