
ปาล์มน้ำมันสายพันธุ์ใหม่ยกระดับเกษตรกรไทยรับเออีซี
ปาล์มน้ำมันเป็นพืชที่มีความสำคัญอย่างมากต่อประเทศ และมีแนวโน้มความต้องการใช้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน
ปาล์มน้ำมันเป็นพืชที่มีความสำคัญอย่างมากต่อประเทศ และมีแนวโน้มความต้องการใช้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยประเทศไทยมีการผลิตปาล์มน้ำมันเป็นอันดับ 3 ของโลก ต่อจากประเทศอินโดนีเซียและมาเลเซีย มีเกษตรกรที่ปลูกปาล์มน้ำมันมากกว่า 1.28 แสนครัวเรือน
เมื่อเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในช่วงปลายปี 2558 อุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันมีแนวโน้มประสบปัญหาทันที เพราะมีการยกเลิกภาษีนำเข้าปาล์มน้ำมัน และอาจมีปาล์มน้ำมันราคาถูกจากประเทศอินโดนีเซียและมาเลเซียเข้ามาในประเทศจำนวนมาก และทำให้ประเทศไทยต้องหันมาพึ่งการนำเข้าจากต่างประเทศ ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรผู้ปลูกปาล์ม
ขณะที่ภาพรวมอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมัน มีมูลค่ากว่า 6.4 หมื่นล้านบาท เติบโตอย่างรวดเร็วและมีศักยภาพในการแข่งขันสูงกว่าพืชน้ำมันชนิดอื่นๆ แต่เกษตรกรไทยก็ประสบปัญหาด้านการปลูกปาล์มน้ำมันอย่างมาก ทั้งต้นทุนการผลิตต่อไร่สูง เปอร์เซ็นต์น้ำมันในผลปาล์มต่ำ พื้นที่ปลูกจำกัด และผลผลิตต่อไร่ต่ำ ปัจจุบันมีพื้นที่เพาะปลูกทั่วประเทศ 4.28 ล้านไร่
ดังนั้น การพัฒนาสายพันธุ์ใหม่ให้แก่การเกษตร จึงเป็นเรื่องที่มีความจำเป็นและสำคัญต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมการเกษตรของประเทศไทยระยะยาว ทำให้สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สวก. ได้อนุมัติให้ทุนสนับสนุน “โครงการวิจัยปรับปรุงพันธุ์ปาล์มน้ำมันแบบก้าวกระโดด” มี “สมวงษ์ ตระกูลรุ่ง” ผู้อำนวยการสถาบันจีโนม ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) เป็นหัวหน้าโครงการ
ทั้งนี้ การเพาะพันธุ์ต้นปาล์มคุณภาพดีให้แก่เกษตรกร โดยพัฒนาต่อยอดสู่โครงการต้นแบบในการขยายผลปาล์มน้ำมันไปสู่เกษตรกร ได้ใช้เทคโนโลยีชีวภาพในการคัดเลือกและพัฒนาปาล์มน้ำมันลูกผสม ทำให้ได้พันธุ์ “AKG Tenera” ให้ผลผลิตไม่ต่ำกว่า 5 ตัน/ไร่/ปี เมื่ออายุ 8 ปี มีอัตราการให้น้ำมันต่อทะลายสูง เฉลี่ย 25-26% ผลผลิตจำนวนทะลายปาล์มสด 15-20 ทะลาย/ต้น/ปี เนื้อหนา กะลาบาง ลักษณะลำต้นสูงปานกลาง ความสูงเฉลี่ย 40-50 ซม./ปี
ขณะเดียวกันยังสะดวกแก่การเก็บเกี่ยว ดูแลรักษา สามารถปรับตัวได้ดี และให้ผลผลิตสม่ำเสมอตลอดปีในทุกพื้นที่ ในทุกสภาพอากาศ รวมทั้งสามารถทนแล้งได้นานถึง 90 วัน โดยได้ทดลองปลูกในภาคอีสาน ณ สถานีทดลองเกษตร จ.ขอนแก่น ศรีสะเกษ และหนองคาย ประสบความสำเร็จอย่างมาก
ถือเป็นโครงการต้นแบบในการขยายผลปาล์มน้ำมันพันธุ์ดีไปสู่เกษตรกร โดยได้ปาล์มน้ำมันพันธุ์ดีมาต่อยอดเพื่อขยายผลปาล์มน้ำมันไปสู่เกษตรกร โดยการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ และใช้เทคโนโลยีดีเอ็นเอตรวจหาความบริสุทธิ์ของพันธุ์ปาล์มน้ำมัน รวมถึงตรวจสอบความผิดปกติของการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อได้ ทำให้ผลผลิตต้นกล้าปาล์มทุกต้นมีพันธุกรรมเหมือนกัน ขยายพันธุ์ได้รวดเร็ว และมีค่าใช้จ่ายสร้างเมล็ดลูกผสมลดลง รวมทั้งปลูกได้ทุกภาค
สำหรับโครงการนี้เป็นการดำเนินงานวิจัยร่วมกันของ 5 หน่วยงาน ได้แก่ กรมวิชาการเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ หจก. โกลด์เด้นเทเนอร่า และ ไบโอเทค
พร้อมกันนี้ได้วางเป้าหมายส่งมอบต้นกล้าปาล์มน้ำมันให้แก่เกษตรกร เริ่มเดือน พ.ย.นี้ และจะผลิตต้นกล้าปาล์มน้ำมันลูกผสม AKG Tenera ให้ได้ 1 แสนต้น ภายในปี 2559 ซึ่งต้นกล้าปาล์มทุกต้นจะติดสัญลักษณ์ คิวอาร์ โค้ด เพื่อชี้ถึงรหัสของต้นปาล์ม ข้อมูลของพ่อแม่พันธุ์ เกิดจากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อหรือเมล็ด Palm AKC Tenera 2 ซึ่งเกษตรกรที่สนใจติดต่อได้ที่ไบโอเทค
นอกจากนี้ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้พัฒนาระบบการผลิตน้ำมันปาล์มขนาดเล็กไม่ใช้ไอน้ำและแยกเมล็ดในแบบครบวงจร เพื่อสนับสนุนการรวมกลุ่มของเกษตรกรชาวสวนปาล์มให้กลายป็นผู้ผลิตน้ำมันปาล์มดิบด้วยตัวเอง สามารถขายได้ราคาดีกว่าการขายทะลายปาล์ม รวมไปถึงการนำน้ำมันปาล์มดิบมาต่อยอดเป็นการผลิตไบโอดีเซลและผลิตน้ำมันพืชปาล์มเพื่อบริโภคเองในชุมชน
ท้ายที่สุด เกษตรกรไทยจะได้กล้าพันธุ์ปาล์มน้ำมันที่มีคุณภาพ ให้ผลผลิตสูง เหมาะกับภูมิอากาศของประเทศไทย ลดการนำเข้ากล้าพันธุ์จากต่างประเทศ ทำให้สามารถขยายพื้นที่เพาะปลูกไปยังภาคอื่นๆ ของประเทศไทย เพราะปลูกได้ทุกภาคในทุกสภาวะ จึงส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มของประเทศ ที่จะมีความพร้อมเมื่อมีการเปิดเออีซีด้วย







