
เอกชนหวั่นการเมืองร้ายสุดดึงจีดีพีร่วง 1.5 %
ในงานเสวนา “Economic Outlook : ตามติดเศรษฐกิจไทย ปี 2557”
โดย...อนัญญา มูลเพ็ญ
ในงานเสวนา “Economic Outlook : ตามติดเศรษฐกิจไทย ปี 2557” ซึ่งจัดร่วมกันระหว่างสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และมหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต เพื่อประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจปีหน้า เพื่อเสนอข้อแนะนำแก่ผู้ประกอบการแสดงให้เห็นว่าสถานการณ์การเมืองที่ร้อนแรงในขณะนี้ ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่สร้างความกังวลต่อผู้ประกอบการ
โดย ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง กล่าวว่า เศรษฐกิจปีหน้ามีแนวโน้มดีขึ้นตามการส่งออกที่จะขยายตัวตามเศรษฐกิจหลักๆ ของโลกทั้งสหรัฐ ยุโรป ญี่ปุ่น ที่จะค่อยๆ ส่งผ่านการปรับตัวดีขึ้นผ่านจีนมายังไทยและประเทศอื่นๆ ในอาเซียน โดยหากไม่มีปัญหาการเมืองมาทำให้สะดุด คาดว่าจีดีพี ปี 2557 จะขยายตัวได้มากกว่า 4%
กอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ มองสอดคล้องกันเกี่ยวกับความเสี่ยงของเศรษฐกิจไทยว่า ปี 2556 ถือว่าเศรษฐกิจมีความผันผวนมากต้องเผชิญกับหลายปัญหาทั้งต่างประเทศและในประเทศ ทำให้จีพีดีพีที่คาดไว้ตั้งแต่ต้นปีว่าจะขยายตัวได้ 5% คงขยายตัวได้จริงเพียง 3.53.7%
สำหรับปี 2557 คาดว่าเศรษฐกิจจะมีความผันผวนไม่น้อยไปกว่าปีนี้ โดยมี 2 ปัจจัยหลักที่คอยกดดัน คือ ปัญหาการเมืองในประเทศและการถอนมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) ของสหรัฐ หากสถานการณ์การเมืองในประเทศยังยืดเยื้อไม่จบใน 23 สัปดาห์นี้ คาดว่าจะทำให้ประเทศต่างๆ เตือนประชาชนของตัวเองให้ระมัดระวังการมาเที่ยวในไทย ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อภาคท่องเที่ยวที่เป็นกำลังขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจไทย ขณะเดียวกันถ้าเหตุการณ์ยืดเยื้อยาวต่อไป จะยิ่งส่งผลกระทบไปยังการลงทุนของเอกชนไทยและต่างชาติ
อย่างไรก็ตาม ภาพปี 2557 ตอนนี้คือเศรษฐกิจต่างประเทศจะขึ้นแต่ในประเทศอาจชะลอลง ซึ่งการประเมินเบื้องต้นหากทุกฝ่ายถอยคนละก้าวบรรยากาศการเมืองดีขึ้นจีดีพี ปี 2557 จะขยายตัว 5% แต่หากปัญหาการเมืองลุกลามยืดเยื้อจะทำให้การเติบโตหายไป 11.5% ซึ่งเป็นอัตราปกติที่เคยเกิดขึ้นทุกครั้งที่ไทยเกิดปัญหาการเมือง ดังนั้นกรณีนี้จะทำให้จีดีพีเหลือ 3.54%
ด้านแนวโน้มของราคาพลังงานซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ผู้ประกอบการกังวลนั้น “มนูญ ศิริวรรณ” ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน ยังมองว่า ปี 2557 ราคาน้ำมันจะไม่ปรับตัวสูงขึ้นไปจากปีนี้มากนัก เนื่องจากทิศทางราคาพลังงานในตลาดโลกมีแนวโน้มปรับลดลง เพราะคาดว่าปริมาณความต้องการใช้น้ำมันจะเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยอยู่ที่ 1.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน เป็น 92 ล้านบาร์เรลต่อวัน เพราะเศรษฐกิจโลกแม้จะอยู่ในช่วงฟื้นตัวแต่ยังไม่เต็มที่ ทั้งสหรัฐ จีนและญี่ปุ่น และและยังต้องติดตามปัจจัยเสี่ยงจากสถานการณ์ทางการเมืองของประเทศผู้ผลิตน้ำมันในตะวันออกกลางด้วย โดยคาดว่าปี 2557 ราคาน้ำมันดิบดูไบจะอยู่ที่ 104105 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล "สิ่งสำคัญที่ภาครัฐต้องให้ความสำคัญเกี่ยวกับพลังงานในระยะต่อไปคือ
เจน นำชัยศิริ รองประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า ธุรกิจไทยมีโอกาสขยายตัวในปี 2557 ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก แต่ยังมีความเสี่ยงภายในที่สำคัญคือการขาดแคลนแรงงานเพราะตอนนี้ภาคธุรกิจพูดเป็นเสียงเดียวกันว่ามีตลาดที่สามารถขายของได้แต่ยังขาดแรงงาน รวมถึงยังขาดการวิจัยและพัฒนา ทำให้ต้องพึ่งเทคโนโลยีจากต่างประเทศตลอดจนการทำตลาดในเชิงรุกมากขึ้น โดยเฉพาะในอาเซียนที่กำลังเติบโตมีความต้องการของตลาดที่แตกต่างกันในแต่ละประเทศ







