
THAI ส่งไทยสมายล์ บินต้นทุนต่ำ WIN WIN กินรวบ
โดย...ยินดี ฤตวิรุฬห์
โดย...ยินดี ฤตวิรุฬห์
บริษัท การบินไทย (THAI) ถือฤกษ์วันที่ 27 ต.ค. 2556 ที่ผ่านมา ส่งบริษัทลูกคือ บริษัท การบินไทยสมายล์ ที่การบินไทยถือหุ้นทั้งหมด ให้เป็นธงหลักในการรุกตลาดสายการบินต้นทุนต่ำ (โลว์คอสต์แอร์ไลน์)
2 เส้นทางแรกที่ไทยสมายล์เปิดให้บริการคือ กรุงเทพฯฉงชิ่ง และกรุงเทพฯฉางชา สาธารณรัฐประชาชนจีน
การเลือกเปิดให้เส้นทางบินสู่ประเทศจีนและเลือกในสองเมืองนี้ของไทยสมายล์นั้น เพราะการบินไทยต้องการให้การบินไทยสมายล์ขยายเส้นทางบินและตลาดไปสู่เมืองต่างๆ ในภูมิภาค และเพื่อเสริมความแข็งแกร่งในการเชื่อมต่อเส้นทางบินให้กับการบินไทยกับตลาดยุโรปและทวีปอื่นๆ ด้วย
การบินไทยสมายล์จะเปิดให้บริการเส้นทางบินไปกลับกรุงเทพฯฉงชิ่ง และกรุงเทพฯฉางชา สัปดาห์ละ 3 เที่ยวบิน คือ วันพุธ วันศุกร์ และวันอาทิตย์ แต่ในปี 2557 เป็นต้นไป จะเปิดให้บริการใน 2 เส้นทางบินนี้สัปดาห์และ 5 วัน ตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันเสาร์
“ฉงชิ่งเป็นเมืองเศรษฐกิจที่สำคัญและมีประชากรกว่า 33 ล้านคน และในแต่ละปีเศรษฐกิจฉงชิ่งเติบโตในเลขสองหลักทุกปี คือ โตปีละประมาณ 1213% การบินไทยสมายล์จึงเลือกที่จะเปิดเส้นทางบินมาสู่เมืองนี้ นักท่องเที่ยวจีนที่บินมาเที่ยวเมืองไทยก็มีการเติบโตที่ดี โดยครึ่งปีแรกของปี 2556 มีนักท่องเที่ยวจีนจากเมืองฉงชิ่งมาไทยกว่า 1.7 แสนคนแล้ว ซึ่งมากกว่าปีที่ผ่านมาทั้งปี และมีโอกาสที่จะเติบโตอีกมาก” โชคชัย ปัญญายงค์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่อาวุโสสายการพาณิชย์ การบินไทย กล่าว
การที่การบินไทยซึ่งถือหุ้น 100% ในการบินไทยสมายล์ มีเป้าหมายที่ชัดเจนที่จะให้การบินไทยสมายล์บุกตลาดสายการบินต้นทุนต่ำ ซึ่งเมื่อมีการบินไทยสมายล์เป็นหัวหอกในการรุกตลาดนี้แล้ว ก็จะทำให้สามารถให้บริการกับลูกค้าในทุกกลุ่มและทุกตลาด เช่น เส้นทางบินในยุโรป 30% สหรัฐ 30% จะเป็นส่วนที่การบินไทยรับผิดชอบขณะที่ตลาดการบินต้นทุนต่ำซึ่งในภาพรวมนั้นมีโอกาสที่จะเติบโตอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี 2558 จะมีการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ซึ่งจะทำให้เกิดการเดินทางของประชาชนในภูมิภาคนี้ 600 ล้านคน
สำหรับบริษัท สายการบินนกแอร์ (NOK) สายการบินต้นทุนต่ำที่การบินไทยถือหุ้นอยู่ 49% นั้น ก็ยังเป็นพันธมิตรกันอยู่ โดยเป็นสายการบินตลาดล่างที่ราคาต่ำกว่าไทยสมายล์ที่อยู่ระดับกลาง และการบินไทยที่เจาะกลุ่มลูกค้าระดับบน
การบินไทยสมายล์จะใช้เครื่องบิน A320200 ในการให้บริการกับลูกค้า ซึ่งปัจจุบันมีให้บริการจำนวน 8 ลำ และในปี 2557 จะเพิ่มเป็น 1617 ลำ ในปี 2558 จะเพิ่มเป็น 20 ลำ โดยจะให้บริการ 1 ลำต่อ 4 เที่ยวบิน ซึ่งเท่ากับว่าเมื่อมีเครื่องบินพร้อมตามแผนก็จะสามารถให้บริการได้ 80 เที่ยวบินต่อวัน
สำหรับเส้นทางบินนั้น จะเปิดให้บริการเส้นทางไปกลับจากท่าอากาศสุวรรณภูมิไปยัง 12 จุดบินทั้งในและต่างประเทศ ได้แก่ มาเก๊า อัห์มดาบาด มัณฑะเลย์ โคลัมโบ เชียงใหม่ สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต กระบี่ อุดรธานี และอุบลราชธานี และบินไปกลับเชียงใหม่ ภูเก็ต
ยุทธศาสตร์ของการบินไทยที่ให้การบินไทยสมายล์รุกในสายการบินต้นทุนต่ำนั้น เป็นเรื่องที่ WIN WIN ทั้งการบินไทยและไทยสมายล์
นอกจากนี้ จากการประเมินการเดินทางในเส้นทางยุโรปนั้น เชื่อว่านับจากนี้อีก 2 ปี ก็จะยังคงอยู่ในภาวะที่ซบเซา เนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในยุโรปส่งผลให้การเดินทางลดลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของชั้นโดยสารประหยัด ดังนั้นการหันมารุกในการบินต้นทุนต่ำก็จะเป็นอีกส่วนหนึ่งที่จะช่วยลดความเสี่ยงในเส้นทางบินยุโรปได้ นอกจากนั้นยังเพื่อเชื่อมไปสู่เส้นทางอื่นๆ แต่ลดการเปลี่ยนเครื่องบินที่จะนำมาให้บริการที่เหมาะสมมากขึ้น รวมถึงการเปิดให้บริการในภูมิภาคอย่างเช่นที่ญี่ปุ่นที่นำ 380 มาให้บริการ ซึ่งสามารถสร้างอัตรากำไรหลังหักค่าใช้จ่ายในระดับที่มากกว่า 25% และอนาคตการบินไทยก็อาจจะมีการปรับปรุงเส้นทางบินและอาจทำในลักษณะเดียวกันนี้
การที่การบินไทยส่งการบินไทยสมายล์ลงแข่งในตลาดการบินต้นทุนต่ำ จึงเป็นกลยุทธ์ที่กินรวบทุกตลาดการบิน ไม่ว่าจะบน กลาง และล่าง







