
Biz Monitor
นางฉันทนา วัฒนารมย์ ประธานบริษัท วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดรถยนต์พรีเมียมในปี 2556
วอลโว่คาดรถหรูโตเฉียด 2 หมื่นคัน
นางฉันทนา วัฒนารมย์ ประธานบริษัท วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดรถยนต์พรีเมียมในปี 2556 จะมีอัตราเติบโตสูงขึ้นโดยคาดว่าจะมียอดขายรวมอยู่ที่ 1.8-1.9 หมื่นคัน โดย 9 เดือนแรกของปีภาพรวมตลาดมียอดขายรวมอยู่ที่ 1.2 หมื่นคัน ขณะที่บริษัทคาดว่าจะมียอดขายในปี 2556 ในระดับไม่น้อยกว่าปี 2555 ที่มียอดขายอยู่ที่ 1,800 คัน พร้อมกันนี้บริษัทได้มีการปรังปรุงศูนย์จำหน่ายและบริการทั้ง 14 แห่งทั่วประเทศไทยให้แล้วเสร็จภายใน 4 ปี ล่าสุด บริษัทได้เปิดตัวรถยนต์รุ่น วอลโว่ วี 40 ครอส คันทรี รถยนต์แฮตช์แบ็ก 5 ประตู เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตรในราคา 1.92 ล้านบาท
อีคาร์ทสตูดิโอชี้ตลาดซอฟต์แวร์ไทยสดใส
นายธัชพงษ์ โหตรภวานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีคาร์ทสตูดิโอ ในเครือล็อกซเล่ย์ เปิดเผยว่า ทิศทางตลาดซอฟต์แวร์ในประเทศไทยมีแนวโน้มที่ดีในอนาคต เนื่องจากตลาดให้การยอมรับซอฟต์แวร์ไทยมากขึ้น ขณะที่ภาครัฐมีส่วนในการสนับสนุนการประกวดรวมถึงการมอบทุนวิจัยสนับสนุนให้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ช่วยยกระดับความสามารถในการแข่งขันของบริษัทซอฟต์แวร์ไทยก่อนเข้าสู่การเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 เช่นเดียวกับบริษัทที่มีแผนการบุกตลาดในภูมิภาคเช่นกัน โดยการมองหาพันธมิตรทางธุรกิจในท้องถิ่นนั้นๆ ในการทำการตลาด สำหรับผลประกอบการในปี 2556 คาดว่าจะอยู่ในระดับ 80 ล้านบาท โดยตั้งเป้าในปี 2557 จะเติบโตขึ้น 30-50%ทิศทางตลาดซอฟต์แวร์มีอนาคตสดใสขึ้น เพราะตลาดให้การยอมรับซอฟต์แวร์ไทยกันมากขึ้น ขณะเดียวกับภาครัฐ อาทิเช่น สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ และซอฟต์แวร์พาร์ค ก็ให้การสนับสนุนส่งเสริมด้วยการจัดเวทีประกวด และมอบทุนวิจัยสนับสนุนให้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ รวมทั้งติดตามผลในการนำผลิตภัณฑ์ไปต่อยอดในเชิงธุรกิจให้สำเร็จ ถือเป็นการช่วยยกระดับความสามารถในการแข่งขันให้บริษัทซอฟต์แวร์ไทยได้เตรียมความพร้อมก่อนจะก้าวเข้าสู่ AEC ซึ่งเป็นทั้งโอกาสที่จะได้ขยายตลาดไปในภูมิภาคมากขึ้น แต่ขณะเดียวกันก็มีความเสี่ยงที่จะเจอคู่แข่งมากขึ้นด้วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีคาร์ทสตูดิโอฯ กล่าวถึงจุดแข็งว่า อีคาร์ทสตูดิโอฯ เน้นเรื่องการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ โดยแต่ละปีจะใช้งบประมาณ 1015 ล้านบาทในการวิจัยและพัฒนา และด้วยบุคคลากรที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญสูง ประกอบกับมี ระบบแผนที่ (Map Engine) เป็นของตัวเอง ทำให้บริษัทสามารถออกแบบแอพพลิเคชั่นให้ทำงานร่วมกับระบบแผนที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพและสร้างบริการได้หลากหลาย เหนือคู่แข่ง
สำหรับผลประกอบการในปีที่ผ่านมา คาดว่าสิ้นปีนี้ยอดขายจะอยู่ที่ประมาณ 80 ล้านบาท ส่วนปีหน้าตั้งเป้าเติบโตขึ้นอีก 30-50% โดยบริษัทฯจะใช้กลยุทธ์ร่วมมือกับพันธมิตรในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อให้มีบริการครบถ้วนตามความต้องการของลูกค้าและสามารถรองรับงานโครงการที่ใหญ่ขึ้นด้วย ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่เป็นหน่วยงานภาครัฐ ประมาณ 75% และภาคเอกชน 25%
ดร.ธัชพงษ์ กล่าวอีกว่า
ตลาดซอฟต์แวร์ไทยกำลังเป็นที่ยอมรับของลูกค้าทั้งภายในและต่างประเทศมากขึ้น ทำให้การแข่งขันมีความดุเดือดพอสมควร ในส่วนของบริษัท อีคาร์ทสตูดิโอฯ เพิ่งเข้ามาในตลาดได้ไม่นาน จึงต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้าเป็นสำคัญ โดยบริษัทฯ มีนโยบายในการค้นคว้าทดลองใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยเพื่อช่วยในการพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรมใหม่ๆอยู่เสมอ ที่ผ่านมาบริษัทสามารถคว้ารางวัลการประกวดซอฟต์แวร์จากหลายสถาบัน ส่งผลให้สินค้าและบริการของอีคาร์ทสตูดิโอฯ ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้าองค์กร หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนขนาดใหญ่ต่างๆ
ล่าสุด “โปรแกรมประยุกต์เพื่อบริหารจัดการเครือข่ายข้อมูลบนแผนที่ออนไลน์” หรือ Location Based Information System (LBIS) ของบริษัท อีคาร์ทสตูดิโอฯ ได้คว้ารางวัลชนะเลิศประเภทบุคคลทั่วไปหรือนิติบุคคล ในการแข่งขัน “รางวัลเจ้าฟ้าไอที รัตนราชสุดา สารสนเทศ” รางวัลพระราชทานอันทรงเกียรติ ครั้งที่ 8 จัดโดยมูลนิธิวิจัยเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งจัดขึ้นเพื่อสนับสนุนงานวิจัย พัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศไทยให้มีความก้าวหน้าทัดเทียมระดับสากล และให้สามารถนำมาพัฒนาเพื่อสร้างประโยชน์ให้กับสังคมและประเทศหรือพัฒนาในเชิงธุรกิจ รวมทั้งเพื่อสนับสนุนให้มีการพัฒนาบุคลากรทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างกว้างขวางทั้งภาครัฐและเอกชน
นอกจากนี้ บริษัท อีคาร์ทสตูดิโอฯ ยังได้รับอีก 2 รางวัลจากโครงการประกวดผลงานซอฟต์แวร์ดีเด่นแห่งชาติ TICTA 2013 หรือ Thailand ICT Awards 2013 จัดโดยสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือซิป้า ภายใต้สังกัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และสมาคมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศไทย ซึ่งผลงานที่ได้รับรางวัลรองชนะเลิศ ทั้ง 2 ประเภทได้แก่ 1.ระบบ ECART MAP Engine ได้รับรางวัลรองชนะเลิศประเภท Tools and Infrastructure Application 2. ระบบ Fire Block Intelligence System (FBIS) ได้รับรางวัลรองชนะเลิศประเภท Financial Industry Applications
“จากความสำเร็จในเวที TICTA ดังกล่าว ทำให้บริษัทฯ ได้สิทธิ์เข้าร่วมประกวดต่อในระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก หรือ Asia Pacific ICT Alliance (APICTA) Awards ซึ่งปีที่แล้ว ผลงาน LBIS ของบริษัทฯ ได้คว้ารางวัลชนะเลิศ ในประเภท Tools and Infrastructure จากการเข้าร่วมประกวดที่จัดขึ้น ณ ประเทศ บูรไน” ดร.ธัชพงษ์ กล่าว







