
ปลดล็อก"ตากาล็อก"ประตูโอกาสที่ถูกมองข้าม
แม้ผู้ประกอบการไทยจะกระตือรือร้นออกไปหาโอกาสเติบโตในตลาดอาเซียน แต่ชื่อของ “ฟิลิปปินส์”
โดย...อัฏฐวรรณ ลวณางกูร
แม้ผู้ประกอบการไทยจะกระตือรือร้นออกไปหาโอกาสเติบโตในตลาดอาเซียน แต่ชื่อของ “ฟิลิปปินส์” กลับไม่อยู่ในความสนใจของบริษัทต่างๆ มากนัก
อาจเพราะระยะทางที่ห่างไกล วัฒนธรรมที่มีความเป็นตะวันตกมาก และภาพลักษณ์ที่มีปัญหาเรื่องความปลอดภัย ทำให้ผู้ประกอบการไทยมองข้ามตลาดแห่งนี้
ในงาน “อนาคตเศรษฐกิจไทย ภายใต้ประชาคมอาเซียน” ที่จัดโดยสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ มีหัวข้อสัมมนา “ปลดล็อก ตากาล็อก”เพื่อแนะผู้ประกอบการไทยไขประตูแห่งโอกาสที่รออยู่ในตลาดแห่งนี้
รชกร ศักดิ์ศรี ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ กรุงมะนิลา บอกว่าผู้ประกอบการควรเข้าไปสำรวจตลาด ให้รู้ว่าคนฟิลิปปินส์ใช้ชีวิตอย่างไร และดูสินค้าของตัวเองว่าตอบโจทย์ตลาดหรือไม่ หากมีดีไซน์ นวัตกรรมแปลกใหม่ ก็มีโอกาสมาก เพราะคนฟิลิปปินส์เป็นนักบริโภค
แสงชัย โชติช่วงชัชวาล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท พัฒน์กล ที่ออกไปบุกเบิกตลาดเครื่องทำน้ำแข็งในฟิลิปปินส์ เล่าประสบการณ์ว่า ตลาดในประเทศแข่งขันกันมากขึ้น ผู้ประกอบการจึงควรมองโอกาสเติบโตในประเทศเพื่อนบ้านด้วย แต่จะต้องเริ่มจากรู้เขา รู้เรา ศึกษาข้อมูลพื้นฐานว่าแต่ละประเทศเป็นอย่างไร และต้องเข้าไปดูสภาพความเป็นจริงในตลาดที่สนใจด้วย เพื่อให้เห็นภาพได้ชัดเจน ซึ่งปัจจุบันหลายหน่วยงานพาไปดูงานในตลาดอาเซียนเป็นระยะๆ
ที่สำคัญ ผู้ประกอบการต้องดูว่ามีสินค้าอะไรเป็นจุดแข็ง อย่างกรณีของพัฒน์กล มีแนวคิดนำของเก่าไปขายให้ลูกค้าใหม่ เพื่อลดปัญหายุ่งยาก เมื่อเทียบกับการผลิตสินค้าใหม่ไปขายในตลาดใหม่
ฟิลิปปินส์มีศักยภาพมาก แต่ผู้ประกอบการไทยยังละเลย เพราะยังไม่ค่อยรู้จักตลาดนี้ และติดกับภาพเดิมๆ ที่มีปัญหาเรื่องความปลอดภัย ทั้งที่ฟิลิปปินส์เจริญกว่าอีกหลายประเทศในอาเซียน เพียงแต่คนยังรวยกระจุก จนกระจาย
นอกจากนี้ คนฟิลิปปินส์ก็มีทัศนคติที่ดีต่อแบรนด์ไทย ผู้ประกอบการที่สนใจนำสินค้าเข้าไปขายควรมีแบรนด์ของตัวเอง อาจไม่ต้องดังเหมือนแบรนด์ระดับโลก แต่ก็ต้องเป็นแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับ
“ผู้บริโภคฟิลิปปินส์คุ้นเคยกับสินค้าต่างประเทศเป็นอย่างดี เพราะคนฟิลิปปินส์ไปทำงานในต่างประเทศจำนวนมาก นอกจากนี้ยังคุ้นเคยกับวัฒนธรรมตะวันตกที่เป็นเจ้าอาณานิคม และให้ความสำคัญกับเรื่องหน้าตามาก ทั้งเรื่องการแต่งกายที่ต้องสุภาพ เข้าร้านอาหารดีๆ ของฝากก็ต้องดี”
ผู้ประกอบการไทยอาจเริ่มจากการไปออกบูธเพื่อสร้างชื่อให้คู่ค้าและลูกค้ารู้จัก แรกๆ อาจไม่ประสบความสำเร็จ แต่จะค่อยๆ รู้จักบริษัทท้องถิ่นมากขึ้น ซึ่งก็ต้องใช้เวลาศึกษาเพื่อให้ได้หุ้นส่วนที่ดี มีเงิน ซื่อสัตย์ คบหาได้ยาวนาน บางครั้งคนไทยใจร้อนเกินไป ไม่รอบคอบ ก็อาจทำให้ถูกโกงได้ และไม่ควรเข้าไปตลาดนี้ตามลำพัง เพราะอาจมีเรื่องคาดไม่ถึง
แสงชัย แนะว่า ต้องให้ความสำคัญกับการทำสัญญากับหุ้นส่วนทางการค้ามากเป็นพิเศษ ผู้ประกอบการไทยจะต้องระมัดระวังเรื่องเงื่อนไข เพราะเมื่อเซ็นตกลงไปแล้วไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ดังนั้นในช่วงแรกๆ อาจใช้วิธีให้สิทธิแบบจำกัดพื้นที่ระยะเวลา เพื่อให้มีเวลาดูว่าคู่ค้ามีความจริงใจและมีความสามารถมากน้อยแค่ไหน
“คนฟิลิปปินส์ยึดถือข้อตกลงมาก ทั้งลายลักษณ์อักษรและคำพูด เพราะถ้าตกลงแล้วไม่ทำตามนั้นแม้เพียงเล็กน้อย หรือเลี่ยงๆ อ้อมๆ ก็ไม่ได้ เขาจะถือว่าหักหลัง เลิกคบ ลบเบอร์ทิ้ง เราอย่าคิดว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย”
เทคนิคที่ควรรู้อีกข้อ คือ คนฟิลิปปินส์ชอบเข้าสังคม ชอบสนุกสนาน เมื่อรู้จักกันพักหนึ่งจะเป็นกันเอง ดังนั้นการจะติดต่อธุรกิจก็ควรใช้คนที่คุยสนุก นอกจากนี้ คนฟิลิปปินส์ยังชอบใช้เวลาตัดสินใจนานๆ และให้ความสำคัญกับเรื่องหน้าตา ต้องดูแลอย่างดีเปรียบเหมือนพระเอกหนัง
ทศกมล วยุพงษ์ ผู้ช่วยกรรมการบริหารฝ่ายตรวจสอบบัญชี บริษัท เคพีเอ็มจี เล่าว่า ฟิลิปปินส์ให้สิทธิประโยชน์กับหลากหลายธุรกิจที่สนใจเข้าไปลงทุน โดยเฉพาะการตั้งสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาคและศูนย์บริการลูกค้า ซึ่งฟิลิปปินส์เป็นผู้นำในเรื่องนี้
แต่การจะเข้าไปตั้งโรงงานในฟิลิปปินส์ต้องระวังต้นทุนแฝง เพราะฟิลิปปินส์จัดเก็บภาษี 3% จากราคาประเมินสินทรัพย์ โดยเก็บภาษีส่วนนี้ทุกๆ ปี นักลงทุนจึงต้องคำนึงถึงต้นทุนส่วนนี้ด้วย







