
ทันสถานการณ์
ส่งออกไทยโตดีกว่าอาเซียน
ส่งออกไทยโตดีกว่าอาเซียน
นายนพพร เทพสิทธา ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) กล่าวว่า สรท.คาดว่าการส่งออกทางเรือปีนี้จะขยายตัวไม่เกิน 0.51% อย่างไรก็ตามหากเปรียบเทียบสถานการณ์การส่งออกไทยกับกลุ่มอาเซียนจะพบว่าไทยยังเติบโตในเชิงบวก ขณะที่อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์ ขยายตัวติดลบ ส่วนปี 2557 การส่งออกของไทยจะเติบโตดีขึ้น 57% เป็นผลจาก 3 ตลาดหลัก คือ สหรัฐ ยุโรป และญี่ปุ่น มีแนวโน้มทางเศรษฐกิจดีขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้การส่งออกของกลุ่มอาเซียนดีขึ้นด้วย ดังนั้นรัฐบาลควรหันมาแก้ไขปัญหาอุตสาหกรรมและกำหนดยุทธศาสตร์การส่งออกให้เข้มแข็งให้สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน
สำหรับปัจจัยเสี่ยงที่ต้องระวังในปี 2557 เพราะอาจกระทบให้การส่งออกปีหน้าเติบโตไม่เป็นไปตามเป้า คือ ภัยพิบัติทางธรรมชาติ ปัจจัยภายนอกด้านราคาน้ำมัน คาดว่าจะไม่ผันผวนมากเท่ากับปีนี้ การปรับเปลี่ยนองค์ประกอบและโครงสร้างทางเศรษฐกิจที่หันมาพึ่งพิงเศรษฐกิจภายในประเทศมากขึ้นและปัญหาการเมืองภายในประเทศ
เกษตรฯ ถกแก้ปัญหายาง
นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรฯ เตรียมหารือร่วมกับกรมป่าไม้และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช หามาตรการช่วยเหลือเกษตรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรชาวสวนยาง ตามโครงการช่วยเหลือปัจจัยการผลิต 2,520 บาทต่อไร่ ไม่เกิน 25 ไร่ต่อครัวเรือน เนื่องจากเกษตรกรที่มาขึ้นทะเบียน 1.1 ล้านราย พื้นที่กรีดยางแล้ว 12 ล้านไร่ใน 69 จังหวัด พบว่า มีเกษตรกรที่มีปัญหาที่ดินสวนยาง 7.6 หมื่นราย พื้นที่ 7.6 แสนไร่ ประกอบด้วยเกษตรกรที่อยู่ในที่ดินของรัฐ ทั้งป่าสงวนและอุทยานประมาณ 3.6 หมื่นราย เนื้อที่ 4 แสนไร่ และอยู่ในพื้นที่ที่ยังไม่มีการรับรองเอกสาร เช่น ภาษีบำรุงท้องที่อีก 4 หมื่นราย
สำหรับแนวทางให้ความช่วยเหลือ เช่น การอนุญาตให้ใช้ที่ดินจนกว่าจะครบอายุยางและคืนที่ดินให้รัฐ เป็นต้น แต่ต้องขึ้นอยู่กับการพิจารณาของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพราะต้องอยู่ภายใต้กฎหมายด้วย ส่วนการให้ความช่วยเหลือเรื่องราคายางจะไม่มีการเปลี่ยนนโยบายตามข้อเรียกร้องที่ให้รับซื้อ 100 บาทต่อกิโลกรัมอย่างแน่นอน
ส่งสัญญาทรูให้อัยการตรวจสอบ
นายหรรษา ชีวะพฤกษ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานฝ่ายกฎหมายและความร่วมมือ บริษัท กสท โทรคมนาคม กล่าวว่า บอร์ดกสท. เห็นชอบร่างสัญญาแก้ไขสัญญาเพิ่มเติมบนคลื่นความถี่ 800 เมกะเฮิรตซ์ ที่ กสทฯ ทำไว้กับกลุ่มบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น ในสัญญาเช่าบีเอฟเคทีและสัญญาขายส่งขายต่อกับ บริษัท เรียลมูฟ เพื่อส่งให้อัยการสูงสุดตรวจก่อนลงนามต่อไป หลังจากที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เห็นชอบให้แก้ไขสัญญา 6 ข้อ เมื่อวันที่ 18 ต.ค.ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ ถือเป็นการแก้ไขสัญญาฉบับที่ 1 จะเป็นเงื่อนไขที่ใช้ปฏิบัติต่อกันของสองบริษัท ซึ่งก่อนนี้ได้มีการปฏิบัติให้สอดคล้องกับมาตรา 46 พ.ร.บ.กสทช. ไปแล้ว จึงมองว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร นอกจากนี้ยังมีสัญญาบางส่วนที่เป็นเรื่องของการให้บริการเชิงพาณิชย์ ที่ กสทฯ ต้องการให้เพิ่มเติมซึ่งได้มีการเจรจาเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ทางกลุ่มทรูตอบตกลงและยินดี เช่น เรื่องความจุของโครงข่าย กระบวนการแจ้งความจุที่จะซื้อในการจัดสร้างโครงข่าย และเมื่อมีบริการใหม่ก็ให้มาเจรจาเพิ่มเติม ทั้งภาระต้นทุน สัดส่วนความรับผิดชอบ เป็นต้น
รอสร้างมอเตอร์เวย์บางปะอินโคราช
แหล่งข่าวจากกรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผยว่า กรมทางหลวงได้ศึกษาออกแบบโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) สายบางปะอินสระบุรีนครราชสีมา ระยะทางประมาณ 196 กิโลเมตร เสร็จเรียบร้อยแล้ว หาก พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ. ... (พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท) ผ่านการพิจารณา ก็จะสามารถประกาศประกวดราคาและก่อสร้างได้ทันที โดยกรมฯ ได้วางงบเป็นค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินประมาณ 7,000 ล้านบาท ค่าก่อสร้างประมาณ 7.76 หมื่นล้านบาท รวมมูลค่าโครงการทั้งหมดประมาณ 8.46 หมื่นล้านบาท การก่อสร้างจะมีทั้งทางราบและยกระดับในจุดที่แคบ เช่น บริเวณเขื่อนลำตะคอง จ.นครราชสีมา เป็นต้น
น้ำพอทำนาปรังแค่ 7 ล้านไร่
แหล่งข่าวจากกรมชลประทาน เปิดเผยว่า วันที่ 31 ต.ค.นี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการบริหารโครงการปลูกพืชฤดูแล้ง กำหนดพื้นที่ปลูกพืชฤดูแล้งตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. 2556-30 เม.ย. 2557 เพื่อทำแผนบริหารและจัดสรรน้ำให้กับเกษตรกรเพาะปลูก ทั้งนี้จากฝนที่ตกในช่วงที่ผ่านมา ทำให้มีน้ำไหลลงเขื่อนภูมิพลมากกว่าวันละ 30-70 ล้านลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.) จนปริมาณน้ำในเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ ในปีนี้อยู่ในเกณฑ์เฉลี่ย หรือประมาณ 5262% ของความจุตามลำดับ
ทั้งนี้ ตามแผนบริหารน้ำของกรมฯ ปริมาณน้ำในปีนี้คาดว่าจะทำให้เกษตรกรปลูกพืชฤดูแล้งทั้งประเทศได้ 10 ล้านไร่ นาปรัง 7 ล้านไร่ ในจำนวนนี้เป็นนาปรังในพื้นที่ภาคกลางในลุ่มน้ำเจ้าพระยาประมาณ 4 ล้านไร่ ถือว่าต่ำกว่าปี 2555/2556 ที่มีการส่งเสริมการทำนาปรังทั่วประเทศ 16 ล้านไร่ เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา 9 ล้านไร่







