posttoday
ข่าวเศรษฐกิจภาครัฐ

ข่าวเศรษฐกิจภาครัฐ

03 พฤศจิกายน 2556

ข้าวราคาตก-เงินเฟ้อต่ำสุดรอบ4ปี

ข้าวราคาตก-เงินเฟ้อต่ำสุดรอบ4ปี

รอบสัปดาห์ที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์แจ้งราคาข้าวในตลาดขณะนี้ลดลงต่ำสุดเทียบกับช่วง 3 ปีที่ผ่านมา หรือก่อนที่จะมีโครงการรับจำนำข้าวเปลือก 2554/2555 โดยราคาที่เทียบกับ 3 ปีก่อนหน้า พบว่า ข้าวเปลือกเจ้า ความชื้น 15% อยู่ที่ 7,500-8,000 บาท/ตัน จาก 8,400-8,500 บาท/ตัน ข้าวขาว 5% (ข้าวสาร) กระสอบ (100 กก.) ละ 1,210-1,230 บาท ลดลงจากกระสอบละ 1,400 บาท โดยเฉลี่ยแล้วข้าวในตลาดราคาลดลง 5-10% ด้านราคาส่งออกข้าวขาว 5% ลดลงอยู่ที่ตันละ 420430 เหรียญสหรัฐ/ตัน ต่ำกว่าราคาส่งออกช่วง 3 ปีที่ 460-470 เหรียญสหรัฐ ส่วนสาเหตุที่ราคาข้าวในตลาดลดลงต่ำ เนื่องจากการระบายสต๊อกข้าวของรัฐช่วงที่ผ่านมาทำให้มีข้าวในตลาดจำนวนมาก ประกอบกับข้าวเปลือกฤดูกาลใหม่ปี 2556/2557 กำลังทยอยออกมา ส่งผลให้ราคาข้าวปรับตัวลดลงตามจิตวิทยาของตลาด

เงินเฟ้อต่ำสุดรอบ 4 ปี

พร้อมกันนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังได้ประเมินดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (เงินเฟ้อ) ปี 2556 มีโอกาสที่จะขยายตัวเพียง 2.2% ถือเป็นการขยายตัวต่ำสุดในรอบ 4 ปี นับตั้งแต่ปี 2552 ที่เงินเฟ้อติดลบ 0.9% จากเหตุวิกฤตเศรษฐกิจในสหรัฐ โดยเงินเฟ้อช่วง 2 เดือนสุดท้ายของปีนี้จะขยายตัวได้ไม่มากนัก ราว 1.7% ใกล้เคียงกับเดือน ต.ค.ที่สูงขึ้น 1.46% เทียบกับเดือน ต.ค. 2555 เนื่องจาก 2 เดือนที่เหลือเป็นช่วงฤดูหนาวที่ราคาสินค้าผักสดและผลไม้จะปรับตัวลดลงหลังจากผลผลิตดีขึ้น ประกอบกับนโยบายในการลดภาระค่าครองชีพของรัฐบาล สำหรับปัจจัยที่ทำให้เงินเฟ้อเดือน ต.ค.สูงขึ้น 1.46% มาจากดัชนีหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์สูงขึ้น 2.87% สินค้าที่ราคาแพงขึ้น เช่น แป้งและผลิตภัณฑ์จากแป้ง 1.57% เนื้อสัตว์ เป็ด ไก่ และสัตว์น้ำ 9.88% ไข่และผลิตภัณฑ์นม 8.51% เครื่องประกอบอาหาร 1.27% เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ 0.77% อาหารสำเร็จรูป 1.30% โดยสินค้าที่ราคาลดลง เช่น ผักสด ลด 0.74% ผลไม้สด ลด 0.13% ขณะที่หมวดอื่นๆ ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม สูงขึ้น 0.75% สินค้าสำคัญที่ราคาแพงขึ้น เช่น น้ำมันเชื้อเพลิง 1.63% เครื่องนุ่งห่มและรองเท้า 0.91% ค่าเช่าบ้าน หอพัก 0.86% การรักษาและบริการส่วนบุคคล 0.66% การขนส่งและการสื่อสาร 0.59% การบันเทิง การอ่าน การศึกษา และการศาสนา 0.49% และยาสูบและเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์ 3.52%

ขยับราคาแอลพีจี อีก 50 สต.

จากปัจจัยลบทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในภาพรวม ยังส่งผลกระทบต่อยอดจำหน่ายก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ด้วย โดยนายชิษณุพงศ์ รุ่งโรจน์งามเจริญ นายกสมาคมผู้ค้าก๊าซปิโตรเลียมเหลว ออกมาระบุถึงยอดขายแอลพีจีภาคครัวเรือนตามร้านจำหน่ายทั่วประเทศมีแนวโน้มชะลอตัวลง โดยคาดว่าทั้งปีจะหดตัว 5% เป็นการหดตัวครั้งแรกในรอบ 10 ปี จากปกติจะเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 5-10% ปัจจัยหลักมาจากเศรษฐกิจไทยที่ชะลอตัวทำให้ประชาชนเกิดการใช้จ่ายที่ประหยัดขึ้น รวมถึงในปีนี้ที่อยู่อาศัยส่วนใหญ่จะขยายตัวในกลุ่มคอนโดมิเนียมที่จะไม่มีการใช้ก๊าซหุงต้ม และเป็นส่วนสำคัญให้ยอดใช้ปีนี้ลดลง

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 1 พ.ย. ได้ปรับขึ้นราคาแอลพีจีภาคครัวเรือนอีกกิโลกรัมละ 50 สต. ส่งผลให้ราคาขายปลีกเป็น 19.63 บาทต่อกิโลกรัม ในขณะที่มาตรการลดผลกระทบให้กับผู้มีรายได้จากการปรับราคาแอลพีจียังมีการใช้สิทธิไม่ถึง 1% ของจำนวนผู้มีสิทธิ 7.7 ล้านราย เนื่องจากมีร้านจำหน่ายแก๊สส่วนหนึ่งไม่เข้าร่วมโครงการ ทำให้ผู้มีสิทธิซื้อแอลพีจีราคาเดิมไม่สามารถลงทะเบียนเพื่อใช้สิทธิดังกล่าวได้ โดยหลังจากนี้จะพยายามประสานงานให้เกิดการใช้สิทธิมากขึ้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท