
คลังเลิกค้ำเงินกู้เดินทางฟรี
สำนักบริหารหนี้ฯ ขีดเส้นตายให้ ครม.รัดเข็มขัดรถเมล์ฟรีรถไฟฟรีไม่ค้ำเงินกู้ให้แล้ว
สำนักบริหารหนี้ฯ ขีดเส้นตายให้ ครม.รัดเข็มขัดรถเมล์ฟรีรถไฟฟรีไม่ค้ำเงินกู้ให้แล้ว
สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ได้รายงานต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 29 ต.ค. ว่า จะไม่บรรจุวงเงินกู้ของรัฐวิสาหกิจสำหรับมาตรการลดภาระค่าครองชีพในการเดินทางตามนโยบายของรัฐบาล ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2556 เป็นต้นไป หากรัฐบาลจะดำเนินการมาตรการลดค่าครองชีพให้กับประชาชนต่อไป รัฐบาลจะต้องจัดสรรงบประมาณประจำปีเพื่อจ่ายตรงให้รัฐวิสาหกิจเอง
นายภักดีหาญส์ หิมะทองคำ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีชี้แจงว่า การที่ สบน.จะไม่ค้ำประกันเงินกู้โครงการรถเมล์ฟรีขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) และโครงการรถไฟฟรีของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เป็นการดำเนินการตามมติคณะกรรมการนโยบายและกำกับการบริหารหนี้สาธารณะ
สำหรับมาตรการลดภาระค่าครองชีพของประชาชนด้านการเดินทาง หรือรถเมล์รถไฟฟรี ได้ดำเนินการมาแล้ว 12 ระยะ ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. 2552-30 ก.ย. 2556 โดยรัฐบาลสนับสนุนค่าใช้จ่ายไปแล้วทั้งสิ้น 1.44 หมื่นล้านบาท และเมื่อวันที่ 1 ต.ค.ที่ผ่านมา ครม.มีมติเห็นชอบมาตรการลดภาระค่าครองชีพด้านการเดินทางระยะ 13 ทำให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเป็น 1.64 หมื่นล้านบาท
นายภักดีหาญส์ กล่าวว่า ครม.ยังมีมติอนุมัติ ขสมก.เปลี่ยนแปลงรายการงบประมาณปี 2557 จากแผนงานจัดการหนี้ภาครัฐ โครงการชำระหนี้เงินกู้เพื่อชดเชยค่าใช้จ่ายตามมาตรการลดค่าครองชีพของประชาชน เป็นแผนงานพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน โครงการอุดหนุนค่าใช้จ่ายในมาตรการลดค่าครองชีพ 1,726 ล้านบาท
กระทรวงการคลังรายงานว่า เพื่อให้การชดเชยค่าใช้จ่ายการดำเนินมาตรการลดค่าครองชีพเป็นไปตามต้นทุนที่แท้จริง และตรวจสอบได้ กระทรวงคมนาคมจะต้องว่าจ้างศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มาเป็นผู้ตรวจสอบต้นทุนการดำเนินการมาตรการลดค่าใช้จ่ายการเดินทางรถโดยสารประจำทาง ระยะที่ 11
น.ส.จุฬารัตน์ สุธีธร ผู้อำนวยการ สบน.เปิดเผยว่า ในเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา กระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ โดยการออกพันธบัตรรัฐบาล 2 หมื่นล้านบาท และพันธบัตรออมทรัพย์ 496 ล้านบาท การเบิกจ่ายเงินกู้ 1,500 ล้านบาท จากสัญญาเงินกู้ 1.53 หมื่นล้านบาท ภายใต้ พ.ร.ก.บริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศ และได้ปรับโครงสร้างหนี้เงินกู้ 1.12 แสนล้านบาท







