
‘กสิกรไทย’คาดอีก5ปีแรงงานพม่าเข้มแข็ง
กสิกรไทยเชื่อ 5 ปีแรงงานพม่าฝีมือเยี่ยม ดันอุตฯ ในประเทศโตหากพัฒนาสาธารณูปโภคอื่นควบคู่
กสิกรไทยเชื่อ 5 ปีแรงงานพม่าฝีมือเยี่ยม ดันอุตฯ ในประเทศโตหากพัฒนาสาธารณูปโภคอื่นควบคู่
นายนัยสิน ล่ำซำ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจต่างประเทศ สายงานธุรกิจต่างประเทศ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ในช่วง 5 ปีนับจากนี้เชื่อว่าพม่าจะยกระดับฝีมือของแรงงานในประเทศได้อย่างชัดเจน เนื่องจากล่าสุดมีการออกกฎหมายการลงทุนระบุให้ธุรกิจต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในประเทศ ต้องมีการจ้างแรงงานชาวพม่าในปีแรก 25% ปีที่สองเพิ่มเป็น 50% และปีที่สามเพิ่มเป็น 75% ทำให้แรงงานพม่าได้รับการพัฒนาทักษะจากผู้ประกอบการต่างชาติอย่างรวดเร็ว
“พม่าปิดประเทศมานาน ไม่มีระบบอุตสาหกรรมในประเทศ ตอนนี้พม่าต้องเร่งพัฒนาโรงเรียนอาชีวะ กฎหมายฉบับนี้เปรียบเสมือนการพัฒนาพม่าให้มีโรงเรียนอาชีวะแบบเรียลไทม์” นายนัยสิน กล่าว
ทั้งนี้ หากพม่ามีการพัฒนาด้านอื่นเพิ่มเติม เช่น สาธารณูปโภค ไฟฟ้า เส้นทางคมนาคมขนส่ง จะช่วยให้อุตสาหกรรมต่างๆ ในพม่าเติบโตขึ้นได้มาก และอาจส่งผลให้แรงงานพม่าในไทยบางส่วนเดินทางกลับประเทศ เพราะมีทั้งงานและได้รับการพัฒนาฝีมือไปพร้อมกันด้วย
สำหรับผู้ประกอบการไทยที่สนใจจะเข้าไปลงทุนในพม่ายังต้องระวังผลที่อาจตามมาจากข้อกฎหมายดังกล่าวด้วย เพราะในช่วงแรกต้องฝึกฝีมือให้แรงงานพม่าอย่างมาก ทำให้ผู้บริโภคอาจมองว่าสินค้าในระยะแรกจะไม่ได้ประสิทธิภาพ ดังนั้นอุตสาหกรรมที่จะได้เปรียบในการไปลงทุนในพม่า คือ อุตสาหกรรมที่ใช้เครื่องจักรมากกว่าแรงงานคน
นายนัยสิน กล่าวว่า แม้อุตสาหกรรมต่างๆ ในพม่ามีแนวโน้มเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วและยั่งยืนจากการปรับตัวและปฏิรูปด้านต่างๆ ของพม่า เช่น การค้า การพัฒนาบุคลากร การพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของคนในประเทศ แต่ก็ยังมีอุปสรรคต่อนักลงทุนอยู่บ้าง เช่น เรื่องสินเชื่อการลงทุน ปัจจุบันสินเชื่อสำหรับลงทุนในพม่ายังมีอัตราดอกเบี้ยสูงถึง 15% อีกทั้งยังให้วงเงินค่อนข้างจำกัด จึงยังไม่เอื้อต่อการเข้าไปของผู้ประกอบการที่ขาดสภาพคล่อง
อย่างไรก็ดี ทางธนาคารมีความร่วมมือกับธนาคารท้องถิ่นของพม่า ในการให้สินเชื่ออัตราที่ต่ำกว่าสถาบันการเงินทั่วไปของพม่า โดยจะพิจารณาจากเครดิตของผู้ประกอบการที่สนใจเข้าไปลงทุน สำหรับผู้ประกอบการทั่วไปจะมีอัตราดอกเบี้ยอยู่ในช่วงเฉลี่ยไม่เกิน 8%
ในช่วงก่อนเปิดประชาคมอาเซียน ธนาคารจะพิจารณาการเข้าไปตั้งสำนักงานในประเทศที่มีศักยภาพสูงของอาเซียน 23 ประเทศ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักลงทุน ส่วนในประเทศอื่นๆ จะใช้วิธีหาธนาคารท้องถิ่นมาร่วมเป็นพันธมิตรจัดการธุรกรรมทางการเงิน







