
การเมืองฉุดความสุขธุรกิจ
กระทบนโยบายสนับสนุนผู้ประกอบการกังวลสูงสุดเสถียรภาพรัฐบาล
กระทบนโยบายสนับสนุนผู้ประกอบการกังวลสูงสุดเสถียรภาพรัฐบาล
เอแบคโพลล์ชี้การเมืองไร้เสถียรภาพ กระชากดัชนีความสุขเอสเอ็มอีไทย ฉุดเศรษฐกิจปีนี้แย่
น.ส.ปุณฑรีก์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดเผยว่า ผลสำรวจเรื่องดัชนีชี้วัดความสำเร็จและความสุขของเอสเอ็มอีไทยจำนวน 274 ตัวอย่าง ระหว่างเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา พบว่าปัจจัยที่ทำให้เกิดความกังวลและบั่นทอนความสุขของผู้ประกอบการต่อการดำเนินธุรกิจในปัจจุบัน 75.5% มีความกังวลในเรื่องความไม่มีเสถียรภาพทางการเมือง 69.3% ห่วงเรื่องความขัดแย้งภายในประเทศ 63.5% กังวลเรื่องคอร์รัปชั่น 52.2% กังวลผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกและ 43.8% เป็นห่วงภาวะเศรษฐกิจไทย
นอกจากนี้ สิ่งที่น่าเป็นห่วง คือ เมื่อสอบถามถึงสภาวะเศรษฐกิจของประเทศไทยในขณะนี้ เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว พบว่าเกินครึ่งหรือ 57.2% คิดว่าแย่ลง มีเพียง 18.6% คิดว่าดีขึ้น และ 24.2% คิดว่าเหมือนเดิม รวมถึงให้คะแนนเฉลี่ยค่าความพึงพอใจต่อนโยบายด้านการส่งเสริมการลงทุนของรัฐบาลชุดปัจจุบัน ในมุมมองของผู้ประกอบการอยู่ที่ 5.12 จากคะแนนเต็ม 10 คะแนน
“จากความวุ่นวายทางการเมืองที่ผ่านมา จนถึงขณะนี้ส่งผลกระทบหลักยังดัชนีความสุขของผู้ประกอบการ โดยเฉพาะด้านนโยบายการส่งเสริมลงทุนเอสเอ็มอี ที่จะต้องมาจากทุกภาคส่วนในรูปแบบภาคีร่วมกัน ทั้งรัฐ เอกชน” น.ส.ปุณฑรีก์ กล่าว
สำหรับความคิดเห็นต่อการพัฒนาศักยภาพเอสเอ็มอีไทย พบว่ามากกว่า 90.1% คิดว่ามีความจำเป็นมากที่สุดต่อการพัฒนาศักยภาพเอสเอ็มอีไทย จะต้องอาศัยความร่วมมือจากภาคส่วนต่างๆ ในสังคม ซึ่งปัจจัยที่จะทำให้ธุรกิจเอสเอ็มอีสามารถประสบความสำเร็จได้ในสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน โดย 74.5% ระบุว่า การมีพันธมิตรทางธุรกิจที่ดีจะทำให้เอสเอ็มอีประสบความสำเร็จ
ขณะที่ในอันดับรองลงมา ระบุว่า การมีแผนงานทางธุรกิจที่ดีจะทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ 73.7% และการมีแหล่งเงินทุนที่เพียงพอ 58.8% รวมถึงการมีที่ปรึกษาทางการเงินที่ดี 39.1% ส่วนการมีความมั่นใจและความเชื่อ 39.1% และการมีแหล่งเงินกู้โดยไม่ต้องใช้หลักประกัน 38.7% และการมีแหล่งเงินกู้โดยไม่ต้องใช้หลักประกันและอื่นๆ 6.2% เช่น การควบคุมต้นทุน มีแหล่งข้อมูลที่เป็นประโยชน์ เป็นต้น
ขณะเดียวกันยังมีค่าคะแนนเฉลี่ยดัชนีความสุขของผู้ประกอบการต่อการดำเนินงานของรัฐบาลชุดปัจจุบัน ซึ่งอยู่ที่ 6.06 คะแนน จากคะแนนเต็ม 10 คะแนน นั้นซึ่งหมายความว่าผู้ประกอบการยังไม่ค่อยมีความสุขในการดำเนินธุรกิจท่ามกลางสภาวะของบ้านเมืองที่ร้อนแรง และภายใต้การดำเนินงานของรัฐบาลชุดนี้







