
รอช้อนต่ำกว่า1,400
เด้งขายกอดเงินสดรอดูภาพชัดเจนก่อนคิวอีช่วยไม่ได้ห่วงตลาดสหรัฐลงซ้ำ
เด้งขายกอดเงินสดรอดูภาพชัดเจนก่อนคิวอีช่วยไม่ได้ห่วงตลาดสหรัฐลงซ้ำ
หุ้นไทยดิ่งสวนภูมิภาค การเมืองป่วนตลาด พ.ย. แนะรอจังหวะช้อนต่ำกว่า 1,400
ตลาดหุ้นไทยได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ทางการเมืองเต็มเปา ดัชนีหุ้นดิ่งลงแรง 24 จุด หรือ 1.7% ปิดที่ระดับ 1,431.12 จุด สวนทางตลาดหุ้นเอเชียที่ปรับตัวขึ้นยกแผง ดัชนีฮั่งเส็ง ฮ่องกง พุ่งแรงสุด 2% ตามด้วยดัชนีนิกเกอิ ญี่ปุ่น บวก 1.23% แต่ตลาดหุ้นไทยที่ปรับตัวลงแรง นักลงทุนต่างชาติกลับซื้อสุทธิ 25 ล้านบาท
นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการสายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ สำนักวิจัย ทิสโก้ เปิดเผยว่า ประเด็นการชุมนุมทางการเมืองทั้งจาก พ.ร.บ.นิรโทษกรรม และคำพิพากษาของศาลโลกในวันที่ 11 พ.ย.นี้ จะกดดันตลาดหุ้นในเดือน พ.ย. มีความผันผวนและมีความเสี่ยงให้ปรับตัวลดลง โดยให้แนวรับไว้ที่ 1,400 จุด และ1,380 จุด ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 1,460 จุด และ 1,470 จุด
นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงจากต่างประเทศหลังจากจากดัชนี S&P ตลาดหุ้นสหรัฐ ได้เพิ่มขึ้นไปทำจุดสูงสุดใหม่และอยู่ในภาวะการซื้อขายมากเกินไป (Overbought) อีกทั้งในเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นสหรัฐยังมีการรายงานตัวเลขมาร์จินโลนออกมามากขึ้นเป็นประวัติการณ์ ดังนั้นหากตลาดหุ้นต่างประเทศเริ่มปรับลดลงเป็นอิทธิพลลบเพิ่มเข้ามากดดันตลาดหุ้นไทย
อย่างไรก็ดี ประเมินว่าร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ฉบับนี้ อาจจะไม่ทันสมัยประชุมนี้ที่ครบกำหนดในวันที่ 28 พ.ย.นี้ เนื่องจาก สว.จะต้องพิจารณาร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ให้ทันกำหนดหลังต่ออายุมาแล้ว 30 วัน ถือเป็นปัจจัยบวกที่จะสนับสนุนให้ดัชนีปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ช่วงปลายเดือน พ.ย.
สำหรับกลยุทธ์การลงทุนแนะนำให้ซื้อสะสมหุ้นที่งบไตรมาส 3 จะออกมาดีและดีต่อเนื่องถึงไตรมาส 4 ได้แก่ บริษัท ทางด่วนกรุงเทพ (BECL) บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ (HMPRO) และบริษัท ไทยคม (THCOM) หุ้นที่คาดว่าจะได้รับเข้าคำนวณเพิ่มในดัชนี MSCI ได้แก่ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (BTS) ธนาคารทหารไทย (TMB) และหุ้นได้คำนวณเข้า SET 50 คือ THCOM และบริษัท วี จี ไอ โกลบอล มีเดีย (VGI)
นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.เอเซีย พลัส กล่าวว่า เป็นเรื่องยากที่จะประเมินสถานการณ์ครั้งนี้ว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป จึงแนะนำให้นักลงทุนรอดูสถานการณ์ทางการเมืองให้ชัดเจนก่อน แม้จะเก็งกำไรระยะสั้น ก็มีหุ้นให้เลือกน้อย เพราะ พี/อี สูง แต่หากราคาหุ้นปรับตัวลงมาก แนะซื้อหุ้นที่คาดว่าผลประกอบการไตรมาส 3 จะออกมาดี กับหุ้นที่ผลงานพลิกจากขาดทุนเป็นกำไร แนวรับแรกที่ 1,430 จุด และแนวรับถัดมาคือ 1,420 จุด ขณะที่แนวต้าน 1,450 จุด
นายอดิศักดิ์ ผู้พิพัฒน์หิรัญกุล นักกลยุทธ์การลงทุน ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ธนชาต กล่าวว่า ในช่วง 1 สัปดาห์ข้างหน้า ดัชนีจะไม่ปรับลงไม่หลุดแนวรับสำคัญที่ 1,4001,380 จุด ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 1,430 จุด แต่จะผันผวนจากปัจจัยลบทางการเมือง
อย่างไรก็ดี หากไม่มีเหตุการณ์รุนแรง ถือเป็นโอกาสเข้าลงทุน เพราะนักลงทุนจะให้น้ำหนักกับปัจจัยพื้นฐานของบริษัทจดทะเบียนและยังมีปัจจัยบวกจากคิวอี โดยให้เป้าหมายดัชนีสิ้นปีที่ 1,480 จุด และ 12 เดือนข้างหน้าไว้ที่ 1,650 จุด ทั้งนี้ หากสถานการณ์การเมืองเริ่มคลี่คลายแนะนำให้ซื้อหุ้นกลุ่มสื่อสาร คือ บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล (JAS) บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น (INTUCH) กลุ่มท่องเที่ยวที่จะได้ประโยชน์คือบริษัท ท่าอากาศยานไทย (AOT)
นายวิกิจ ถิรวรรณรัตน์ ผู้อำนวยการ สายงานวิจัย ลูกค้าบุคคล บล.บัวหลวง กล่าวว่า มีความเสี่ยงที่ดัชนีจะลงไปทดสอบแนวรับที่ 1,430-1,400 จุด จึงแนะนำชะลอการลงทุนเพื่อรอดูสถานการณ์
ด้าน บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ลดมุมมองต่อการลงทุนเป็น “ลบ” เป็นวันแรกในรอบ 11 วันทำการ แม้สหรัฐจะคงมาตรการคิวอี แต่จะช่วยตลาดหุ้นไทยได้อย่างจำกัด จึงแนะนำให้ทยอยขายเมื่อดัชนีฟื้นตัวและกลับมาถือเงินสดอีกครั้ง โดยรอดูแนวรับ 1,4201,430 จุด ทำงานได้ดีมากน้อยเพียงใด







