
อุตฯสัตว์เลี้ยงบูมแจ้งเกิดธุรกิจรายย่อย
ผลิตภัณฑ์สัตว์เลี้ยงรุ่งกว่า 1.2 หมื่นล้าน แจ้งเกิดเอสเอ็มอีรุ่นใหม่กว่า 100 ราย
ผลิตภัณฑ์สัตว์เลี้ยงรุ่งกว่า 1.2 หมื่นล้าน แจ้งเกิดเอสเอ็มอีรุ่นใหม่กว่า 100 ราย
สมาคมอุตฯผลิตภัณฑ์สัตว์เลี้ยงไทย เผยกำลังซื้อสินค้าสัตว์เลี้ยงเติบโตขึ้น25% ดันธุรกิจรายย่อยทั้งตลาดโตตาม 20% รับภาพรวมตลาด1.2 หมื่นล้านบาท
นายวรพัทธ์ อัครกุลไกรเลิศ เลขาธิการสมาคมอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์สัตว์เลี้ยงไทย เปิดเผยว่า ปัจจุบันผู้บริโภคในกลุ่มสินค้าบริการที่เกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยงมีการจับจ่ายเพิ่มขึ้น 25% เทียบกับ 1-2 ปีที่ผ่านมา จากการขยายตัวของการเลี้ยงสัตว์ประเภทต่างๆ และการเลือกซื้อสินค้าเฉพาะสำหรับสัตว์แต่ประเภท โดยตลาดรวมผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยงไทยในปีนี้อยู่ที่ประมาณ 1.2 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ จากแนวโน้มดังกล่าวถือเป็นโอกาสดีสำหรับผู้ประกอบการธุรกิจรายย่อย หรือเอสเอ็มอีไทย ที่มีผู้ทำธุรกิจสินค้าบริการเกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยงเพิ่มขึ้นกว่า 100 รายในปีนี้ และมีการเปิดตัวธุรกิจใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง คาดว่าจะกระตุ้นให้อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยงเติบโตราว 10-20%
สำหรับตลาดดังกล่าวแบ่งเป็นตลาดสัตว์ผลิตภัณฑ์สำหรับสุนัข 60% แมว 20% ปลา 10% สัตว์เล็ก เช่น กระต่าย ชินชีล่า หนูแกสบี้ 6% สัตว์ปีก 3% สัตว์เลื้อยคลาน 0.8% และอื่นๆ 0.2% โดยปัจจัยที่มีผลต่อการเติบโตของตลาดมาจากรูปแบบที่อยู่อาศัยที่มีขนาดเล็กลง หรืออาศัยในคอนโดมิเนียมมากขึ้น และหันมาเลี้ยงสัตว์ที่มีขนาดเล็กลงตาม รวมถึงมองหาความซับซ้อนของสายพันธุ์ด้วย
อย่างไรก็ตาม แนวโน้มสินค้าและการทำตลาดผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยงของไทย พบว่าสินค้าที่ออกสู่ตลาดมากขึ้นจะอยู่ในกลุ่มของสัตว์ประเภท กระต่าย สัตว์เล็ก สัตว์ปีก และงู ขณะที่สินค้าที่ได้รับความสนใจและยอมรับมากขึ้นคือ สินค้าที่เพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้ซื้อ เช่น สินค้าที่มีบริการจัดส่ง สินค้าออนไลน์ บริการรับส่งสัตว์เลี้ยง บริการดูแลสัตว์หรือ อาบน้ำ ตัดขน และเสื้อผ้าอุปกรณ์ต่างๆ เป็นต้น
ทั้งนี้ สมาคมมีแผนช่วยเหลือสมาชิกสมาคมที่มีอยู่ราว 300 ราย ที่ส่วนใหญ่เป็นเอสเอ็มอี ด้านการขยายการทำตลาดร่วมกันทั้งในและต่างประเทศ อาทิการจัดงาน สมาร์ทฮาร์ต พรีเซนต์ เพ็ท วาไรตี้ ตอนเด็ดสะระตี่ปี 2 ระหว่างวันที่ 2024 พ.ย.นี้ ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี และร่วมแสดงงานในต่างประเทศเช่นญี่ปุ่น ฮ่องกง รวมถึงตลาดใหม่เมื่อเข้าสู่เศรษฐกิจประชาคมอาเซียน(เออีซี)ในปลายปี2558 ด้วย







