
สอท.-อาชีวะเร่งแก้ปัญหาทักษะแรงงาน
การปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเป็นวันละ 300 บาท แม้จะทำให้ต้นทุนผู้ประกอบการเพิ่มขึ้นมาก แต่ปัญหาที่รุนแรงยิ่งกว่า คือ การขาดแคลนแรงงาน
โดย...อนัญญา มูลเพ็ญ
การปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเป็นวันละ 300 บาท แม้จะทำให้ต้นทุนผู้ประกอบการเพิ่มขึ้นมาก แต่ปัญหาที่รุนแรงยิ่งกว่า คือ การขาดแคลนแรงงาน รวมทั้งแรงงานที่เข้าสู่ระบบมีฝีมือไม่ตรงกับความต้องการของผู้ประกอบการ
พยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ส.อ.ท. ได้ทำการสำรวจความต้องการแรงงานใน 14 อุตสาหกรรม พบว่าจะมีความต้องการแรงงานเพิ่มขึ้นปีละ 2% หรืออีกประมาณ 7 แสนคน ในอีก 5 ปีข้างหน้า แต่ความต้องการอาจจะสูงกว่านี้หากเศรษฐกิจเติบโตมาก ซึ่งก็มีความเป็นไปได้เนื่องจากไทยกำลังจะเข้าสู่การรวมตัวของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี)
โดยกลุ่มที่มีความต้องการแรงงานสูงยังคงเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เช่น ผู้ผลิตรถยนต์ ชิ้นส่วนยานยนต์ ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ สิ่งทอ และระดับการศึกษาที่มีความต้องการมากที่สุดคือมัธยมศึกษาปีที่ 6 ปวช. ปวส. ปริญญาตรี ตามลำดับ แต่โครงสร้างการศึกษาขณะนี้แรงงานใหม่ยังนิยมที่จะเรียนสายสามัญและปริญญาตรีมากกว่า
สำหรับสายอาชีพนอกจากจะมีการเลือกเรียนน้อยแล้ว ยังมีปัญหานักศึกษาที่จบออกมามีคุณภาพที่ไม่ตรงกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม ขณะที่สถานศึกษาก็มีข้อจำกัดเรื่องเครื่องมือในการเรียนการสอนที่พัฒนาไม่ทันการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีในภาคอุตสาหกรรม
ข้อมูลสำรวจของภาคเอกชนซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลล่าสุดของสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) ระบุว่า ความต้องการแรงงานในภาคอุตสาหกรรมในปี 2556 และ 2557 เท่ากับ 5.85 ล้านคน และ 5.91 ล้านคน แต่มีผู้เข้าสู่แรงงานเพียง 5.46 และ 5.51 ล้านคน เท่ากับปี 2556 ขาดแคลนแรงงาน 3.8 แสนคน ในปี 2557 ขาดแคลน 3.95 แสนคน โดยข้อมูลของปี 2556 พบว่าแรงงานที่มีวุฒิต่ำกว่าปริญญาตรี ขาดแคลนถึงกว่า 95% หรือประมาณ 3.66 แสนคน ส่วนวุฒิปริญญาตรีขึ้นไปขาดแคลนเพียง 1.52 หมื่นคน
ปัญหาที่เกิดขึ้นทำให้ ส.อ.ท. จัดโครงการร่วมกับสถานศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพนักศึกษาหลายโครงการ โดยโครงการล่าสุด คือ การร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) จัดโครงการศึกษาทวิภาคีในสถานประกอบการอุตสาหกรรม จุดประสงค์หลักเพื่อจัดการอาชีวศึกษาให้เข้มแข็งขึ้น ผลิตบุคลากรที่มีความสามารถตรงตามความต้องการของภาคอุตสาหกรรม มีการศึกษาเชิงบูรณาการกับการทำงาน (Workintegrated Learning : WIL)
“การศึกษาแบบทวิภาคีไม่ใช่เรื่องใหม่ โดยเฉพาะสายอาชีพที่มีความร่วมมือระหว่างสถานศึกษากับผู้ประกอบการอยู่แล้ว แต่เป็นรูปแบบการฝึกงานในระยะสั้น จึงต้องมีวิธีการปรับเปลี่ยนการเรียนการสอน รวมถึงหลักสูตรระหว่างสถานศึกษากับสถานประกอบการ และระยะเวลาต้องยาวเพียงพอ”
โครงการนี้ระยะแรกจะใช้เวลา 7 เดือน ระหว่างวันที่ 1 พ.ย. 2556-15 พ.ค. 2557 มีสถานศึกษาเข้าร่วม 9 แห่ง ทั้งของรัฐและเอกชน ส่งนักศึกษาที่เข้าร่วมฝึกงาน 348 คน ในสถานประกอบการที่เข้าร่วม 41 แห่ง เพื่อเป็นต้นแบบการศึกษาแบบบูรณาการที่ไม่ไปแทรกแซงการทำงานของกระทรวงศึกษาธิการ แต่ต้องการแก้ปัญหาหลายเรื่องรวมทั้งการรองรับความต้องการแรงงานในภาคอุตสาหกรรมที่ขยายตัวตามเศรษฐกิจ การขาดแคลนแรงงาน และปัญหาฝีมือแรงงานที่ไม่ตรงความต้องการของผู้ประกอบการ







