
การเมืองน่าห่วง
บริษัทหลักทรัพย์ฟิลลิป (ประเทศไทย) ออกบทวิเคราะห์ประจำเดือน พ.ย. 2556 โดยมองว่าปัญหาเพดานหนี้ของสหรัฐผ่านไปได้ด้วยดี ส่วนผลประชุมของธนาคารกลางสหรัฐเดือนที่แล้วเป็นไปดังคาด ประกาศคงมาตรการผ่อนคลายแบบเชิงปริมาณ (QE) กันต่อจนกว่าจะมีตัวเลขเศรษฐกิจที่ดีขึ้น ส่วนเศรษฐกิจประเทศพัฒนาแล้วยังไปได้ดี
บริษัทหลักทรัพย์ฟิลลิป (ประเทศไทย) ออกบทวิเคราะห์ประจำเดือน พ.ย. 2556 โดยมองว่าปัญหาเพดานหนี้ของสหรัฐผ่านไปได้ด้วยดี ส่วนผลประชุมของธนาคารกลางสหรัฐเดือนที่แล้วเป็นไปดังคาด ประกาศคงมาตรการผ่อนคลายแบบเชิงปริมาณ (QE) กันต่อจนกว่าจะมีตัวเลขเศรษฐกิจที่ดีขึ้น ส่วนเศรษฐกิจประเทศพัฒนาแล้วยังไปได้ดี
การลงทุนในตราสารหนี้ต้องระวังการเมืองในประเทศ แต่ตราสารหนี้ต่างประเทศยังลงทุนได้
อัตราผลตอบแทนระยะยาว 510 ปี ของตราสารหนี้เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากเดือน ต.ค. จากการที่เริ่มมีการไหลออกของเงินทุนจากต่างประเทศ เนื่องจากได้ปัจจัยลบนักลงทุนต่างชาติกังวลการเมืองภายในประเทศที่อาจจะยืดเยื้อและบานปลายออกไป เราคาดว่าระยะสั้นยังไม่ใช่จังหวะที่ดีสำหรับการลงทุนตราสารหนี้ในช่วงนี้
แต่ระยะกลางหรือประมาณช่วงต้นปี จากการคงมาตรการ QE ไว้ทำให้เม็ดเงินยังคงหมุนเวียนในภูมิภาคยุโรปและเอเชียอยู่ คาดว่าระยะกลางน่าจะส่งผลดีต่อตราสารหนี้
ส่วนระยะยาวอัตราผลตอบแทนของดอกเบี้ยนโยบายของรัฐบาลไทยยังคงสูงกว่าบางประเทศที่พัฒนาแล้ว เป็นแรงจูงใจให้มีการลงทุนจากต่างชาติมากขึ้น โดยช่วงนี้อาจปรับลดอัตราส่วนการถือครองกองทุนตราสารหนี้ลงเล็กน้อยหรือคงอัตราส่วนไว้ก็ได้ และกองทุนตลาดเงินยังเป็นทางเลือกที่ดีในการรักษาเงินต้นและลดความเสี่ยงจากการเมือง หากผู้ลงทุนยังมีความกังวลต่อการเมืองมากให้เข้ากองทุนตลาดเงิน PCashไว้จนกว่าจะเหตุการณ์ต่าง ๆ จะชัดเจนขึ้นก็ได้
กองทุนหุ้นต่างประเทศน่าสนใจ LTFRMF ปลายปีน่าจะช่วยดันตลาด
ประเทศที่พัฒนาแล้วเศรษฐกิจยังฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผิดกับเศรษฐกิจไทยที่ยังขึ้นกับการเมืองเสียเป็นส่วนใหญ่ หากมีการชุมนุมที่ยืดออกไป อาจจะทำให้ความเชื่อมั่นในการลงทุนจากต่างประเทศลดลงและยิ่งจะทำให้ตัวเลขเศรษฐกิจของไทยเราแย่ลง โดยเฉพาะ GDP ที่แบงก์ชาติเพิ่งปรับลดประมาณการลง อาจจะต้องปรับลดกันอีกรอบ จากปัญหาการเมือง ส่วนการลงทุนจากภาครัฐก็ต้องรอไปถึงปีหน้า ทำให้เศรษฐกิจโดยรวมกับภาวะตลาดหุ้นยังไม่ค่อยดีในช่วงนี้ โดยกองทุนต่างประเทศที่แนะนำได้แก่ กองทุนสหรัฐ, Krungsri European Equity Fund และกองทุน Aberdeen China Gateway
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าหุ้นไทยจะยังไม่น่าสนใจในช่วงนี้ แต่ปลายปีนี้กองทุน LTF และ RMF จะเข้ามากขึ้น เพื่อกระตุ้นตลาดและช่วยให้ SET เด้งขึ้นมาได้อีกรอบในช่วงปลายปีด้วยปริมาณเงินจากกองทุนอยู่ที่ประมาณ 1.8 หมื่นล้านบาท จึงเป็นจังหวะที่ดีสำหรับลงทุนระยะยาวในกองทุน LTF และ RMF โดยองทุนที่แนะนำคือ KFLTFDIV ,CGLTF (UOB) และกองทุน RMF คือ ABSCRMF
เลี่ยงทองน้ำมัน
ราคาทองคำระยะสั้นมีปัจจัยบวกบ้างจากการคง QE แต่ให้ระวังในการลงทุนมากขึ้น ส่วนน้ำหนักการลงทุนในทองคำคงไว้ตามเดิมหรือลดลงเล็กน้อย เนื่องจากระยะยาวอาจมีการปรับตัวลดลง ส่วนราคาน้ำมันมีแรงกดดันจากอุปทานที่เพิ่มขึ้นจากปริมาณน้ำมันในสหรัฐฯเพิ่มขึ้น ทำให้ราคาน้ำมันในช่วงนี้มีโอกาสผันผวน และดิ่งลงได้อีก แต่ในระยะยาวได้ปัจจัยบวกจากเศรษฐกิจที่ดีขึ้นทั่วโลก อาจจะทำให้ราคานํ้ามันดีดตัวขึ้น หากเศรษฐกิจเป็นไปตามที่คาดหวังกัน
แนะนำช่วงนี้ให้ชะลอลงทุนและเก็งกำไรในสินทรัพย์เสี่ยงอย่างน้ำมันและทองคำไว้ก่อน รอให้มีการปรับตัวของราคาที่ชัดเจนกว่านี้ดีกว่า







