
เอพีเอ็มลาวตีระฆัง‘สุกสมบูน’ตั้งกุนซือ
เอพีเอ็ม ลาว ไปได้สวย ได้ลูกค้ารายแรก “สุกสมบูน” ตั้งเป็นที่ปรึกษา
เอพีเอ็ม ลาว ไปได้สวย ได้ลูกค้ารายแรก “สุกสมบูน” ตั้งเป็นที่ปรึกษา
นายสมภพ ศักดิ์พันธ์พนม ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอพีเอ็ม ลาว ซึ่งเพิ่งได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจที่ปรึกษาทางการเงินใน สปป.ลาว เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 9 พ.ย.ที่ผ่านมา ที่นครเวียงจันทน์ บริษัทได้เซ็นสัญญากับกลุ่มบริษัท สุกสมบูน แต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษาทางการเงินและจัดโครงสร้างทางธุรกิจ เพื่อเตรียมความพร้อมในการนำธุรกิจปูนซีเมนต์เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ลาวในปี 2557 ซึ่งเป็นธุรกิจแรกในกลุ่มที่มีศักยภาพสูงที่สุด ปัจจุบันสร้างรายได้ให้กลุ่มประมาณ 700-800 ล้านบาท ส่วนธุรกิจโลจิสติกส์จะเข้าตลาดเป็นตัวต่อไป
“ขณะนี้ยังสรุปไม่ได้ว่าบริษัทซีเมนต์ที่จะนำเข้าตลาดหุ้นลาวมีทุนจดทะเบียนเท่าไร ประกอบด้วยบริษัทอะไรบ้างและจะมีมูลค่าสินทรัพย์เท่าใด เนื่องจากรอเวลาในการจัดโครงสร้างเสียก่อน” นายสมภพ กล่าว
ด้านนายจิตตะกอน สุกสมบูน ผู้อำนวยการ กลุ่มบริษัท สุกสมบูน กล่าวว่า ธุรกิจปูนซีเมนต์ของกลุ่มมีทั้งการผลิตและจำหน่ายภายใต้เครื่องหมายสินค้า “ช้างคำ” ซึ่งโรงงานผลิตที่เวียงจันทน์มีกำลังการผลิตอยู่ที่ประมาณ 4.5 แสนตันต่อปี และอาจจะมีการขยายในอนาคต
นอกจากนั้น บริษัทเพิ่งได้รับอนุมัติจากรัฐบาลให้ขุดดิน วัตถุดิบ หินปูน ดินเหนียว ให้แก่โรงงานซีเมนต์ลาวพัฒนาของบริษัท อุตสาหกรรมซีเมนต์ลาวพัฒนา ตั้งอยู่แขวงคำม่วน ระยะเวลาสัมปทาน 50 ปี และต่อได้อีก 50 ปี โดยบริษัทจะมีแหล่งวัตถุดิบที่สามารถผลิตปูนเม็ดกำลังการผลิตถึง 1.6 ล้านตันต่อปี ปัจจุบันอยู่ระหว่างการก่อสร้างโรงงาน คาดว่าจะแล้วเสร็จในปลายปี 2558
“ตอนนี้ลาวมีความต้องการใช้ปูนมากถึง 3.5 ล้านตันต่อปี ขณะที่ในประเทศมีกำลังการผลิตเพียง 1.7 ล้านตันต่อปี จึงต้องนำเข้าจากต่างประเทศ และจะต้องนำเข้าเพิ่มเรื่อยๆ เนื่องจากประเทศอยู่ระหว่างการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ” นายจิตตะกอน กล่าว
ขณะที่ปัจจุบันธุรกิจซีเมนต์ของกลุ่มมีทั้งหมด 4 บริษัท แบ่งเป็นบริษัทที่จดทะเบียนในประเทศไทย 2 บริษัท คือ บริษัท อุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ บีเอ็มซี และห้างหุ้นส่วนจำกัด บีเอ็มซี คอนกรีต ขณะที่อีก 2 บริษัทจดทะเบียนอยู่ใน สปป.ลาว ได้แก่ บริษัท อุตสาหกรรมซีเมนต์ ลาว และโรงงานผลิตซีเมนต์ บีเอ็มซี







