
‘IVL’พ้นก้นเหวปีหน้าอีบิตดาโต12%
IVL หั่นเป้ารายได้ปีนี้เหลือโต 12-13% มองผ่านจุดต่ำสุดแล้ว ปีหน้าอีบิตดารายได้โต 12% ไม่รวมซื้อกิจการ
IVL หั่นเป้ารายได้ปีนี้เหลือโต 12-13% มองผ่านจุดต่ำสุดแล้ว ปีหน้าอีบิตดารายได้โต 12% ไม่รวมซื้อกิจการ
นายดีลิป กุมาร์ อากาวาล กรรมการ บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส (IVL) เปิดเผยว่า บริษัทปรับลดเป้าหมายการเติบโตของรายได้ในปีนี้ลดลงเหลือ 12-13% จากเดิมที่วางไว้ที่ 15% จากปีก่อนที่มีรายได้ที่ 6,800 ล้านเหรียญสหรัฐ เนื่องจากได้รับผลกระทบจากราคาขายผลิตภัณฑ์โดยรวมลดลงตามทิศทางของราคาน้ำมันดิบ โดยในปีนี้ถือเป็นจุดต่ำสุดของภาพรวมธุรกิจผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีของบริษัท
ทั้งนี้ ยังคงเป้าหมายกำไรก่อนหักภาษี ค่าเสื่อม และดอกเบี้ยจ่าย (อีบิตดา) ไว้ที่ 500 ล้านเหรียญสหรัฐ แม้ราคาขายผลิตภัณฑ์จะลดลง แต่ราคาวัตถุดิบก็ปรับตัวลง ทำให้ต้นทุนการผลิตลดลงด้วย ส่งผลบริษัทยังสามารถรักษาส่วนต่างราคาวัตถุดิบและราคาขายผลิตภัณฑ์ (สเปรด) ไว้ได้ในระดับที่ดี
สำหรับในปี 2557 ประเมินภาพของธุรกิจจะเข้าสู่ช่วงการฟื้นตัว โดยบริษัทตั้งเป้าหมายการเติบโตของอีบิตดาตามเป้าหมายรายได้ที่วางไว้ประมาณ 12% ทั้งนี้ยังไม่รวมผลจากการเข้าซื้อกิจการ
“ปีหน้าเราเติบโตได้มาจากกำลังการผลิตใหม่ที่จะเข้าเพิ่มขึ้นอีกจำนวนประมาณ 5 แสนตัน โดยมาจากโรงงานใหม่ในอินโดนีเซียกำลังผลิต 3 แสนตัน ที่เริ่มผลิตในเดือนนี้ ซึ่งจะรับรู้รายได้เต็มปีในปีหน้า อีกทั้งยังมีแผนการขยายกำลังการผลิตโรงงานที่โปแลนด์เพิ่ม และในปีหน้ายังเดินเครื่องผลิตโรงงานผลิตภัณฑ์เต็มปี หลังจากในปีนี้มีการปิดซ่อมบำรุงเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต” นายดีลิป กล่าว
นอกจากนี้ ประเมินว่าภาพรวมธุรกิจผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี แบ่งเป็นผลิตภัณฑ์ MEG คาดว่าแนวโน้มราคาขายจะยังปรับเพิ่มขึ้นดีต่อเนื่องจากปีนี้ เนื่องจากได้ปัจจัยสนับสนุนจากกำลังการผลิตในตลาดหายไป เพราะมีผู้ประกอบการบางรายประสบปัญหาจนต้องปิดกิจการ ขณะที่ผลิตภัณฑ์ PET ราคายังมีเสถียรภาพต่อเนื่องจากปีนี้
สำหรับในปี 2557 คาดว่าบริษัทจะมีการใช้กำลังผลิตรวมของโรงงานทั่วโลกเพิ่มเป็นประมาณ 89% จากปีนี้อยู่ที่ประมาณ 85% ส่งผลบริษัทเริ่มกลับมามองหาโอกาสในการเข้าซื้อกิจการเป็นอีกวิธีเพื่อใช้เพิ่มการผลิต ทั้งนี้คาดว่าในไตรมาสแรกปี 2557 จะสามารถได้ข้อสรุปในการเข้าซื้อกิจการโรงงานผลิตผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติก PET เป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม (HVA) อีกทั้งคาดว่าภายในสิ้นปีหน้าจะสามารถสรุปการเข้าซื้อกิจการและการซื้อธุรกิจโรงงานพาราไซลีนในตะวันออกกลาง เพื่อใช้นำมาเป็นวัตถุดิบเพื่อผลิตผลิตภัณฑ์ของบริษัท
ขณะที่ใน 4 ปีข้างหน้ามีนโยบายจะเพิ่มสัดส่วนรายได้จากผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มเป็น 3035% จากปัจจุบันอยู่ที่ 25% โดยจะศึกษาแนวทางต่างๆ ในการควบรวมกิจการผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมากขึ้น เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์มีอัตรากำไรที่สูงกว่าผลิตภัณฑ์ปกติ







