posttoday
ชงใช้มาตรการภาษีกู้ศก.

ชงใช้มาตรการภาษีกู้ศก.

30 เมษายน 2553

หอการค้าชงกกร.วันที่4พ.ค.

หวังช่วยเอกชนโดนม็อบทุบ

โพสต์ทูเดย์ — หอการค้าเตรียมชง กกร. หามาตรการช่วยเหลือเอกชนหลังชุมนุมยุติ แนะใช้มาตรการทางภาษีเยียวยานักธุรกิจ

นายคมสัน โอภาสสถาวร รองประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยภายหลังการหารือร่วมกับสมาคมการค้า 10 สมาคม ว่า ได้หารือเกี่ยวกับผลกระทบจากปัญหาทางการเมือง โดยเห็นว่าจากการชุมนุมต่อเนื่องมานาน 2 เดือน ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวและความเชื่อมั่นในการลงทุน ซึ่งประเมินได้ยากว่าจะใช้เวลาฟื้นตัวเท่าใด แต่คาดว่าไม่น่าจะต่ำกว่า 6 เดือน โดยที่ประชุมเห็นว่าควรจะมีมาตรการรองรับหลังจากเหตุการณ์ความวุ่นวายยุติลง

ทั้งนี้ ภาครัฐควรมีมาตรการด้านภาษีช่วยเหลือ เช่น การลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคล การยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มให้นักท่องเที่ยวทันที เพื่ออำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวต่างชาติไม่ต้องทำเรื่องขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มภายหลัง

รวมทั้งขยายระยะเวลามาตรการทางภาษีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติไปเมื่อวันที่ 27 เม.ย. 2553 ให้นานขึ้น เพราะการฟื้นตัวต้องใช้เวลา และต้องการให้ภาครัฐหาช่องทางจำหน่ายสินค้าให้กับกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ในย่านราชประสงค์ที่ต้องหยุดกิจการ โดยอาจจะจัดงานแสดงสินค้าเพื่อสร้างช่องทางการจำหน่ายให้เอสเอ็มอี

“สภาหอการค้าฯ จะสรุปข้อมูลที่ได้จากการประชุมครั้งนี้เสนอที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ในวันที่ 4 พ.ค. 2553 เพื่อให้ กกร.พิจารณาเสนอให้ภาครัฐพิจารณาอีกครั้ง โดยสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยเห็นว่าผู้ประกอบการจะอยู่เฉยไม่ได้ ต้องมีการเตรียมเพื่อวางแผนธุรกิจ ซึ่งการเตรียมแผนตามข้อเสนอดังกล่าวล่าช้าไปบ้าง แต่ก็ยังดีกว่าไม่ดำเนินการอะไร” นายคมสัน กล่าว

นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ อดีตนายกสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย กล่าวว่า ภาคเอกชนต้องการให้ภาครัฐเร่งบังคับใช้กฎหมาย เพราะการที่รัฐบาลไม่ดำเนินการอะไรจะยิ่งทำให้นักธุรกิจต่างประเทศขาดความเชื่อมั่นกับการบริหารงานของรัฐบาล โดยนักธุรกิจต่างประเทศจะเป็นห่วงว่าหากมาลงทุนในไทยแล้วจะได้รับการปฏิบัติตามกฎหมายที่กำหนดไว้หรือไม่ และจะเป็นผลเสียต่อเศรษฐกิจในระยะยาว ซึ่งปัญหาการไม่บังคับใช้กฎหมายทำให้มีนักธุรกิจต่างประเทศที่สนใจเข้ามาร่วมลงทุนตั้งโรงงานแปรรูปอาหารทะเลต้องชะลอการลงทุน

นอกจากนี้ นักธุรกิจต่างประเทศยังมีความกังวลเกี่ยวกับการเดินทางเข้ามาติดต่อธุรกิจในไทย โดยเชื่อว่าปัญหาดังกล่าวจะเริ่มส่งผลกระทบต่อการส่งออกไตรมาส 2 นี้ เพราะนักธุรกิจไม่กล้าเดินทางมาไทย และขณะนี้มีประเทศที่ออกคำสั่งเตือนเรื่องการเดินทางมาไทยแล้วถึง 46 ประเทศ ซึ่งถ้ารัฐบาลยังไม่เร่งบังคับใช้กฎหมายก็จะทำให้การแก้ปัญหายากลำบากขึ้น

นายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล กรรมการรองเลขาธิการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ปัญหาการเมืองในขณะนี้ส่งผลให้ลูกค้าจากต่างประเทศเริ่มมองว่าไทยมีความเสี่ยง และมีคำถามเข้ามาอย่างต่อเนื่องว่าจะผลิตสินค้าส่งได้ตามกำหนดหรือไม่ ซึ่งเริ่มสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของลูกค้าที่มีต่อสถานการณ์บ้านเมืองในประเทศ แต่ขณะนี้ก็ยังไม่มีการหยุดหรือชะลอคำสั่งซื้อ เพียงแต่มองว่าอาจเกิดความเสี่ยงได้

ทั้งนี้ ปัญหาทางการเมืองยังไม่ได้ส่งผลต่อการส่งออกสินค้าของไทย เพราะส่วนใหญ่สั่งซื้อสินค้ากันล่วงหน้า และมีสัญญาซื้อขายกันอยู่แล้ว แต่อาจจะกระทบกับกลุ่มลูกค้าที่ต้องเดินทางเข้ามาติดต่อธุรกิจในเมืองไทยบ้าง ซึ่งจะทำให้ไทยเสียโอกาสทางการค้าให้กับประเทศเพื่อนบ้านได้

นายวิศิษฎ์ ลิ้มประนะ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า งานแสดงสินค้าอาหาร 2553 (THAIFEX – World of food Asia 2010) ก็ถูกเลื่อนออกไปจากปัญหาทางการเมือง ซึ่งโดยปกติจะมีผู้เข้าร่วมออกบูธกว่า 3,000 ราย เกิดยอดขาย การจับคู่ธุรกิจภายในงานมูลค่ารวมกว่า 5,000 ล้านบาท ทำให้ไทยเสียโอกาสทางการค้าไป ซึ่งอาจกระทบต่อคำสั่งซื้อในช่วงไตรมาส 23 ได้ ขณะที่ปัญหาภัยแล้งคาดว่าจะเริ่มเห็นผลกระทบประมาณไตรมาส 4

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท