
CPF-TUFกำไรดีกว่าคาด
‘ธีรพงศ์’ยันธุรกิจผ่านจุดต่ำสุดแล้วโบรกเกอร์แห่ปรับเพิ่มเป้าหมาย
‘ธีรพงศ์’ยันธุรกิจผ่านจุดต่ำสุดแล้วโบรกเกอร์แห่ปรับเพิ่มเป้าหมาย
ธุรกิจอาหารพลิกล็อก CPFTUF กำไรดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF) เปิดเผยว่า ไตรมาส 3 ปีนี้ บริษัทมีกำไรสุทธิ 2,649 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% ส่วนยอดขายทำได้ 105,268 ล้านบาท เติบโต 8% รวม 9 เดือนมียอดขายจำนวน 285,886 ล้านบาท และกำไรสุทธิจำนวน 5,311 ล้านบาท
นายอดิเรก ศรีประทักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร CPF กล่าวว่า ผลงานในไตรมาส 3 ดีขึ้นจากไตรมาส 2 ที่ผ่านมา จากราคาไก่เนื้อและสุกรในประเทศที่ดีขึ้น
อย่างไรก็ตาม บริษัทยอมรับว่าผลการดำเนินงานในงวด 9 เดือน ไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยมีสาเหตุหลักมาจากผลกระทบของโรค EMS (Early Mortality Syndrome) ที่เกิดขึ้นในอุตสาหกรรมการเลี้ยง ซึ่งส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมและธุรกิจกุ้งของบริษัทมากกว่าที่คาดไว้ และราคากุ้งหน้าฟาร์มปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากผลผลิตลดลง ทำให้ต้นทุนในการผลิตกุ้งของโรงงานแปรรูปสูงขึ้น แต่คาดว่าจะเห็นผลผลิตกุ้งกลับมาเพิ่มมากขึ้นในช่วงไตรมาสแรกปี 2557
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ให้ความเห็นว่า CPF รายงานกำไรสุทธิดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ หากไม่รวมรายการพิเศษทางบัญชีและกำไรจากการขายหุ้นบริษัทซีพี ออลล์ (CPALL) กำไรปกติของ CPF ได้พลิกจากขาดทุนมาเป็นกำไร 1,100 ล้านบาท เนื่องจากราคาหมูและไก่ปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่ราคาข้าวโพดและกากถั่วเหลือง ซึ่งเป็นต้นทุนหลักของอาหารสัตว์ลดลง ธุรกิจกุ้งค่อยๆ ฟื้นตัวขึ้น ธุรกิจในต่างประเทศโดยเฉพาะ CPD ในประเทศจีนมีกำไรเติบโตขึ้น นอกจากนั้นยังมีเครดิตภาษี 419 ล้านบาท
ทั้งนี้ แม้ว่าผลการดำเนินงาน 9 เดือนแรกปีนี้มีสัดส่วนเพียง 66% ของคาดการณ์ปีนี้ ก็ยังคงประมาณการเดิม เนื่องจากผลประกอบการครึ่งหลังปีนี้มีสัญญาณการฟื้นตัวดีขึ้นกว่าครึ่งแรก จึงคงคำแนะนำ “ซื้อเก็งกำไร” โดยให้ราคาเป้าหมาย 26.70 บาท
นักวิเคราะห์ บล.ธนชาต ยังคงแนะนำ “ซื้อ” ให้ราคาเป้าหมายที่ 33 บาท หลังคาดการณ์แนวโน้มของกำไรจะไปในทางที่แข็งแกร่งขึ้นในปี 2557 เพราะจะไม่ขาดทุนจากธุรกิจกุ้ง
ขณะที่ข่าวดีเรื่องกำไรเหนือความคาดหมาย ส่งผลให้ราคาหุ้น CPF ปรับตัวขึ้นแรงกว่าตลาด โดยราคาปิดที่ 24.20 บาท เพิ่มขึ้น 0.60 บาท หรือ 2.54% ท่ามกลางมูลค่าการซื้อขายมากถึง 620 ล้านบาท
ด้านบริษัท ไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์ (TUF) แจ้งกำไรสุทธิไตรมาส 3 ที่ 1,004 ล้านบาท ลดลง 38% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และกำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปีนี้ 2,038 ล้านบาท ลดลง 50% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
อย่างไรก็ตาม กำไรไตรมาส 3 ดังกล่าวยังดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 739-888 ล้านบาท
นายธีรพงศ์ จันศิริ ประธานกรรมการบริหาร TUF กล่าวว่า ในไตรมาส 3 ที่ผ่านมา ยอดขายยังมีการเติบโตต่อเนื่อง โดยมียอดขายในรูปเงินเหรียญสหรัฐเท่ากับ 936 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 3% ส่วนยอดขายในรูปเงินบาทเท่ากับ 29,464 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% ขณะที่รวม 9 เดือนแรกยอดขายในรูปเงินเหรียญสหรัฐและรูปเงินบาทมีการเติบโตขึ้น 4% และ 2% ตามลำดับ
สำหรับสาเหตุที่กำไรสุทธิลดลงจากช่วง 9 เดือนแรกของปีก่อน มาจากราคาวัตถุดิบกุ้งและปลาทูน่าที่เกิดขึ้นในครึ่งปีแรก
“เชื่อว่าบริษัทได้ผ่านพ้นจุดที่ต่ำสุดมาแล้ว นอกจากนี้สถานการณ์ของวัตถุดิบกุ้งก็ดีขึ้นกว่าช่วงครึ่งปีแรก ส่วนในปีหน้าคาดว่ายังคงต้องเผชิญกับโรคระบาด EMS นี้ต่อไป แต่คงจะมีทิศทางดีขึ้นเนื่องจากผู้เลี้ยงกุ้งเริ่มสามารถปรับตัวอัตราการรอดของลูกกุ้งมีมากขึ้น จึงทำให้ผู้เลี้ยงมีความมั่นใจที่จะลงกุ้งมากขึ้น” นายธีรพงศ์ กล่าว
มาร์เก็ตติ้ง กล่าวว่า กำไรสุทธิของทั้ง CPF และ TUF ออกมาสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ น่าจะมีนักวิเคราะห์บางส่วนปรับประมาณการกำไรปีนี้และปีหน้าใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ราคาอาหารที่แท้จริง







