
คลื่นเกาหลี
ในห้วงโมงยามที่ถนนทุกสายกำลังมุ่งสู่อาเซียน ดูเหมือนจีนและญี่ปุ่นจะเป็นประเทศที่ให้น้ำหนักกับภูมิภาคนี้ชัดเจนมากที่สุด เมื่อดูจากสินค้าและการลงทุนที่ทะลักเข้ามาในอาเซียน
ในห้วงโมงยามที่ถนนทุกสายกำลังมุ่งสู่อาเซียน ดูเหมือนจีนและญี่ปุ่นจะเป็นประเทศที่ให้น้ำหนักกับภูมิภาคนี้ชัดเจนมากที่สุด เมื่อดูจากสินค้าและการลงทุนที่ทะลักเข้ามาในอาเซียน
แต่ที่จริงแล้ว “เกาหลีใต้” เป็นอีกประเทศที่เพิ่มบทบาทเชิงรุกเข้ามาในภูมิภาคนี้แบบเงียบๆ ชนิดที่ใครหลายคนคาดไม่ถึง
แดนกิมจิบุกอาเซียนโดยส่งออกคลื่นวัฒนธรรม หรือเคป๊อป แบบเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นในไทยมาก่อนหน้านี้ ผ่านสื่อบันเทิงทั้งภาพยนตร์ ละคร เพลง ดารา รวมถึงการท่องเที่ยว ก่อนนำสินค้าหลากหลายแบรนด์พาเหรดเข้ามาขายในภูมิภาคนี้
นอกเหนือจากสินค้าความงาม เครื่องใช้ไฟฟ้า และอุปกรณ์ไฮเทค แบรนด์รถยนต์เป็นอีกหนึ่งอุตสาหกรรมที่ประสบความสำเร็จมากในตลาดอาเซียน หายใจรดต้นคอแบรนด์ดังจากญี่ปุ่นมาติดๆ
หลายประเทศในอาเซียนนิยมรถยนต์แบรนด์เกาหลี โดยเฉพาะรถยนต์มือสอง ซึ่งสนนราคาไม่ไกลเกินเอื้อมผู้บริโภคที่เพิ่งเริ่มมีเงินมากขึ้นจากภาวะเศรษฐกิจที่กำลังขยายตัว
ยกตัวอย่างในลาว แบรนด์รถยนต์เกาหลีเป็นหนึ่งในทางเลือกของผู้ที่ต้องการซื้อรถมือสอง เพราะลาวขับรถชิดขวา ขณะที่พวงมาลัยอยู่ทางซ้าย รถยนต์เกาหลีจึงเหมาะกับการใช้งานมากกว่ารถจากญี่ปุ่นที่พวงมาลัยอยู่ด้านขวา
จากข้อมูลของบริษัท โคเลา โฮลดิ้งส์ ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ยี่ห้อฮุนไดและเกีย ในลาว ระบุว่า ในปีนี้ แบรนด์ฮุนไดเกีย มีสัดส่วนราว 37% ในตลาดนำเข้ารถยนต์ของลาว
เช่นเดียวกับในกัมพูชา รถใช้แล้วที่นำเข้าส่วนใหญ่เป็นรถพวงมาลัยซ้ายจากเกาหลี ญี่ปุ่น สหรัฐ
ปัจจุบัน ตลาดรถยนต์มือหนึ่งในกัมพูชามีความต้องการเพียงปีละ 2,000 คัน ผิดกับรถมือสองที่ความต้องการมากกว่า 10 เท่า อยู่ที่ 2 หมื่นคัน แต่ค่ายรถต่างชาติก็สนใจตลาดแห่งนี้ ทั้งเจนเนอรัล มอเตอร์ส (จีเอ็ม) ฮุนได มอเตอร์ ที่เข้าไปลงหลักปักฐานในกัมพูชา
รวมถึงในพม่า เพื่อนบ้านที่กำลังเนื้อหอมสุดๆ ในอาเซียน ก็กำลังกลายเป็นสมรภูมิประลองของบริษัทรถยนต์ยักษ์ใหญ่ระดับโลก แม้ในช่วงนี้ตลาดรถยนต์จะถูกครองด้วยรถมือสอง แต่ในอนาคตจะเป็นแหล่งรายได้สำคัญที่ยังไม่เคยมีใครเจาะได้มาก่อน
ขณะนี้รถยนต์มือสองมีสัดส่วน 99% ของยอดขายในตลาดรถยนต์พม่า แต่หลายค่ายมองข้ามชอร์ตไปถึงความต้องการที่น่าจะเพิ่มขึ้นในอนาคต ทั้งนิสสัน มอเตอร์ ฟอร์ด มอเตอร์ และฮุนได มอเตอร์ ต่างก็มีแผนเปิดโชว์รูมในพม่ากันเป็นแถว
เพียงแต่ “ฮุนได” มีความได้เปรียบที่แบรนด์อื่นๆ ไม่มี นั่นคือ กระแสเห่อเกาหลี จากการที่วัยรุ่นพม่ากำลังตกหลุมรักละครและเพลงเกาหลี ซึ่งบริษัทผู้แทนจำหน่ายก็มีแผนจะใช้ความคลั่งไคล้นี้ให้เกิดประโยชน์ เพื่อชิงส่วนแบ่งจากค่ายรถญี่ปุ่น โดยตั้งเป้าจะมีสัดส่วนทางการไม่น้อยกว่า 15%
โคเลา โฮลดิ้งส์ ซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายของฮุนไดในพม่า ประเมินว่า ในปีนี้พม่าจะมีจำนวนรถยนต์นั่งส่วนบุคคลทั้งหมด 331,468 คัน เพิ่มขึ้น 24% จากปีก่อนหน้า ซึ่งเท่าๆ กับทุกๆ 1,000 คน มีแค่ 6 คนที่เป็นเจ้าของรถยนต์ และส่วนใหญ่ก็นิยมซื้อรถยนต์แบรนด์ญี่ปุ่นอย่างนิสสัน และจีเอ็มจากสหรัฐ







