posttoday
ปตท.เออาร์กล่อมทุนนอก

ปตท.เออาร์กล่อมทุนนอก

30 เมษายน 2553

 

ฮ่องกงสิงคโปร์มีทางออกดี

ปัญหาการเมือง/มาบตาพุดโพสต์ทูเดย์ — ปตท.เออาร์ แจงนักลงทุนฮ่องกงสิงคโปร์ ปัญหาการเมืองมาบตาพุด มีทางออกที่ดี

นายชายน้อย เผื่อนโกสุม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.อะโรเมติกส์และการกลั่น (ปตท.เออาร์) เปิดเผยถึงการเดินทางไปชี้แจงนักลงทุนที่ประเทศฮ่องกงและสิงคโปร์ ว่า นักลงทุนส่วนใหญ่สอบถามสถานการณ์การเมืองในไทย ซึ่งได้ชี้แจงให้ทราบถึงปัญหาที่เกิดขึ้น แต่ทุกครั้งที่เกิดปัญหาจะมีทางออกที่ดี นักลงทุนไม่ต้องกังวล

สำหรับปัญหาโครงการลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดที่ถูกระงับกิจการนั้น ขณะนี้มีการ ออกหลักเกณฑ์และแนวทางแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญแล้ว คาดว่าจะชัดเจนใน 6 เดือนข้างหน้า

ขณะเรื่องการควบรวมระหว่างบริษัทในเครือ ปตท. ภายในเดือน พ.ค.นี้ จะได้ข้อสรุปของผลศึกษา โดยว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาเข้ามาศึกษาผลประโยชน์ของการควบรวมกิจการ เช่น การลดภาระภาษี การลดความซ้ำซ้อนของขั้นตอนการผลิต ตลอดจนข้อกฎหมายและปัญหาผลดีผลเสียต่างๆ ทั้งนี้จะควบรวมหรือไม่ ทางผู้ถือหุ้นจะเป็นผู้ตัดสินขั้นสุดท้าย โดยหากพบว่ามีปัญหามากก็อาจจะเป็นไปได้ทั้งสองแนวทางว่าอาจจะไม่ควบรวม แต่หากผลดีมากกว่าผลเสียก็อาจจะดำเนินการ

“หากผลการศึกษาเรื่องควบรวมและปัญหามาบตาพุดชัดเจน ทาง ปตท.เออาร์ ก็มีแผนลงทุนเพิ่มในอนาคต ตามแผนลงทุนที่กำหนดไว้ในงบลงทุนระยะ 5 ปี ระหว่างปี 25532557 มีวงเงินลงทุนรวม 358 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1.14 หมื่นล้านบาท ใน 11 โครงการ เช่น โครงการปรับปรุงมาตรฐานน้ำมันระดับ 4 หรือยูโร 4 โครงการร่วมลงทุนในพีทีทีฟีนอล เป็นต้น” นายชายน้อย กล่าว

นอกจากนี้ โครงการใหม่ที่บริษัทจะศึกษาร่วมกับบริษัทในเครือ ปตท. ได้แก่ การขยายกำลังการผลิตฟีนอล รวมทั้งการผลิตน้ำมันไบโอดีเซลสำหรับเครื่องบิน ซึ่งจะเป็นไปตามกฎเกณฑ์ของสหภาพยุโรป (อียู) ที่กำหนดให้สายการบินที่บินเข้าอียูใน 2 ปีต้องลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และหากผลิตน้ำมันที่ลดปัญหาสิ่งแวดล้อมได้ จะทำให้สายการบินต่าง ๆ สามารถเติมน้ำมันในประเทศไทยและสามารถบินตรงไปยัง อียูได้ โดยขณะนี้เริ่มมีนักลงทุนจากอียูจะเข้าไปลงทุนผลิตน้ำมันชนิดดังกล่าว ในสิงคโปร์บ้างแล้ว หากประเทศไทยไม่มีการผลิต อาจทำให้สายการบินต่าง ๆ ไปพักเครื่องที่สิงคโปร์ก่อนบินไปอียู

นายชายน้อยกล่าวถึงผลประกอบการปี 2553 ว่า ค่าการกลั่นจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้น โดยจะเริ่มเห็นทิศทางที่ชัดเจนในไตรมาสสอง หลังจากที่เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มดีขึ้น โดยจะเห็นจากผลประกอบการไตรมาสแรก กำไรสุทธิ 2,356 ล้านบาท สูงกว่าไตรมาสแรกปีก่อนที่กำไรสุทธิเพียง 1,742 ล้านบาทโดยมีค่าการกลั่นรวมอยู่ที่ 6.84 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ในขณะที่ปี 2552 มีค่าการกลั่นรวม 4.24 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลเนื่องจากมีการบริโภคน้ำมันและผลิตภัณฑ์อะโรเมติกส์เพิ่มขึ้น และส่งผลให้ราคาขยับขึ้นดีด้วย

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ