
ทันสถานการณ์
ตั้งกรรมการสรรหาเรกูเลเตอร์
ตั้งกรรมการสรรหาเรกูเลเตอร์
นายกวิน ทังสุพานิช เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยว่า ขอเชิญชวนองค์กรเอกชนที่ไม่แสวงหากำไรในทางธุรกิจที่มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ด้านคุ้มครองผู้บริโภค ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือด้านพลังงานไม่น้อยกว่า 5 ปี ขึ้นทะเบียนและเสนอชื่อผู้แทนองค์กรเพื่อเข้ารับการคัดเลือกเป็นหนึ่งในคณะกรรมการสรรหากรรมการกำกับกิจการพลังงาน (เรกูเลเตอร์) ซึ่งจะมีทั้งหมดจำนวน 9 คน
คณะกรรมการสรรหาฯ จะทำหน้าที่คัดเลือกเรกูเลเตอร์ชุดใหม่จำนวน 4 ท่าน แทนกรรมการชุดเดิมที่จะสิ้นสุดวาระการดำรงตำแหน่งครบ 6 ปี ในวันที่ 1 ก.พ. 2557 นี้ได้แก่ นายดิเรก ลาวัณย์ศิริ นายนภดล มัณฑะจิตร นางพัลลภา เรืองรอง และ ร.ท.ทักษิณ ลิ่มสุวรรณ์
ทั้งนี้ องค์กรใดสนใจสามารถดาวน์โหลดเอกสารการยื่นคำขอขึ้นทะเบียนและเอกสารหลักฐานแสดงคุณสมบัติขององค์กรและผู้แทนองค์กร ได้ที่ www.erc.or.th และสามารถส่งเอกสารการสมัครได้ทางไปรษณีย์ สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน หรือนำเอกสารมายื่นด้วยตัวเองตามที่อยู่ดังกล่าวได้ตั้งแต่วันที่ 4-18 พ.ย. 2556 ในวันและเวลาราชการ สนใจดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.erc.or.th
เล็งดึงรัสเซียลงทุนไทย
นายประเสริฐ บุญชัยสุข รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยหลังการเข้าพบของผู้บริหารระดับสูงของบริษัท โรสเทค สเตท คอร์ปอเรชั่น จากประเทศรัสเซีย ว่า รัสเซียได้ตกลงซื้อยางพาราจากประเทศไทยเพิ่มขึ้นอีก 2.5 แสนตันต่อปี จากปัจจุบัน 5 หมื่นตันต่อปี เป็น 3 แสนตันต่อปี เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบการผลิตหลายในอุตสาหกรรมโดยกลุ่มที่รัสเซียมีความเชี่ยวชาญยานยนต์ รถไฟฟ้า เครื่องใช้ไฟฟ้า เลนส์ ซึ่งในโอกาสนี้ทางการไทยก็ได้เชิญนักธุรกิจรัสเซียเข้ามาลงทุนในไทยด้วยจากที่ผ่านมามีการลงทุนในไทยค่อนข้างน้อย ซึ่งจากสถิติยอดขอรับส่งเสริมการลงทุนระหว่างปี 2547ปัจจุบัน มีเพียง 9 โครงการ เงินลงทุน 1,190 ล้านบาท โดยในการเดินทางเยือนรัสเซียอย่างเป็นทางการของคณะรัฐบาลไทย คาดว่าจะทำให้นักธุรกิจรัสเซียสนใจลงทุนไทยมากขึ้น
ทั้งนี้บริษัทโรสเทคฯ สนใจซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่ที่มีบริษัทในเครือ 663 แห่ง ครอบคลุมการใช้เทคโนโลยีชั้นสูงทั้งด้านทหาร อุตสาหกรรมพลเรือนหลายสาขาก็มีความสนใจลงทุนในไทย โดยเฉพาะการผลิตจากจากผลิตภัณฑ์ยางและสนใจพื้นที่ภาคใต้เพราะใกล้แหล่งวัตถุดิบและท่าเรือซึ่งได้มีการเข้ามาขอข้อมูลด้านมาตรการส่งเสริมการลงทุนจากกระทรวงฯ ซึ่งก็ได้มีการเสนอว่าพื้นที่ในนิคมอุตสาหกรรมภาคใต้ที่จ.สงขลาถือเป็นพื้นที่เหมาะสมเพราะอยู่ใกล้แหล่งวัตถุดิบและใกล้ท่าเรือสะดวกในการผลิตเพื่อส่งออกไปต่างประเทศ
แผนโลจิสติกส์การเกษตร
นายชวลิต ชูขจร ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังการประชุมการจัดทำแผนปฏิบัติการตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของประเทศไทย ฉบับที่ 2 ว่า ที่ประชุมได้หารือถึงแผนปฏิบัติงานและงบประมาณ 4 ปี พ.ศ. 2556–2560 ของส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ เพื่อรองรับการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์การพัฒนาโลจิสติกต์และระบบ ห่วงโซ่อุปทานภาคการเกษตร พ.ศ. 2556–2560 จะต้องสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของประเทศไทย ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2556–2560) ซึ่งจัดทำโดยสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการพัฒนาระบบการบริหารจัดการขนส่งสินค้าและบริการของประเทศ (กบส.)
ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้แต่ละงานทบทวนแผนงาน รวมถึงการจัดสรรงบประมาณและนำมาพิจารณาอีกครั้ง โดยมุ่งเป้าหมาย คือ เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการระบบโลจิสติกส์ของเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรให้เข้มแข็งในห่วงโซ่อุปทาน เพื่อลดต้นทุนและการสูญเสียในกระบวนการผลิต การสร้างความร่วมมือในโซ่อุปทานสินค้าเกษตรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ การเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการคุณภาพสินค้าเกษตรให้ตรงกับความต้องการของตลาด ตลอดจนเพิ่มความสะดวกสำหรับสินค้าและบริการ







