posttoday
กรุงศรีฯได้ฤกษ์ผนึกแบงก์ญี่ปุ่น

กรุงศรีฯได้ฤกษ์ผนึกแบงก์ญี่ปุ่น

01 พฤศจิกายน 2556

ผ่านพ้นไปแล้วสำหรับการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นของธนาคารกรุงศรีอยุธยา ครั้งที่ 1/2556

โดย...ดำรงเกียรติ มาลา

ผ่านพ้นไปแล้วสำหรับการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นของธนาคารกรุงศรีอยุธยา ครั้งที่ 1/2556

วาระสำคัญ คือ การขอมติอนุมัติการควบรวมกิจการของธนาคารและธนาคารแห่งโตเกียวมิตซูบิชิ ยูเอฟเจ (BTMU) และการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนแบบเฉพาะเจาะจงให้กับ BTMU จำนวน 1,500 ล้านหุ้น คิดเป็นมูลค่าเบื้องต้นราว 4.45 หมื่นล้านบาท เพื่อเป็นค่าตอบแทนการโอนกิจการ BTMU สาขากรุงเทพฯ เข้ามาอยู่กับธนาคาร ผลที่ออกมาก็ไม่พลิกความคาดหมาย เพราะผู้ถือหุ้นมีมติเห็นชอบถึง 99.97%

วีระพันธุ์ ทีปสุวรรณ ประธานกรรมการ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ระบุว่า หลังจากได้รับการอนุมัติจากผู้ถือหุ้นแล้ว ทาง BTMU จะทำคำเสนอซื้อหุ้นทั้งหมดโดยสมัครใจ (VTO) ที่ราคา 39 บาทต่อหุ้น ในเดือน พ.ย.ธ.ค.ทันที จากนั้นจะเริ่มกระบวนการควบรวมกิจการซึ่งจะใช้เวลาอีกราว 12 เดือน หรือจะเสร็จสิ้นโดยสมบูรณ์ในเดือน ธ.ค.ปีหน้า

ข้อมูลจากรายงานของบริษัท แอดไวเชอรี่ พลัส ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินอิสระของธนาคาร ได้จัดทำสมมติฐานสัดส่วนการถือหุ้นในธนาคารหลังการทำ VTO และการเพิ่มทุน โดยพบว่าในกรณีที่มีการตอบรับ VTO ต่ำสุดที่ 25.33% BTMU จะมีสัดส่วนการถือหุ้นที่ 40.11% ขณะที่ผู้ถือหุ้นเดิมจะมีสัดส่วนลดลงมาอยู่ที่ 59.89% ส่วนในกรณีที่มีการรับ VTO สูงสุดที่ 75% BTMU จะมีสัดส่วนการถือหุ้นสูงถึง 79.95% ขณะที่ผู้ถือหุ้นเดิมจะมีสัดส่วนลดลงเหลือ 20.05%

รายงานดังกล่าวยังระบุอีกว่า การควบรวมกิจการในครั้งนี้จะทำให้ธนาคารกรุงศรีอยุธยาได้รับประโยชน์ในหลายรูปแบบที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่กิจการและผู้ถือหุ้นในระยะยาว ได้แก่ 1.การมีฐานลูกค้าที่เพิ่มขึ้นในอนาคต 2.การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ระดับภูมิภาค จากเครือข่ายของ BTMU ในเขตลุ่มน้ำโขง

3.การเพิ่มขึ้นของรายได้และกำไรสุทธิของธนาคารจากการรวมผลประกอบการ 4.การมีฐานเงินทุนที่แข็งแรง จากจำนวนเงินฝากของลูกค้าที่เพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ จะยังช่วยให้ธนาคารสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนขนาดใหญ่ที่มีต้นทุนต่ำของบริษัทแม่ BTMU ในญี่ปุ่น รวมทั้งมีการลดลงของค่าใช้จ่ายดำเนินงานในระยะยาวจากการประหยัดทางขนาด

อย่างไรก็ตาม การเข้าทำรายการในครั้งนี้จะได้รับผลกระทบจากส่วนแบ่งกำไรและสิทธิการออกเสียงที่ลดลง นอกจากนี้ธนาคารอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นในระยะแรกเมื่อมีการปรับโครงสร้างองค์กร รวมทั้งมีความเสี่ยงที่อาจเกิดจากการควบรวม เช่น ความแตกต่างทางวัฒนธรรม ระบบฐานข้อมูล และเทคโนโลยี

“ขณะนี้เรากำลังอยู่ระหว่างศึกษาว่าระบบซอฟต์แวร์ของใครจะเหมาะในการขยายธุรกิจต่อไปในอนาคตมากกว่ากัน ส่วนประเด็นเรื่องชื่อธนาคารและสัญลักษณ์นั้น เบื้องต้นได้คุยกันแล้วว่าจะใช้ชื่อธนาคารกรุงศรีอยุธยาต่อไป แต่โลโก้บนเอกสารและหัวกระดาษต่างๆอาจมีเพิ่มสัญลักษณ์ของผู้ถือหุ้นเข้าไปด้วย” วีระพันธุ์ กล่าว

ก้าวย่างของธนาคารขนาดใหญ่รายที่ 5 ของไทยที่เคยอยู่ในเงื้อมมือของ เจ้าสัวกฤตย์ รัตนรักษ์ มายาวนานหลังจากนี้จะเป็นอย่างไร อีกอึดใจเดียวคงได้รู้กัน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท