posttoday
ททท.รุกมาร์เก็ตติ้ง 3.0 ปลุกตลาดเอเชียเที่ยวไทย

ททท.รุกมาร์เก็ตติ้ง 3.0 ปลุกตลาดเอเชียเที่ยวไทย

30 ตุลาคม 2556

แนวทางพลิกฟื้นภาพลักษณ์ประเทศไทยให้เป็นจุดหมายการท่องเที่ยว

โดย...พีรดา ปราศรีวงศ์

แนวทางพลิกฟื้นภาพลักษณ์ประเทศไทยให้เป็นจุดหมายการท่องเที่ยว เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพ ยังเป็นโจทย์ใหญ่ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) หาแนวทางขับเคลื่อนอย่างเต็มกำลัง

พงศธร เกษสำลี รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ กล่าวว่า การให้ความสำคัญเรื่องจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทยในแต่ละปี มากกว่าการคำนึงถึงรายได้ทางการท่องเที่ยว ได้สร้างบทเรียนราคาแพงให้กับภาครัฐและเอกชนท่องเที่ยว เพราะปัจจุบันจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เติบโตแบบก้าวกระโดด สวนทางกับรายได้ทางการท่องเที่ยวเข้าประเทศในแต่ละปี และทำให้ทรัพยากรทางธรรมชาติของประเทศถูกทำลายลงอย่างน่าเสียดาย

ทั้งนี้ ททท.ได้ปรับกลยุทธ์การตลาดปี 2557 โดยนำมาร์เก็ตติ้ง 3.0 มาใช้กับตลาดเอเชียและอาเซียน โดยเฉพาะตลาดอาเซียนที่มีแนวโน้มเดินทางภายในภูมิภาคเพิ่มมากขึ้น เพื่อเพิ่มความลึกซึ้งเข้าถึงสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยว มาสร้างการรับรู้พร้อมกระตุ้นการเดินทาง

อย่างไรก็ตาม ททท.ยอมรับว่าการนำเสนอมาร์เก็ตติ้ง 3.0 ซึ่งเน้นท่องเที่ยวเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ให้กับกลุ่มเอเชียและอาเซียน ไม่ใช่เรื่องง่ายในการทำตลาด เนื่องจากแต่ละประเทศมีศิลปวัฒนธรรมและประเพณีใกล้เคียงและกลมกลืนกับไทย ทำให้ต้องหาจุดต่างและวิธีการนำเสนอให้ตรงต่อความต้องการของนักท่องเที่ยว ทั้งนี้ มองว่ามาร์เก็ตติ้ง 3.0 เป็นเครื่องมือทางการตลาดที่สร้างเสน่ห์ให้ประเทศไทยมีความน่าค้นหา ทำให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเติบโตอย่างยั่งยืน

ด้านแนวทางการนำเสนอ จะสร้างเรื่องราวให้กับสินค้าและการบริการ เพิ่มการเรียนรู้ให้กับนักท่องเที่ยวผ่านการเล่าเรื่อง เช่น การนำเสนอต้มยำกุ้ง ที่จะจัดฝึกอบรมวิธีทำต้มยำกุ้งในแบบฉบับอาหารไทย เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังเตรียมปรับสมดุลการส่งเสริมการท่องเที่ยวในทุกมิติ ผ่านแนวคิดวิถีไทย การสร้างความรู้สึกว่าประเทศไทยเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความคุ้มค่าเงิน มีคุณค่าที่ถ่ายทอดจากสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยว

สำหรับประเทศที่มีความพร้อมรับมาร์เก็ตติ้ง 3.0 ได้ทันที คือ สิงคโปร์ เพราะมีความเจริญทางเทคโนโลยีสูง แต่มีช่องว่างทางตลาดที่นักท่องเที่ยวจะถวิลหาเรื่องศิลปวัฒนธรรม

ขณะที่เวียดนามเป็นประเทศที่เผชิญช่วงสงครามนานนักท่องเที่ยวต่างแสวงหาความร่มเย็น และมีความสนใจศิลปวัฒนธรรม ประเพณี โดยเฉพาะวิถีชีวิตความเป็นคนไทยที่มีความเป็นมิตรไมตรี

ด้านนักท่องเที่ยวโซนออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ส่วนใหญ่นิยมเดินทางท่องเที่ยวพร้อมเรียนรู้เป็นทุนเดิม ซึ่งเชื่อว่าแนวทางการทำตลาดจะเพิ่มความสนใจให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาประเทศไทยมากขึ้น ขณะที่ตลาดจีน อินเดีย เกาหลี และ ญี่ปุ่น อยู่ระหว่างการศึกษาเลือกเฟ้นสินค้าที่มีความแตกต่างในการนำเสนอ เพราะเป้าหมายททท.ต้องการให้นักท่องเที่ยวเห็นถึงความหลากหลายของสินค้าทางการท่องเที่ยวไทย มากกว่าการเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความสวยงามทางหาดทราย ชายทะเลเท่านั้น

“แผนในปีหน้าจะมุ่งสร้างตลาดเฉพาะกลุ่ม ตลาดไฮเอนด์เพิ่มขึ้น แต่ยังคงรักษาฐานตลาดทั่วไป ที่เป็นตลาดสำคัญไว้ด้วย สิ่งที่ ททท.ต้องเร่งขับเคลื่อนคือกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาประเทศไทยเพิ่มจำนวนได้เท่ากับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาซ้ำ หรือมีสัดส่วนอย่างละครึ่งในปี 2558 ให้ได้ จากปัจจุบันสัดส่วนเดินทางมาซ้ำเฉลี่ยที่70% และตลาดที่เดินทางมาครั้งแรกมีเพียง 30%เท่านั้น”

พงศธร บอกว่า สำหรับปีหน้าคาดว่ารายได้การท่องเที่ยวของไทยจะเติบโต 13% เป็น 1.5 แสนล้านบาท โดยตลาดเอเชียและอาเซียนจะเป็นตลาดหลักมีอัตราการเติบโต 14% ขณะที่ยุโรป ตะวันออกกลาง แอฟริกา และอเมริกา เติบโต 12%

ทั้งนี้ แนวทางการปรับกลยุทธ์การตลาดเพื่อมุ่งสู่ตลาดคุณภาพจะประสบความสำเร็จได้หรือไม่นั้น ทุกหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนจำเป็นต้องประสานความร่วมมือกันอย่างจริงจัง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท