
แนะตลาดลุยโฟโม
เกาะคนไทยกลัวตกกระแสพกมือถือชงสร้างยี่ห้อผ่านออนไลน์สมาร์ทโฟน
เกาะคนไทยกลัวตกกระแสพกมือถือชงสร้างยี่ห้อผ่านออนไลน์สมาร์ทโฟน
ตลาดติดอาวุธยุค FOMO รับคนไทยกลัวตกกระแส ลุยออนไลน์สมาร์ทโฟนสร้างแบรนด์
นายอนุวัตร เฉลิมไชย นายกสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ในยุคที่พฤติกรรมผู้บริโภคกลัวตกกระแสหรือเทรนด์ต่างๆ ซึ่งเรียกว่า FOMO of Missing out จึงต้องพกโทรศัพท์มือถือไปทุกที่ เพื่อบริโภคข้อมูลข่าวสารตลอดเวลา ทำให้นักการตลาดต้องฉกฉวยและปรับแผนตลาดรับพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป
สำหรับพฤติกรรมกลัวการตกกระแสจะเกิดขึ้นกับกลุ่มคนเจนวายแซด (YZ) หรือผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 32 ปี ที่ส่วนใหญ่จะใช้โทรศัพท์สมาร์ทโฟนและอุปกรณ์ต่างๆ พร้อมกัน แม้กระทั่งกลุ่มเบบี้บูมเมอร์อายุ 50 ปี จะเริ่มหันมาเล่นไลน์ เฟซบุ๊ก ผ่านทางแท็บเล็ต
น.ส.ดั่งใจถวิล อนันตชัย นายกสมาคมวิจัยการตลาดแห่งประเทศไทย กล่าวว่า จากผลสำรวจผู้บริโภค 9 ประเทศ 8,933 คน อายุ 15*69 ปี เช่น ออสเตรเลีย เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และไทย พบว่ากลุ่มผู้บริโภค 9 ประเทศ มีพฤติกรรมการใช้สมาร์ทโฟนเล่นโซเชียลมีเดีย 83% และเจน X ใช้ 79% เบบี้บูมเมอร์ 65% และเจน ME ของไทย 81%
ขณะที่พฤติกรรมการซื้อสินค้าผ่านทางออนไลน์ ผู้บริโภค 9 ประเทศ สัดส่วนถึง 91% โดยมากจะซื้อเสื้อผ้า 58% หนังสือ 36% และนาฬิกาข้อมือ 33% กลุ่มเจน X ราว 93% กลุ่มเบบี้บูมเมอร์ 89% ส่วนไทย 83% สินค้าที่ซื้อส่วนใหญ่จะเป็นเสื้อผ้า 41% เครื่องสำอางน้ำหอม 34% นาฬิกาข้อมือ 32%
การทำตลาดกลุ่มเจน ME หรือผู้ที่มีอายุ 15-35 ปี สินค้าไม่จำเป็นต้องมีความหรูหรา แต่ต้องตอบโจทย์สะดวกใช้งานได้จริง และเป็นผู้ที่ใช้เม็ดเงินอย่างคุ้มค่าชอบโปรโมชั่นซื้อ 1 แถม 1 แต่ไม่ชื่นชอบการชิงโชคของรางวัล ส่วนการสร้างแบรนด์ต้องให้ผู้บริโภคเข้าไปมีส่วนร่วมกับแบรนด์หรือเปรียบเป็นผู้บริหารแบรนด์
ด้านการใช้สื่อเพื่อเข้าถึงกลุ่มเจน ME ต้องผสมผสานระหว่างออฟไลน์ หรือโฆษณาทางทางทีวีเป็นเครื่องมือที่สร้างการรับรู้สื่อสารคุณสมบัติของสินค้า ส่วนออนไลน์จะช่วยทำให้ผู้บริโภคเป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์ แต่ต้องทำให้เกิดการเชื่อมโยง รู้สึกว่าเป็นสิ่งที่เท่ห์และแบรนด์ที่มีความใส่ใจ
นายปรัธนา ลีลพนัง ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส ส่วนงานผลิตภัณฑ์ดิจิตอล บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส กล่าวว่า กระแสการกลัวตกเทรนด์ของผู้บริโภคไทยเริ่มเกิดขึ้นทั้งคนกลุ่มเจน ME ผู้สูงอายุกลุ่มเบบี้บูมเมอร์ และคนรากหญ้า โดยจะนิยมเข้าเว็บไซต์ เฟซบุ๊ก และเล่นไลน์ นอกจากนี้ มีแนวโน้มว่าการดูวีดิโอจะเพิ่มขึ้น ขณะที่คนต่างจังหวัดเริ่มใช้สมาร์ทโฟนมากขึ้นในอีก 3 ปีข้างหน้านี้จะมีผู้ใช้งานอินเตอร์บนโทรศัพท์มือถือเพิ่มจาก 30% เป็น 60-70% ส่วนอนาคตบริษัทจะผนึกกำลังร่วมมือกับเครือข่ายโทรศัพท์ต่างประเทศ เพื่อเปิดบริการรองรับกับการทำตลาดอาเซียนรับกับเปิดเออีซีปี 58
น.ส.กิรณา ชีวชื่น รองผู้อำนวยการสายงานไวร์เลสคอนเท้นท์ และแอพพลิเคชั่น บริษัท ทรูมูฟ กล่าวว่า การทำตลาดผ่านทางโทรศัพท์มือถือ ต้องเลือกทำในช่วงเวลาที่กลุ่มเป้าหมายใช้โทรศัพท์ อาทิ กลุ่มคนทำงานจะใช้ช่วงเวลา 11.30-12.00 น. ขณะที่ การส่งเอสเอ็มเอส วัยทำงานควรส่งข้อความ 15.00 น. นักเรียน นักศึกษา เป็นช่วงค่ำๆ
นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ กรรมการผู้จัดการและผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ ZALORA กล่าวว่า พฤติกรรมของผู้บริโภคไทยซื้อสินค้าผ่านทางออนไลน์เพิ่มขึ้น ตัวเลขช่วง 3ปีที่ผ่านมาหรือระหว่างปี 54-56 เติบโต 158% ส่วนใหญ่จะซื้อสินค้าทางคอมพิวเตอร์พีซี 82% ซื้อสินค้าทางมือถือ 18% แต่มีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นในอนาคต ส่วนแท็บแล็บ 5%
สำหรับการจำหน่ายสินค้าผ่านออนไลน์ มีมูลค่าเกือบ 8 แสนล้านบาท ปีนี้เติบโตโดยเฉลี่ย 20% และการเกิด 3 จี จะผลักดันให้เติบโต 30-40% ซึ่งช่องทางออนไลน์ ทำให้ผู้บริโภคเกิดพฤติกรรมการซื้อขึ้นมาทันที และกำลังเป็นเทรนด์ที่เติบโตอย่างมากในไทย รวมทั้งสามารถใช้เป็นช่องทางขยายฐานลูกค้าในตลาดต่างประเทศ รับกับเออีซีในปี 58







