posttoday
บทพิสูจน์เวอร์ชวนไลเซนันไทย10ปีลดใช้จ่ายไอที3หมื่นล้านบาท

บทพิสูจน์เวอร์ชวนไลเซนันไทย10ปีลดใช้จ่ายไอที3หมื่นล้านบาท

11 พฤศจิกายน 2556

เมื่อพูดถึงเวอร์ชวลไลเซชันซึ่งเป็นระบบไอทีสร้างคอมพิวเตอร์เสมือนเพื่อเพิ่มความสามารถการใช้งานให้เต็มประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

โดย...พรหมเมศร์ ศิริสุขวัฒนานนท์

เมื่อพูดถึงเวอร์ชวลไลเซชันซึ่งเป็นระบบไอทีสร้างคอมพิวเตอร์เสมือนเพื่อเพิ่มความสามารถการใช้งานให้เต็มประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ก่อนจะต่อยอดไปถึงระบบคลาวด์เต็มรูปแบบ ซึ่งองค์กรธุรกิจในประเทศไทยเริ่มใช้งานกันอย่างแพร่หลายมากขึ้นเรื่อยๆ แน่นอนว่าการผลักดันยังต้องมีอยู่ต่อไป แต่อาจจะเริ่มมีหลายคนอยากรู้ว่าเวอร์ชวลไลเซชันนอกจากจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพแล้ว จะช่วยลดค่าใช้จ่ายลงทุนไอทีได้มากน้อยเพียงใด

บริษัท วีเอ็มแวร์ ผู้พัฒนาและให้บริการโซลูชันโครงสร้างเวอร์ชวลไลเซชันและคลาวด์ จึงได้ร่วมมือกับไอดีซี บริษัทวิจัยด้านการตลาดไอที ทำการสำรวจว่า เวอร์ชวลไลเซชันในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียเป็นอย่างไรบ้าง ซึ่งได้มีเอกสารไวท์เปเปอร์ในชื่อ วิชั่น 2020 ระบุว่าในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา พบว่าประเทศไทยสามารถประหยัดงบประมาณการลงทุนและค่าใช้จ่ายด้านไอทีได้กว่า 3 หมื่นล้านบาท

สำหรับงบประมาณที่ประหยัดนั้น เกิดขึ้นจากการลดการซื้อคอมพิวเตอร์เซิร์ฟเวอร์เพิ่มเติม ลดค่าใช้จ่ายได้กว่า 1.8 หมื่นล้านบาท ลดค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ด้านพลังงาน ระบบไฟฟ้าและระบบระบายความร้อนของระบบลงได้กว่า 5,700 ล้านบาท ลดค่าใช้จ่ายการบำรุงรักษาและดูแลระบบ การบริหารทรัพยากรบุคคลกว่า 6,450 ล้านบาท และสุดท้ายลดค่าใช้จ่ายกว่า 180 ล้านบาท จากค่าเช่าที่ดิน สิ่งปลูกสร้างในการดำเนินการ

ชวพล จริยาวิโรจน์ ผู้จัดการประจำประเทศไทยและอินโดจีน ของวีเอ็มแวร์ ประเทศไทย กล่าวว่า องค์กรธุรกิจมีการนำเวอร์ชวลไลเซชันไปใช้อย่างชัดเจน เพราะเห็นถึงความคล่องตัวทางธุรกิจและเห็นประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมชัดเจน ความยืดหยุ่นทางธุรกิจที่ดีขึ้น หากต้องการเพิ่มการใช้งานก็สามารถดำเนินการได้ทันที และหากยกเลิกการใช้งานก็ทำได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน

ทั้งนี้ ประเทศไทยถือว่าอยู่ในระดับการใช้เวอร์ชวลไลเซชันมาตรฐานนั่นคือ 6 ต่อ 1 หรือลดการซื้อคอมพิวเตอร์เซิร์ฟเวอร์จาก 6 เหลือ 1 เครื่อง แต่ใช้เวอร์ชวลไลเซชันแทน ไม่ต้องซื้อเซิร์ฟเวอร์โดยไม่จำเป็น แต่อนาคตต้องลดลงให้เหลือ 10 ต่อ 1

“เซิร์ฟเวอร์จะอยู่ที่ใคร ที่ไหน แบรนด์อะไร ไม่ใช่สาระสำคัญอีกต่อไป ถ้าเป็นเวอร์ชวลไลเซชันหรือคลาวด์ ทั้งหมดจะถูกมองเป็นชิ้นเดียวกัน กลายเป็นเครื่องเดียวกัน และสามารถควบคุมจากที่ใดก็ได้ ถ้าคิดแล้วก็เหมือนกับเฟซบุ๊ก ที่ผู้ใช้เก็บข้อมูล เก็บรูปภาพ วิดีโอ โพสต์ข้อความและเรียกดูผ่านการล็อกอินได้จากคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องที่ไหนก็ได้ ผ่านอินเทอร์เน็ต แต่เปลี่ยนเป็นการใช้งานขององค์กรแทน” ชวพล กล่าว

ศักดิ์ เสกขุนทด ผู้อำนวยการสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ หรือ สรอ. กล่าวว่า บริการของ สรอ. คือต้องการผลักดันการใช้เวอร์ชวลไลเซชันและคลาวด์ ไปให้กับหน่วยงานภาครัฐให้มากที่สุด โดย สรอ. จะรับเป็นหน่วยงานกลางที่ให้บริการ ซึ่งเรียกบริการนี้ว่า จีคลาวด์ เป็นการลดการลงทุนด้านไอทีของหน่วยงานภาครัฐ และลดค่าใช้จ่ายทุกส่วนรวมถึงการดูแลระบบไอทีและมาใช้งานเซิร์ฟเวอร์ร่วมกัน ถือว่าตอบความต้องการของหน่วยงานภาครัฐอย่างมาก สามารถให้บริการประชาชนได้สะดวก รวดเร็วและคุ้มค่า

สำหรับแนวทางการทำงานของ สรอ. ไม่ใช่การลงทุนตั้งดาตาเซ็นเตอร์ใหม่ แต่จะทำหน้าที่เป็นตัวกลางไปรวบรวมดาตาเซ็นเตอร์ของผู้ให้บริการเอกชนที่มีอยู่แล้วเป็นจำนวนมาก มาส่งต่อให้กับหน่วยงานภาครัฐ เป็นการจัดบริการคลาวด์ให้กับหน่วยงานภาครัฐโดยไม่ต้องลงทุนใหม่ และของบประมาณเป็นค่าใช้จ่ายที่ให้กับเอกชนตามการใช้จริงเท่านั้น โดยมีค่าใช้จ่ายอีกบางส่วนในการพัฒนาแอพพลิเคชั่นเพื่อให้หน่วยงานภาครัฐใช้งานร่วมกัน

“ปัจจุบันมีหน่วยงานภาครัฐ 129 หน่วยงาน 260 ระบบที่ใช้บริการผ่าน สรอ. อยู่แล้ว ช่วยประหยัดงบประมาณด้านไอทีไปแล้ว 50% แน่นอน และในปี 2557 มีหน่วยงานภาครัฐประมาณ 100 หน่วยงานแสดงความต้องการเข้าร่วมโครงการ จีคลาวด์แล้ว แต่น่าจะเปิดรับได้ประมาณครึ่งหนึ่งก่อน โดยจะคัดเลือกหน่วยงานที่มีความพร้อมจริงๆ ก่อน และค่อยๆ ขยายเพิ่มต่อไป” ศักดิ์ กล่าว

นอกจากนี้ สรอ. ยังมีแผนเปิดบริการศูนย์แอพพลิเคชั่นภาครัฐ หรือกอฟ แอพ เซ็นเตอร์ สร้างกลไกในการพัฒนาแอพพลิเคชั่นให้ตรงกับความต้องการของประชาชนผู้ใช้งาน เพื่อให้เกิดประโยชน์จากการใช้ระบบไอทีอย่างแท้จริง เช่น แอพแรงงาน ที่ไม่ใช่แอพที่บอกว่ากระทรวงแรงงานทำอะไร มีผลงานอะไร แต่ต้องเป็นแอพที่บอกตำแหน่งงานที่ต้องการ เรียกว่าพัฒนาให้ตรงกับความต้องการใช้งานนั่นเอง

การใช้งานเวอร์ชวลไลเซชันและคลาวด์ในภาคธุรกิจเป็นไปอย่างแพร่หลายมาก ขณะที่หน่วยงานภาครัฐได้รับการผลักดันผ่าน สรอ. ประเด็นดังกล่าวทำให้ผู้ให้บริการดาตาเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่สามารถขยายธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง และนั่นเป็นแนวโน้มการให้บริการดาตาเซ็นเตอร์ที่จะเหลือเพียงรายใหญ่

ดังนั้น ผู้ให้บริการรายย่อยต้องเร่งปรับตัวเปลี่ยนบทบาทไปให้บริการแอพพลิเคชั่น บริการวิเคราะห์ข้อมูล รวมถึงเป็นผู้ให้บริการระบคลาวด์ หรือคลาวด์โบรกเกอร์แทน ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น สิงคโปร์และมาเลเซีย เชื่อว่าในไทยก็จะเกิดขึ้นเช่นกัน

เมื่อมองภาพรวมแล้วยังมีหน่วยงานอีกจำนวนมากที่ยังไม่ได้เริ่มใช้งานเวอร์ชวลไลเซชัน เช่น ระบบช่องเก็บเงินพิเศษ (Easy Pass) ของการทางพิเศษ ที่ช่วงที่ผ่านมาพบปัญหาการตัดระบบเงิน ส่วนหนึ่งอาจมาจากการขยายเซิร์ฟเวอร์ไม่ทันกับจำนวนผู้ใช้งานที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หากใช้ระบบเซิร์ฟเวอร์แบบเดิม การจะเพิ่มขนาดต้องใช้เวลาติดตั้ง

แต่หากเป็นระบบเวอร์ชวลไลเซชันสามารถทำได้ทันที และยังมีบริการอื่นๆ อีกมากที่อาจมีปัญหาการเพิ่มจำนวนของผู้ใช้ หรือการลดจำนวนของผู้ใช้จนทำให้การลงทุนไม่คุ้มค่าก็เป็นเช่นเดียวกัน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท