posttoday
ไทยค้าอาฟตา3เดือน ส่งอาเซียนเพิ่ม52%

ไทยค้าอาฟตา3เดือน ส่งอาเซียนเพิ่ม52%

01 พฤษภาคม 2553

 

โพสต์ทูเดย์ — เปิดอาฟตา 3 เดือนแรก มูลค่าการค้าพุ่ง 52% ทะลุ 1.76 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ไทยเกินดุล 3,400 ล้านเหรียญสหรัฐ

นายอลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ผลจากการเปิดเขตการค้าเสรีอาเซียน (อาฟตา) ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2553 ที่มีการลดภาษีสินค้าทุกรายการเหลือ 0% ยกเว้นรายการสินค้าอ่อนไหว ส่งผลให้มูลค่าการค้าระหว่างไทยกับชาติสมาชิกอาเซียน 9 ประเทศ ในไตรมาสแรก (เดือน ม.ค.มี.ค.) มีมูลค่าเพิ่มขึ้นเป็น 1.76 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือเพิ่มขึ้น 52% มีสัดส่วน 20.4% ของมูลค่าการค้าทั้งหมด ซึ่งนับเป็นมูลค่าการค้ามากที่สุดของไทยกับประเทศคู่ค้าทั่วโลก

ทั้งนี้ การค้าที่เพิ่มขึ้นเป็นมูลค่าจากส่งออก 1.05 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 67.3% และการนำเข้า 7,115 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 33.88% ทำให้ไทยเกินดุลการค้าจากอาเซียน 3,407 ล้านเหรียญสหรัฐ

“อาเซียนจัดเป็นตลาดส่งออกอันดับ 1 ของไทย มีสัดส่วน 23.7% ของการส่งออกรวมทั้งหมดของไทย และในเฉพาะ 3 เดือนแรกได้นำหน้าตลาดส่งออกหลักเดิม อย่างเช่น สหภาพยุโรป ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา ไปแล้ว” นายอลงกรณ์ กล่าว

ทั้งนี้ สินค้าที่ไทยส่งออกเพิ่มขึ้นช่วง 3 เดือนแรกปี 2553 ได้แก่ น้ำตาลทราย 340% ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง 272% ข้าว 191.3% น้ำมันสำเร็จรูป 114% รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ 106% เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ 89.7% แผงวงจรไฟฟ้า 80.4% และยางพารา 72.2% สำหรับตลาดส่งออกสำคัญที่สุด คือ มาเลเซีย 23.6% รองลงมาสิงคโปร์ 19.9% อินโดนีเซีย 18.2% และเวียดนาม 12.1%

ขณะที่การนำเข้า อาเซียนยังเป็นแหล่งนำเข้าสินค้าอันดับ 2 ของไทย สัดส่วน 16.8% รองจากญี่ปุ่น โดยสินค้าที่ไทยนำเข้าส่วนใหญ่เป็นสินค้าประเภททุน สินค้ากึ่งสำเร็จรูป และวัตถุดิบเพื่อใช้ในการผลิตและส่งออกต่อไป เช่น ก๊าซธรรมชาติ น้ำมันดิบ เครื่องจักรกล เครื่องจักรไฟฟ้า ชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ ส่วนประกอบและอุปกรณ์ยานยนต์ เป็นต้น โดยประเทศที่นำเข้าสินค้ามากสุด คือ มาเลเซีย 37.5% รองลงมาสิงคโปร์ 20.9% อินโดนีเซีย 18.7% และพม่า 8.2%

สำหรับสถิติการขอใช้สิทธิประโยชน์ภายใต้อาฟตา เพื่อส่งออกสินค้าของไทยไปยังอาเซียนช่วงเดือน ม.ค.ก.พ.2553 มีมูลค่า 1,940 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 71.9% แต่ยังมีสัดส่วนน้อยเพียง 20% เท่านั้นของการส่งออกรวมไปอาเซียน ดังนั้นผู้ประกอบการไทยควรใช้สิทธิประโยชน์ให้มากขึ้น เพราะหลังการเปิดอาฟตาทำให้ตลาดการค้าในอาเซียน มีประชากรรวมกันถึง 580 ล้านคน

อย่างไรก็ตาม สินค้าไทยที่ได้ถิ่นกำเนิดสินค้าอาเซียน สามารถส่งออกไปยังตลาดอาเซียน 5 ประเทศ ได้แก่ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และบรูไนฯ โดยจะไม่ถูกเก็บภาษีนำเข้า และอีก 4 ประเทศ ได้แก่ กัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม ในอัตราภาษีไม่เกิน 5% ช่วยสร้างความได้เปรียบให้กับสินค้าของไทยด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่าประเทศที่ไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ ขณะที่การนำเข้าผู้ประกอบการไทยมีทางเลือกในการใช้วัตถุดิบมากขึ้น สามารถเลือกหาแหล่งวัตถุดิบจากประเทศที่มีศักยภาพในอาเซียน ด้วยต้นทุนที่ต่ำ นำมาผลิตและส่งออกต่อไป

นายอลงกรณ์ กล่าวว่า สำหรับสินค้าที่ได้รับผลกระทบจากการเปิดอาฟตานั้น ขณะนี้กำลังรวบรวมข้อมูลอยู่โดยภาครัฐได้มีมาตรการรองรับผลกระทบไว้อยู่แล้ว ซึ่งอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจากการเปิดเสรีสามารถขอรับความช่วยเหลือได้ที่กองทุนเอฟทีเอได้ตลอดเวลา

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท