“สลิดทองกรีน” ลุยตลาดโลก
“ปลาสลิดทอดกรอบ” จากเดิมที่เคยเป็นเสบียงอาหารยอดนิยมของเหล่านักเรียนนอกที่เตรียมเดินทางไปศึกษาต่อต่างประเทศ
โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล
“ปลาสลิดทอดกรอบ” จากเดิมที่เคยเป็นเสบียงอาหารยอดนิยมของเหล่านักเรียนนอกที่เตรียมเดินทางไปศึกษาต่อต่างประเทศ แต่ในปัจจุบันผลิตภัณฑ์เดียวกันนี้ถูกนำมาต่อยอดทางธุรกิจ พัฒนาเป็นสินค้าใหม่พร้อมปรุงรสใส่บรรจุภัณฑ์ที่ทันสมัยสวยงาม เพื่อให้สามารถพกพาและนำไปเป็นของฝากได้ง่ายและสะดวกขึ้น
กนกพร ณ ระนอง กรรมการผู้จัดการ บริษัท กรีนฟู้ดส์โกลบอล เจ้าของผู้ผลิตและทำตลาดอาหารพร้อมรับประทานปลาสลิดทอดกรอบแบรนด์ “สลิดทองกรีน” (Salid Thong Green) เล่าว่า ได้เริ่มธุรกิจขึ้นเมื่อ 3 ปีก่อน เพราะอยากเป็นเจ้าของธุรกิจสักอย่าง เลยตัดสินใจใช้งบลงทุนราว 5 ล้านบาท เข้าซื้อกิจการเล็กๆ จากคนรู้จักที่เป็นผู้ผลิตปลาสลิด สินค้าโอท็อปใน จ.สมุทรปราการ
“ตลาดอาหารพร้อมรับประทานอย่างปลาสลิดยังมีโอกาสเติบโตอยู่ จากเมื่อก่อนที่รู้กันว่าเป็นสเบียงอาหารชั้นหนึ่งของนักเรียนในต่างประเทศ ทั้งรสชาติและกลิ่นของปลาสลิดเอง ซึ่งถูกจัดให้เป็นปลาระดับพรีเมียม ที่ปัจจุบันก็ยังมีความนิยมสูงอยู่” กนกพร กล่าว
อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากความโดดเด่นทางผลิตภัณฑ์แล้ว “ปลาสลิดทองกรีน” ยังเพิ่มมูลค่าด้วยมาตรฐานสากลจากองค์การอาหารและยา สหรัฐ หรือยูเอสเอฟดีเอ (USFDA) เพื่อการันตีสินค้าในการทำตลาดส่งออก โดยเฉพาะในตลาดสหรัฐและในยุโรป เพื่อให้ได้รู้จักอาหารพร้อมรับประทานแสนอร่อย อย่างปลาสลิดทอดกรอบจากไทยด้วย
ปัจจุบันบริษัทมีกำลังการผลิตสินค้าราว 600800 กิโลกรัมต่อวัน โดยมีโรงงานผลิตใน จ.สมุทรปราการ มีสินค้าทำตลาด 3 รสชาติ คือ ปลาสลิดรสชาติดั้งเดิม ทอดกรอบ ปลาสลิด3 รส เปรี้ยว เค็ม และหวาน และรสชาติใหม่ ปลาสลิดรสต้มยำ วางราคาสินค้าบรรจุถุงฟอยด์ในช่องทางร้านค้าปลีกอยู่ที่ 159 บาท ขนาดบรรจุ 80 กรัม ปัจจุบันมีสัดส่วนการทำตลาดส่งออกหลักอยู่ที่ 60% และอีก 40% ทำตลาดภายในประเทศ ผ่านช่องทางร้านค้าปลีกสมัยใหม่ และรับจ้างผลิต (โออีเอ็ม) ให้กับเจ้าของสินค้ารายอื่น
ไม่ใช่แค่เพียง “ปลาสลิด” ที่เป็นสินค้าเพื่อทำตลาดเท่านั้น กนกพร เสริมว่าแบรนด์ “สลิดทองกรีน” ยังขายมาตรฐานที่ได้รับอย่างยูเอสเอฟดีเออีกด้วย ที่บริษัทมุ่งให้ความสำคัญในด้านนี้ตั้งแต่แรกเริ่มทำธุรกิจ เพราะมองเห็นโอกาสจากการที่อาหารไทยซึ่งถูกวางไว้ให้เป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์เศรษฐกิจที่สำคัญไทย คือ “การเป็นครัวโลก” จากโลกการค้าและการเดินทางที่ไร้พรมแดนแล้วในปัจจุบัน
ทั้งนี้ จากการทำตลาดปลาสลิดทองกรีนในช่วง 23 ปีที่ผ่านมา ได้การตอบรับดีจากกลุ่มเป้าหมายผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่มคนไทยในต่างประเทศ จากความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ที่พัฒนารสชาติใหม่ๆ ออกมา ซึ่งยังทำให้ขยายฐานกลุ่มเป้าหมายใหม่ได้อีกด้วย จากรูปแบบของแพ็กเกจจิ้งสินค้าที่ดูทันสมัยและถูกสุขอนามัย ที่ต่างชาติให้ความสำคัญ ซึ่งเป็นกลยุทธ์การทำตลาดแบบคู่ขนานที่บริษัทให้ความสำคัญ
โดยเฉพาะการสร้างแบรนด์ “สลิดทองกรีน” ให้เป็นที่รู้จักในไทยก่อน เพื่อต่อยอดไปสู่การทำตลาดในเอเชียอย่างจีนซึ่งเป็นอีกหนึ่งตลาดขนาดใหญ่ จากกำลังซื้อผู้บริโภคที่นิยมและยอมรับสินค้าหรืออาหารจากไทย ซึ่งยังรวมถึงโอกาสในการทำตลาดจากการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ที่กำลังเกิดขึ้นในอีกไม่ถึง 2 ปีนับจากนี้ด้วย ที่ขณะนี้อยู่ระหว่างเจรจาในตลาด 2 ประเทศ คือ สิงคโปร์และอินโดนีเซีย
พร้อมเชื่อว่าธุรกิจนี้มาถูกทาง จากการมองเห็นพื้นฐานของประเทศไทยที่มีความเข้มแข็งด้านวัตถุดิบอาหารที่ดีและมีอยู่มากมาย ซึ่งในฐานะคนไทยควรภาคภูมิใจที่ประเทศไทยเป็นผู้ผลิตสินค้าอาหารที่มีคุณภาพดีที่สุดในโลก พร้อมเพิ่มมูลค่าการผลิตด้านคุณภาพ ด้วยมาตรฐานที่ดีในระดับสากล เพื่อใช้เป็นจุดแข็งในการทำตลาดส่งออกในอนาคต


