
ธปท.เผยศก.เดือนก.ย.ทรงตัว
ธปท.เผยภาวะเศรษฐกิจเดือนก.ย.ปีนี้ยังทรงตัว คาดช่วงที่เหลือของปีนี้คงปรับดีขึ้นได้ไม่มาก แต่เสถียรภาพโดยรวมยังมีเสถียรภาพ จับตาผลกระทบจากการเมืองใกล้ชิด
ธปท.เผยภาวะเศรษฐกิจเดือนก.ย.ปีนี้ยังทรงตัว คาดช่วงที่เหลือของปีนี้คงปรับดีขึ้นได้ไม่มาก แต่เสถียรภาพโดยรวมยังมีเสถียรภาพ จับตาผลกระทบจากการเมืองใกล้ชิด
นายเมธี สุภาพงษ์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายเศรษฐกิจการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) กล่าวว่า ภาวะเศรษฐกิจเดือนก.ย.ที่ผ่านมายังทรงตัวใกล้เคียงกับเดือนก่อน โดยเฉพาะการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชน จากการใช้จ่ายสินค้าคงทนโดยเฉพาะรถยนต์ยังหดตัว และการใช้จ่ายในสินค้าไม่คงทนขยายตัวในอัตราที่ชะลอลง คาดว่าในช่วงเวลาที่เหลือของปีนี้น่าการลงทุนและการบริโภคน่าจะมีโอกาสปรับดีขึ้นบ้าง แต่คงไม่ดีขึ้นจนผิดหูผิดตา เพราะเศรษฐกิจไทยยังไม่พ้นท้องช้าง ส่งผลให้การผลิตภาคอุตสาหกรรมยังไม่ฟื้นตัวชัดเจน โดยดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรมติดลบ 2.9% จากเดือนก่อนติดลบ 2.8%
ทั้งนี้ ดัชนีการบริโภคภาคเอกชนขยายตัวติดลบ 6.1% จากเดือนก่อนหน้าขยายตัว 0.7% ถ้าเทียบระยะเดียวกันปีก่อน และถ้าเทียบเดือนต่อเดือน ติดลบ 1.3% จากเดือนก่อน 1% ส่วนการลงทุนภาคเอกชนขยายตัวติดลบ 3.3% จากเดือนก่อนติดลบ 3.4% เมื่อเทียบกับระยะเดียวกันปีก่อน และถ้าเทียบกับเดือนก่อนหน้าขยายตัว 0% จากเดือนก่อนขยายตัว 0.5%
อย่างไรก็ดี การส่งออกสินค้าบางหมวดปรับตัวดีขึ้น เชื่อว่าส่งออกทั้งปีจะโตได้ตามคาดที่ 1% และภาคการท่องเที่ยวขยายตัวดีต่อเนื่อง จำนวนนักท่องเที่ยวเดือนก.ย.เพิ่มเป็น 2.056 ล้านคน จากเดือนก่อนหน้า 2.469 ล้านคน คิดเป็นการขยายตัวจากระยะเดียวกันปีก่อน 27.6% ขณะที่ภาครัฐน่าจะมีการใช้จ่าย เพียงแต่จะลดน้อยลงบ้างจากการเบิกจ่ายที่ล้าช้า ส่วนรายได้ภาคการเกษตรติดลบเล็กน้อย 2.6% จากเดือนก่อน 0.2%
ขณะที่สินเชื่อยังโตในระดับที่ดี แต่มีแนวโน้มที่จะลดลงได้อีก โดยเดือนก.ย.ขยายตัว 11.2% จากเดือนก่อน 12% และรายไตรมาส พบว่าไตรมาส 1 ขยายตัว14% ไตรมาส 2 ขยายตัว 12.9% และไตรมาส 3 ขยายตัว 11.2% สะท้อนแนวโน้มที่จะลดลงได้อีก เพราะประชาชนใช้จ่ายและบริโภคลดลง ธนาคารพาณิชย์เข้มงวดในการปล่อยกู้และระวังหนี้เสียมากขึ้น ทำให้มีความเป็นไปได้ที่สินเชื่อจะลดลงอีกในช่วงที่เหลือของปีนี้ แต่ธปทงไม่ห่วงถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะสินเชื่อครัวเรือถ้าขยายไม่มาก ความกังวลหนี้ก็ลดลง ซึ่งขณะนี้อัตราการเติบโตของสินเชื่อถือว่าชะลอลงบ้าง
"เศรษฐกิจยังทรงๆ เพราะตอนนี้ยังมีหลายเรื่องที่กระทบความเชื่อมั่นของทั้งผู้บริโภคและนักธุรกิจนักลงทุน คือ 1.สถานการณ์ทางการเมืองตอนนี้เอง ก็ถือเป็นปัจจัยเสี่ยงหนึ่งที่ต้องติดตามดู ผลจะเป็นอย่างไรต้องรอดูสถานเหตุการณ์จริง ต้องดูว่าคนจะมาชุมนุมเยอะหรือไม่ ชุมนุมนานหรือไม่ จะเป็นอย่างไรต่อไป ขณะนี้แค่ต้องคอยติดตามยังประเมินยาก แต่ถ้ารุนแรงยืดเยื้อแน่นอนคงมีผลกระทบแน่ 2.ค่าครองชีพที่ยังสูงอยู่สะท้อนจาประชาชนยังบ่นถึงค่าครองชีพ เช่น ค่าแก๊สหุงต้มว่ายังแพงอยู่ก็มีอยู่บ้าง และ 3.ความไม่นอนทางเศรษฐกิจก็ยังมีอยู่มาก ซึ่งเดือนก.ย.นี้ดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจอยู่ที่ 47.5 จุดเท่ากับเดือนก่อนหน้า แต่ต่ำกว่าระดับความเชื่อมั่นที่ 50 จุด และดัชชีความเชื่อมั่นทางธุรกิจในระย 3 เดือนข้างหน้าอยู่ที่ 52.3 จุดเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนที่ 51.7 จุด"นายเมธีกล่าว
นายเมธี กล่าวว่า โดยรวมในเดือนก.ย.เศรษฐกิจมีเสถียรภาพ อัตราเงินเฟ้อชะลอตัวอยู่ที่ 1.42% ลดลงจากเดือนก่อนที่ 1.59% การว่างงานอยู่ในระดับต่ำที่ 0.8% ของแรงงานทั้งหมดจากเดือนก่อนที่ 1% ดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุล 534 ล้านเหรียญสหรัฐ เทียบกับเดือนก่อนที่เกินดุล 1,285 ล้านเหรียยสหรัฐ จากดุลบริการ รายได้ และเงินโอน ส่วนดุลเงินทุนเคลื่อนย้ายยังเกินดุล 1,887 ล้านเหรียญสหรัฐ จากเดือนก่อนหน้าขาดดุล 4,542 ล้านเหรียญสหรัฐ และดุลการชำระเงินเกินดุล 1,815 ล้านเหรียญสหรัฐ จากเดือนก่อนติดลบ 3,435 ล้านเหรียญสหรัฐ
นายเมธี กล่าวว่า ภาวะเศรษฐกิจไตรมาสที่ 3 ปีนี้มีสัญญาณปรับดีขึ้นบ้างเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ตามการส่งออกสินค้าในหลายหมวดที่ทยอยปรับดีขึ้นตามอุปสงค์ต่างประเทศ และการท่องเที่ยวที่เติบโตดีต่อเนื่อง ขณะที่การบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนค่อนข้างทรงตัว ส่งผลให้การฟื้นตัวของการผลิตภาคอุตสาหกรรมยังไม่ชัดเจนนัก ด้านภาครัฐมีการเร่งใช้จ่ายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่น้อยกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้
สำหรับเสถียรภาพเศรษฐกิจในไตรมาส 3 พบว่าอัตราเงินเฟ้อชะลอลง อัตราการว่างงานอยู่ในระดับต่ำ ดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุลน้อยลงจากไตรมาสก่อน โดยการขาดดุลส่วนใหญ่เป็นผลจากการส่งกลับกำไรและเงินปันผลไปต่างประเทศ ดุลเงินทุนเคลื่อนย้ายขาดดุลจากการชำระคืนเงินกู้ระยะสั้นของสถาบันการเงินเป็นสำคัญ โดยรวมดุลการชำระเงินขาดดุลน้อยลงที่ 1,950 ล้านเหรียญสหรัฐ จากไตรมาสก่อนที่ขาดดุล 2,441 ล้านเหรียญสหรัฐ







