
ศก.สหรัฐดีทองดิ่ง
ราคาทองคำในตลาดโลกปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องจากสัปดาห์ที่แล้วจากผลของตัวเลขเศรษฐกิจที่กลับมาดีขึ้น
ราคาทองคำในตลาดโลกปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องจากสัปดาห์ที่แล้วจากผลของตัวเลขเศรษฐกิจที่กลับมาดีขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันพฤหัสบดีและวันศุกร์ที่ตัวเลขการจ้างงานและจีดีพีออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดคิดอย่างมาก กล่าวคือตัวเลข Nonfarm Payrolls ของสัปดาห์ที่แล้วออกมาเท่ากับ 204,000 ตำแหน่ง ดีกว่าที่คาดและดีกว่าเดิม 41,000 ตำแหน่ง ซึ่งดีกว่าที่คาดว่าจะน้อยลงด้วยซ้ำ ทำให้ค่าเงินดอลลาร์เองกลับมาแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็วและผลักดันให้มีแรงเทขายในตลาดทองคำอย่างหนาแน่น จนคืนวันศุกร์หลุดระดับ 1,300 เหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นแนวรับแรกที่สำคัญ และลงมาทำต่ำสุดที่ 1,283 เหรียญสหรัฐโดยประมาณ โดยที่ในช่วงวันพฤหัสบดีและวันศุกร์ที่ผ่านมา SPDR ยังไม่ได้ขายทองคำออกมาเลย แต่ก็คงถือครองทองคำที่ระดับต่ำที่ 868.42 ตัน โดยปัจจัยพื้นฐานที่กดดันราคาทองคำก็คือค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้น และความกลับมากังวลเรื่อง QE ที่อาจจะมีการปรับลดลง อย่างไรก็ดี ราคาทองคำของไทยยังได้รับตัวช่วยจากค่าเงินบาทที่กลับมาอ่อนค่าลงจากระดับ 31.34 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ขึ้นมาที่ระดับ 31.50 บาทต่อเหรียญสหรัฐในปลายสัปดาห์ ทำให้ราคาทองปรับตัวลดลงไม่มากนัก แต่ก็ทำให้ราคาทองคำแท่งในวันเสาร์ปรับตัวลดลงจากวันศุกร์อีกบาทละ 200 บาทต่อบาททองคำ ราคาทองคำแท่งของไทยในวันเสาร์อยู่ระดับ 19,200 บาท และ 19,300 บาทต่อบาททองคำ และทำให้ระดับราคาทองรูปพรรณที่รับซื้อคืนหลุดระดับ 19,000 บาทต่อบาททองคำลงมาอีกครั้งหนึ่ง สิ่งที่จะต้องระมัดระวังในสัปดาห์หน้าคือ ราคาทองคำน่าจะมีการปรับตัวลดลงทดสอบแนวรับสำคัญที่บริเวณ 1,275 เหรียญสหรัฐ หรือระดับทองคำไทยที่มีแนวรับสำคัญ 19,050 บาท ซึ่งถ้าหากราคาหลุดระดับนี้ลงมาก็มีโอกาสที่จะกดดันลงไปหาจุดต่ำสุดเดิมบริเวณ 1,200 เหรียญสหรัฐได้ จุดต่ำสุดเดิมซึ่งเป็นราคาทองไทยประมาณ 18,000 บาทต่อบาททองคำได้
วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค
ในเชิงเทคนิคราคาทองคำดูจะเป็น Pattern ที่เรียกว่า Head and Shoulder โดยมีการฟอร์มไหล่ขวาเสร็จสมบูรณ์ และเส้น Neckline จะอยู่บริเวณ 1,275 เหรียญสหรัฐ หมายความว่าถ้าราคาหลุดบริเวณ 1,275 เหรียญสหรัฐลงมา โอกาสที่จะเห็นราคาทองคำหลุดลงลึกไปที่ระดับ 1,200 หรือ 1,180 เหรียญสหรัฐ ก็มีสูงเช่นเดียวกัน ทั้งนี้คงขึ้นกับปัจจัยทางพื้นฐานคือตัวเลขเศรษฐกิจและค่าเงินดอลลาร์ที่จะกลับมาแข็งค่าขึ้นได้มากน้อยเท่าใด
การทำกำไรในทองคำเชิงกลยุทธ์
ก่อนอื่นต้องย้ำกับนักลงทุนที่อยู่ในสถานะ Long Position หรือถือทองคำแท่งในระดับสูงอยู่ ก็มีจุดในการคิดวิเคราะห์ในแง่ของการลงทุนว่า ในสภาวะตลาดที่เป็นขาลงหรือแนวโน้มขาลง ท่านก็คงจะต้องนำทองที่มีมาบริหารจัดการ หรือนักลงทุนที่อยู่ในตลาด Gold Futures ก็คงจะต้องบริหารความเสี่ยง โดยการทำ Stop Lossเสียแต่เนิ่นๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ MTS Gold ย้ำเน้นมาโดยตลอดในการลงทุน และในกรณีที่ท่านเป็นนักลงทุนทองคำแท่ง ถ้าท่านไม่อยากขาดทุนและมาช้อนซื้อกลับ และทำกำไรในลักษณะ Physical Taking ท่านก็สามารถป้องกันความเสี่ยงได้ด้วยการทำการขายทองคำก่อน หรือเปิด Short Position ในตลาด Futures นั่นเอง ซึ่งวิธีการแบบนี้เราเรียกว่าการทำบริหารความเสี่ยงกับทองคำแท่งที่เราถือครองอยู่ เราก็จะสามารถควบคุมสภาวะการถือครองทองคำแท่งไม่ให้ขาดทุนไปมากกว่านี้ได้ ซึ่งแน่นอนถ้าสนใจหรือสงสัยประการใด ท่านสามารถติดต่อ Call Center ของ MTS Gold Futures ได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 027707788 โดย MTS Gold จะมีการออกบูธในงาน SET in the City วันที่ 21-24 พ.ย. 2556 เวลา 10.0020.30 น. ณ พารากอน ชั้น 5 หรือท่านจะติดตามการลงทุนในทองคำกับ MTS Gold ได้อย่างต่อเนื่อง
สำหรับท่านที่เป็นนักลงทุนในทองคำอยู่แล้ว สิ่งสำคัญที่ท่านจะต้องทำก็คือการ
1.ลงทุนตามแนวโน้มของทองคำที่ปรับเปลี่ยนไปและมีความผันผวน ซึ่ง MTS Gold ย้ำเน้นในการลงทุนในระยะสั้นเข้าออกเร็ว
2.การเข้าใจวิธีหรือกลยุทธ์การทำกำไรในทิศทางขาลงของทองคำ ซึ่งเป็นวิธีที่นักลงทุนสามารถทำกำไรได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยการติดตามบทวิเคราะห์ผ่านเว็บไซต์ www.mtsgold.co.th โดยที่ท่านควรจะสมัครเป็นสมาชิกหรือเปิดบัญชีกับบริษัทเพื่อที่จะสามารถอ่านบทวิเคราะห์ที่เจาะลึกของบทวิเคราะห์ Dr.Gold Analysis ได้ทุกวัน เพื่อความเข้าใจในการบริหารเงินลงทุนของท่านได้อย่างถูกต้องตลอดไป และขอให้ท่านประสบความสำเร็จในการลงทุนทองคำแม้จะเป็นทิศทางขาลงก็ตาม







