posttoday
เจาะวิสัยทัศน์"แสนผัน สุขี"ฟื้นแผ่นดินทองลุยแนวราบ

เจาะวิสัยทัศน์"แสนผัน สุขี"ฟื้นแผ่นดินทองลุยแนวราบ

30 ตุลาคม 2556

จากพันธกิจสำคัญของ ธนพล ศิริธนชัย ประธานอำนวยการ บริษัท แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์

โดย...โชคชัย สีนิลแท้

จากพันธกิจสำคัญของ ธนพล ศิริธนชัย ประธานอำนวยการ บริษัท แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ หรือโกลเด้นแลนด์ ที่ประกาศเมื่อตอนต้นปีนี้ หลังจากเข้ามารับตำแหน่งผู้นำว่า ขอเวลา 3 ปี บริษัทพัฒนาอสังหาฯ ภายใต้ร่มเงาของเสี่ยเจริญ สิริวัฒนภักดี จะพลิกฟื้นและเริ่มมีกำไร หลังจากเริ่มสะสางปัญหาเก่าๆ การรีแบรนดิ้ง การลงทุนด้านคอมพิวเตอร์ ระบบบัญชี และทรัพยากรมนุษย์ รวมไปถึงการย้ายสำนักงานใหม่มายังอาคารสาทร สแควร์

ขณะที่แผนธุรกิจจะเน้นพัฒนา 2 ธุรกิจ ได้แก่ 1.การพัฒนาโครงการเชิงพาณิชย์ ประกอบด้วยอาคารสำนักงาน โรงแรม และเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ 2.พัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยแนวราบเพื่อขาย ประเภทบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮาส์ ขณะที่ธุรกิจคอนโดมิเนียมเพื่อขายนั้น โยกไปเป็นหน้าที่ของบริษัท ยูนิเวนเจอร์ อีกหนึ่งบริษัทที่อยู่ในกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เครือสิริวัฒนภักดี

ทั้งนี้ บริษัทวางเป้าสัดส่วนรายได้ในอนาคตจะมาจากการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย 70% จึงได้เฟ้นหาตัวจริงของวงการที่มีความรู้ โดยได้ แสนผิน สุขี มาเป็นมือขวาคนสำคัญ นั่งในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บริษัท โกลเด้น แลนด์ เรสซิเด้นซ์ ซึ่งเป็นบริษัทในเครือน้องใหม่ หลังจากคร่ำหวอดในวงการมานานกว่า 25 ปี จากก่อนหน้านี้เคยอยู่บริษัท ควอลิตี้เฮ้าส์

แสนผิน กล่าวว่า ภารกิจนับจากนี้จะเดินหน้าโครงการแนวราบ หลังจากหยุดพัฒนาไปเมื่อ 7 ปีก่อน เพื่อให้แบรนด์โกลเด้นแลนด์ กลับมาโลดแล่นในวงการอีกครั้ง โดยจะนำระบบก่อสร้างสำเร็จรูป หรือพรีแฟบ รูปแบบเทิร์นนัลฟอร์ม มาใช้ก่อสร้าง 100% ซึ่งจะเป็นการจ้างผลิตจากโรงงานหลายแห่ง เนื่องจากมีต้นทุนที่ถูกกว่าการก่อตั้งโรงงานเอง

“การนำระบบสำเร็จรูปมาใช้ในการก่อสร้าง ทำให้เราสามารถควบคุมต้นทุนได้ดี เนื่องจากจะเป็นการลดต้นทุน มีการล็อกราคาวัสดุก่อสร้างล่วงหน้า ซึ่งมีวัสดุก่อสร้างหลายตัวที่สามารถล็อกราคาได้เป็นปี” แสนผิน กล่าว

ขณะเดียวกัน บริษัทได้วางสัดส่วนการพัฒนาเป็นโครงการทาวน์เฮาส์ 60% บ้านเดี่ยว 40% โดยปีนี้เปิดตัว 3 แบรนด์ใหม่ ได้แก่ 1.โกลเด้น วิลเลจ โครงการบ้านเดี่ยวและบ้านแฝด ราคา 3.510 ล้านบาท 2.โกลเด้น ทาวน์ ราคาเริ่มต้น 1.95 ล้านบาท 3.โกลเด้น อเวนิว บ้านเดี่ยวและทาวน์เฮาส์รวมในโครงการเดียวกัน รวมทั้งบริษัทจะมียอดขายจากโครงการเก่าที่เหลือค้างนำมาพัฒนาใหม่ จำนวน 600 ล้านบาท และมียอดรับรู้รายได้ปีนี้ 693 ล้านบาท

สำหรับในปีหน้าจะเปิด 10 โครงการ มูลค่าประมาณ 1.1 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะมีโครงการอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นในและชั้นนอกครอบคลุมพื้นที่บางนา วัชรพล พระราม 2 สุขุมวิท ปิ่นเกล้า รัตนาธิเบศร์ สุขสวัสดิ์ เกษตรนวมินทร์ และแจ้งวัฒนะ ตั้งเป้ายอดขายไว้ 2,193 ล้านบาท และรับรู้รายได้ 1,900 ล้านบาท ส่วนในปี 2558 ยอดขายจะอยู่ที่ 4,800 ล้านบาท รับรู้รายได้ 3,700 ล้านบาท ซึ่งในปี 2561 วางเป้าหมายจะมีโครงการที่พัฒนา 35 โครงการ มียอดขาย 1.3 หมื่นล้านบาท และรับรู้รายได้ 1 หมื่นล้านบาท

นอกจากนี้ จุดแข็งอีกด้านหนึ่งที่สำคัญ คือ ต้องพัฒนาโครงการให้รวดเร็ว โดยใช้เวลาในการเปิดตัวโครงการใหม่ไม่เกิน 7 เดือน หากพัฒนาโครงการบ้านเดี่ยวจะใช้ที่ดินไม่เกิน 50 ไร่ ส่วนโครงการทาวน์เฮาส์จะมีเนื้อที่โครงการไม่เกิน 30 ไร่

“รูปแบบการพัฒนาโครงการนั้นจะเน้นตลาดกลางกลางบน ที่กลุ่มลูกค้าสามารถซื้อได้ง่ายขึ้น คุณภาพดี ราคาสมเหตุผล ขณะที่ฟังก์ชั่นของห้องพักจะต้องแตกต่างจากคู่แข่ง และให้ประโยชน์สูงสุดกับผู้บริโภคมากที่สุด” แสนผิน กล่าว

นับจากนี้รูปแบบการพัฒนาโครงการแนวราบของบริษัท ต่อไปจะไม่กลับไปเป็นเหมือนอดีตแล้ว โดยจากอดีตที่เคยใช้บริษัทสถาปนิกอย่างบริษัท เคทีจีวาย พัฒนาเป็นบ้านหรูขนาดใหญ่ องค์ประกอบภายในบ้านที่ดูฟุ่มเฟือย เนื้อที่ในการพัฒนาไม่ต่ำกว่า 100 ไร่ และใช้การก่อสร้างแบบดั้งเดิม แต่ต่อไปรูปแบบการพัฒนาจะเน้นที่ประโยชน์ใช้สอยเป็นหลัก โครงการขนาดเล็ก ใช้ระบบสำเร็จรูป เพื่อปิดการขายได้รวดเร็ว

ทั้งหมดนี้คือมุมมองของ แสนผิน ที่เชื่อว่าตลาดอสังหาฯ ตลาดระดับกลางยังเติบโต และต้องการสร้างชื่อโกลเด้นแลนด์ ให้เป็นที่จดจำกับการกลับมาครั้งใหม่

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท