
พลาสติกชีวภาพ “ช่วยชาวเขา ช่วยชาวเรา ช่วยชาวโลก”
ด้วยเจตนารมณ์เรื่อง “โครงการหลวง” ตามพระราชกระแสรับสั่งของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
โดย...ปอย
ด้วยเจตนารมณ์เรื่อง “โครงการหลวง” ตามพระราชกระแสรับสั่งของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่จะนำความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นมาสู่ชุมชนชาวเขา สร้างอาชีพ และรายได้เพียงพอแก่การยังชีพ ลดการบุกรุกทำลายป่า และการปลูกฝิ่น เพื่อ “ช่วยชาวเขา ช่วยชาวเรา ช่วยชาวโลก”
จากพระราชกระแสรับสั่งครั้งนั้น โครงการหลวงได้ดำเนินการเรื่อยมาจวบจนวันนี้ ซึ่งทางบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล ได้ร่วมกับมูลนิธิโครงการหลวง และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ร่วมลงนามสัญญาความร่วมมือในโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์พลาสติก เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นหนึ่งใน “โครงการ Green Project : Save the World, Save Us by Green Technology” โดยร่วมกันพัฒนาผลิตภัณฑ์พลาสติก สู่ประโยชน์ในด้านการเกษตรอย่างยั่งยืน
อนนต์ สิริแสงทักษิณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีทีที โกลบอลเคมิคอล กล่าวว่า บริษัทเล็งเห็นความสำคัญของนวัตกรรม ซึ่งถือเป็นกุญแจหลักในการพัฒนาและต่อยอดธุรกิจ อีกทั้งเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศด้วย และสร้างเสริมคุณภาพชีวิตของชุมชนและสังคม โดยสามารถนำไปต่อยอดประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ ควบคู่ไปกับการรักษาสิ่งแวดล้อม และเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับสังคม รวมถึงการพัฒนานวัตกรรมในภาคซึ่งการประกอบอาชีพส่วนใหญ่ของประเทศจะเป็นในภาคเกษตรกรรมเป็นหลัก ซึ่งมีความจำเป็นในการใช้พลาสติกในการเพาะปลูกเป็นจำนวนมาก
“จึงมีการกำหนดให้เป็นหนึ่งนโยบายหลักเพื่อสนับสนุนงบประมาณในการวิจัย รวมถึงสนับสนุนเม็ดพลาสติกเพื่อนำไปสู่กระบวนการผลิต โดยใช้เทคโนโลยีของบริษัทดำเนินโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์พลาสติกเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในพื้นที่มูลนิธิโครงการหลวง โดยสนับสนุนงานวิจัยและพัฒนาพลาสติกชีวภาพ (PLA) สำหรับเพิ่มประสิทธิภาพการปลูกพืชและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในอุตสาหกรรมการเกษตร ไม่ว่าจะเป็น ถุงปลูก ถุงเพาะ และพลาสติกคลุมดิน โดยใช้ PLA และผลกระทบต่อดินที่ปลูกหลังจากการย่อยสลายของ PLA อย่างสมบูรณ์
นอกจากนี้มีการสนับสนุนงานวิจัยและพัฒนาพลาสติกโพลีเอทิลีน ภายใต้แบรนด์ InnoPlus สำหรับเพิ่มประสิทธิภาพการปลูกพืชในโรงเรือนและบรรจุภัณฑ์ที่ลดปริมาณการใช้พลาสติกลง รวมถึงบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่ช่วยยืดอายุของผลิตภัณฑ์ให้สามารถคงความสดได้ยาวนานขึ้นอีกด้วย” อนนต์ กล่าว
ทางด้าน ม.จ.ภีศเดช รัชนี ประธานมูลนิธิโครงการหลวง กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์พลาสติก ลดผลกระทบจากสภาวะโลกร้อน ทั้งยังช่วยเพิ่มคุณภาพพืชผล อันจะเป็นประโยชน์ต่องานพัฒนาพืชเมืองหนาวเป็นอย่างยิ่ง
“เกษตรกรจะเริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมต้นกล้า ขั้นตอนการเพาะปลูก รวมถึงบรรจุภัณฑ์พลาสติก เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมของผืนแผ่นดินเราให้คงอยู่อย่างยั่งยืน ทั้งสามารถสร้างผลทางเศรษฐกิจสู่ประเทศ ที่จะส่งผลดีโดยรวมให้กับสังคมและประเทศชาติต่อไปในอนาคตได้”
อีกหนึ่งผู้ร่วมแรง ศ.นพ.สุทธิพันธ์ จิตพิมลมาศ ผู้อำนวยการ สกว. ให้ความเห็นว่า การพัฒนาพลาสติกชีวภาพเพื่อการเกษตร เป็นเป้าหมายสำคัญของ สกว. ในการมุ่งสนับสนุนการวิจัยทั้งในเชิงดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม สร้างผลตอบแทนที่ดีของเกษตรกร และสร้างความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรม
“ได้พัฒนาพลาสติกคลุมโรงเรือนซึ่งมีคุณสมบัติกรองแสง จึงช่วยลดความร้อนในโรงเรือน และเพิ่มความเผ็ดของพริก และเติมสีเพื่อไล่แมลง ถุงเพาะที่ควบคุมการย่อยสลายได้ เพื่อให้รากกล้าแทงออกได้ โดยไม่ต้องถอดถุงเมื่อนำไปปลูกในแปลง ลดการสูญเสียกล้าระหว่างถอดถุง สามารถนำไปใช้ผลิตกล้าผักกาดหอมห่อ และสตรอเบอร์รีได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังได้พัฒนาพลาสติกคลุมดินที่ช่วยควบคุมวัชพืช และใช้สีไล่แมลง
สกว.หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการผลิตและใช้ถุงพลาสติกที่ย่อยสลายนี้จะส่งผลดีต่อการเพาะปลูกของเกษตรกร และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมทั้งปัจจุบันและอนาคต” ศ.นพ.สุทธิพันธ์ กล่าว
ความร่วมมือในครั้งนี้ ทั้งภาครัฐและเอกชนร่วมกันผลักดันการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่างกว้างขวาง ซึ่งเป็นการเอื้อประโยชน์ให้การดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการรักษาสิ่งแวดล้อม รวมถึงการสนับสนุนและเสริมสร้างความแข็งแรงให้ชุมชน สังคม ให้พัฒนาและเติบโตได้อย่างยั่งยืน







