
เตือนห้ามสวมสิทธิไทยซิลค์
กรมหม่อนไหมหวั่นกระทบภาพลักษณ์ตรวจเข้มสร้างความเชื่อมั่นชาวต่างชาติ
กรมหม่อนไหมหวั่นกระทบภาพลักษณ์ตรวจเข้มสร้างความเชื่อมั่นชาวต่างชาติ
รัฐเตือนเอกชน นำเข้าไหมต่างชาติ สวมสัญลักษณ์ ไทย ซิลค์ กระทบเชื่อมั่น
เอกชน นำเข้าไหมราคาถูกจากต่างประเทศ มาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ไหมไทย ใช้สัญลักษณ์ ไทย ชิลค์ กระทบความเชื่อมั่น กรมหม่อมไหมเดินหน้าตรวจสอบคุณภาพเข้ม
นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ อธิบดีกรมหม่อนไหม เปิดเผยว่า ขณะนี้การผลิตไหมในประเทศมีไม่เพียงพอกับความต้องการของภาคเอกชน ทำให้มีเอกชนไทยบางส่วนนำเข้าไหมจากต่างประเทศผลิตเป็นสินค้าและใช้สัญลักษณ์ว่า ไทย ซิลค์ (Thai Silk) แต่เป็นไหมที่มีคุณภาพต่ำกว่าไหมไทย ขณะที่วางจำหน่ายราคาสูง ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ
นอกจากนี้ ช่วงที่ผ่านมายังมีร้านค้าบางแห่งขายราคาผ้าไหมผืนละ 100 บาท และใช้สัญลักษณ์ ไทย ซิลค์ ซึ่งราคาไหมไทยแท้จะสูงกว่าราคาดังกล่าวแน่นอน ทั้งนี้ กรมจะได้ดำเนินการตรวจสอบการใช้สัญลักษณ์ ไทย ซิลก์ อย่างเข้มงวดมากขึ้น และให้ใช้สัญลักษณ์ดังกล่าวกับไหมไทยที่มีคุณภาพเท่านั้น
“มั่นใจว่าการตรวจสอบของกรมที่เพิ่มสูงขึ้น จะส่งผลดีต่อความเชื่อมั่นในการเลือกใช้ไหมไทยต่อไป ทั้งกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติและคนไทย” นายอนันต์ กล่าว
สำหรับภาพรวมการส่งออกผ้าไหมไทยและผลิตภัณฑ์ไหมไทยในปีนี้ คาดว่าจะเติบโต 30-40% หรือมีมูลค่าประมาณ 800-1,000 ล้านบาท จากปีก่อนที่การส่งออกเติบโตปีละ 10-20% เท่านั้น เป็นผลมาจากความต้องการบริโภคผ้าไหมไทยเพิ่มสูงขึ้นในตลาดต่างประเทศ และเกษตรกรไทยที่รวมกลุ่มเป็นวิสาหกิจชุมชน ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ไหมไทยให้มีรูปแบบหลากหลายมากขึ้น
ขณะเดียวกัน ราคาเส้นด้ายไหมไทยในตลาดโลก อยู่ที่ 1,500-2,400 บาทต่อกิโลกรัม ถือว่ามีราคาสูงขึ้นจากปีก่อน ที่มีราคาประมาณ 800-1,000 บาท เพราะเกษตรกรไทยสนใจหันมาทำอาชีพเลี้ยงไหมตลอดทั้งปี จากเดิมเกษตรจะเลี้ยงไหมเป็นอาชีพเสริมเท่านั้น ประกอบกับความต้องการผ้าไหมในตลาดโลกมีสูงมาก เพราะประเทศถือเป็นแหล่งผลิตไหมที่มีคุณภาพสูง มีจุดเด่นที่ความมันวาว และได้รับการยอมรับจากทั่วโลก
ทั้งนี้ กรมได้มุ่งให้ความรู้และพัฒนาผลิตภัณฑ์ไหมไทย เพื่อให้ผู้ผลิตสามารถยกระดับผลิตภัณฑ์ให้มีมูลค่าสูงขึ้น และทำให้มีสินค้าได้หลากหลาย รวมทั้งกำลังเจรจากับแบรนด์ดังในต่างประเทศให้นำไหมไทยไปใช้พัฒนาเป็นสินค้า ปีที่ผ่านมาแบรนด์ชื่อดังต่างประเทศ เช่น กุชชี่ ได้นำไหมไทยไปพัฒนาเป็นสินค้าแล้ว
ทางด้าน การนำผลิตภัณฑ์จากไหมไทยมาพัฒนาเป็นสินค้า จะที่มีมูลค่าสูงถึง 15,000 บาทต่อชิ้น แต่หากพัฒนาสินค้าในรูปแบบเดิม จะมีราคา 3,000-4,000 บาทต่อชิ้นเท่านั้น เป็นผลมาจาก เกษตรกรบางส่วนยังผลิตสินค้าผ้าไหมในรูปแบบเดิมอยู่ โดยการร่วมมือออกแบบสินค้านั้น กรมได้ร่วมมือกับเอกชนหลายแห่ง เพื่อให้ส่งเสริมการออกแบบดีไซน์สินค้า เพราะกรมมีบุคลากรด้านการดีไซน์ในจำนวนจำกัด
อย่างไรก็ตาม เกษตรกรไทยที่รวมกลุ่มปลูกหม่อนเลี้ยงไหม และพัฒนาเป็นสินค้ามีมากกว่า 100 วิสาหกิจชุมชนทั่วประเทศ และมีแนวโน้มที่เกษตรกรไทยจะมีความสนใจเลี้ยงไหมเพิ่มขึ้น







