posttoday
THANIสินเชื่อพุ่งลั่นไม่เพิ่มทุน2ปี

THANIสินเชื่อพุ่งลั่นไม่เพิ่มทุน2ปี

06 พฤศจิกายน 2556

THANI ลั่นไม่เพิ่มทุนถึงปี 2558 ยันมีแหล่งเงินพร้อมปล่อยสินเชื่อ มั่นใจคุมดีอีอยู่ ลุ้นทริสขึ้นเครดิต

THANI ลั่นไม่เพิ่มทุนถึงปี 2558 ยันมีแหล่งเงินพร้อมปล่อยสินเชื่อ มั่นใจคุมดีอีอยู่ ลุ้นทริสขึ้นเครดิต

นายวิรัตน์ ชินประพินพร ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ราชธานีลิสซิ่ง (THANI) เปิดเผยว่า บริษัทยังไม่มีความเสี่ยงเรื่องการเพิ่มทุนจนถึงปี 2558 แม้ปัจจุบันอัตราหนี้สินต่อทุน (ดีอี) จะเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 7.5 เท่า จากนโยบายที่วางไว้ไม่เกิน 10 เท่า ตามทิศทางการปล่อยสินเชื่อที่ขยายตัวดีเพราะมีแหล่งเงินทุนอื่นๆ ทั้งการกู้และออกหุ้นกู้รองรับเพื่อปล่อยสินเชื่อได้

นอกจากนี้ ยังหวังว่าในเดือน เม.ย.ปีหน้า อันดับความน่าเชื่อถือของบริษัทน่าจะได้รับการปรับขึ้นจากบริษัท ทริส เรทติ้ง เป็น A จากปัจจุบันอยู่ที่ BBB+ เพราะมีแผนออกหุ้นกู้ 2,000 ล้านบาท ทดแทนหุ้นกู้เดิมที่ครบกำหนด ซึ่งจะทำให้ต้นทุนดอกเบี้ยลดลง

ด้านผลดำเนินงานก็ดีขึ้นต่อเนื่องในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา หลังจากเริ่มปล่อยสินเชื่อเช่ารถบรรทุกที่ขยายตัวดีและให้ผลตอบแทนที่สูงและมีธนาคารธนชาตเข้ามาถือหุ้น

ทั้งนี้ ปีนี้คาดว่ายอดสินเชื่อจะเติบโตกว่าเป้าหมายเดิมที่ตั้งไว้ 30% เพิ่มเป็น 40% หรือจะมีพอร์ตสินเชื่อประมาณ 3 หมื่นล้านบาท จากยอดปล่อยสินเชื่อรวมที่ปีก่อนทำได้ประมาณ 1.9 หมื่นล้านบาท เพราะความต้องการใช้รถบรรทุกที่ขยายตัวดีทุกจังหวัดทั่วประเทศ ส่วนปีหน้าคาดว่าสินเชื่อจะโต 20-30% จากปีนี้

“แหล่งเงินมีทั้งการกู้และออกหุ้นกู้การกู้ บริษัทจะพยายามบริหารลดต้นทุนการเงิน ซึ่งเป็นต้นทุนหลัก โดยการปล่อยสินเชื่อต้องได้ดอกเบี้ย 8.59% และตั้งเป้าดอกเบี้ยรับสุทธิในปีหน้าไว้ไม่ต่ำกว่า 4% ปีนี้ก็ทำได้กว่า 4%”

นายบุญชู วงศ์ภักดี ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท ราชธานีลิสซิ่ง กล่าวว่า บริษัทมีแหล่งเงินทุนหลักจากกระแสเงินสดที่เข้ามาจากการผ่อนชำระคืนสินเชื่อในแต่ละปี หรือคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 40-45% ของยอดปล่อยสินเชื่อ ส่งผลให้ไม่มีความจำเป็นในการก่อหนี้ในสัดส่วนที่สูง อีกทั้งจะยังใช้นโยบายดังกล่าวในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า ทำดีอีจะขยับขึ้นไม่ถึงนโยบายที่วางไว้

อย่างไรก็ตาม แนวโน้มดอกเบี้ยนโยบายปีหน้ามีโอกาสปรับขึ้นประมาณ 0.25% ส่งผลบริหารพอร์ตเงินกู้ให้เป็นแบบคงที่เพิ่มขึ้นเป็น 98.6% และมีสัดส่วนที่เงินกู้ระยะยาวอยู่ที่ 70% และระยะสั้นอีก 30% เพื่อให้ต้นทุนทางการเงินปรับขึ้นน้อยกว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ขยับขึ้น อีกทั้งหากบริษัทได้ปรับเพิ่มอันดับเครดิตตามที่วางเป้าหมายไว้ จะส่งผลให้ต้นทุนดอกเบี้ยจ่ายของบริษัทลดลงต่ำกว่าปัจจุบันที่ทำได้อยู่ที่ 4.5%

สำหรับหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ปัจจุบันอยู่ที่ 2.5% หรือราว 617 ล้านบาท โดยยังอยู่ในกรอบนโยบายที่วางไว้ และยังมีสัดส่วนที่ต่ำเมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งในอุตสาหกรรม โดยบริษัทได้ตั้งสำรองไว้สัดส่วน 70% ของยอดเอ็นพีแอลทั้งหมด

นอกจากนี้ ในปีหน้ามีแผนจะเพิ่มสาขาใหม่อีกจำนวน 3 สาขา ในเขตภาคใต้ เหนือ และตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นพื้นที่มีความต้องการใช้รถบรรทุกในภาคเกษตรค่อนข้างสูง จากปัจจุบันที่มี 7 สาขา ครอบคลุม 40 จังหวัด

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ