
อุตฯโค้งสุดท้ายไร้แววฟื้นผลผลิตทรุด 6 เดือน
เป็นไปตามคาดสำหรับดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (เอ็มพีไอ) เดือน ก.ย. 2556 ที่สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) รายงานออกมาว่า ติดลบ 2.9% สอดคล้องกับตัวเลขการส่งออกที่กระทรวงพาณิชย์รายงานว่า หดตัว 7.09% ในเดือน ก.ย. ฉุดการส่งออก 9 เดือน ขยายตัวได้เพียง 0.05%
เป็นไปตามคาดสำหรับดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (เอ็มพีไอ) เดือน ก.ย. 2556 ที่สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) รายงานออกมาว่า ติดลบ 2.9% สอดคล้องกับตัวเลขการส่งออกที่กระทรวงพาณิชย์รายงานว่า หดตัว 7.09% ในเดือน ก.ย. ฉุดการส่งออก 9 เดือน ขยายตัวได้เพียง 0.05%
“สมชาย หาญหิรัญ” ผู้อำนวยการ สศอ. เปิดเผยว่า ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมเดือน ก.ย. หดตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 6 ของปีนี้นับตั้งแต่เดือน เม.ย.เป็นต้นมา ทำให้ไตรมาส 3 ปีนี้ ดัชนีเอ็มพีไอหดตัว 3.6% และ 9 เดือนหดตัว 1.9% ปัจจัยที่ส่งผลอย่างมาก คือ การผลิตรถยนต์ที่ลดลงตามการทยอยส่งมอบรถให้กับลูกค้าจากนโยบายรถยนต์คันแรก
ขณะที่ไตรมาส 4 ปีนี้ คาดว่าการผลิตจะติดลบ 8.67% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีฐานที่สูงมาก เพราะมีการเร่งผลิตรถยนต์เพื่อส่งมอบในโครงการรถยนต์คันแรก และขณะนี้ยังมองไม่เห็นปัจจัยที่จะผลักดันการผลิตในไตรมาสสุดท้าย เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐที่ยังแก้ไขไม่เบ็ดเสร็จ เช่น เพดานหนี้ ที่ย้ายปัญหาไปแก้ต้นปีหน้าที่อาจทำให้ความเชื่อมั่นในการจับจ่ายในสหรัฐอาจจะไม่เต็มที่และกระทบต่อการส่งออกของไทย
ส่วนการที่รัฐบาลมีนโยบายให้หน่วยงานรัฐทุกแห่งเร่งเบิกจ่ายงบประมาณในช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปีนี้ให้ได้ 31% ของงบประมาณปี 2557 คาดว่าจะส่งผลดีต่อบางภาคอุตสาหกรรมเท่านั้น เพราะอุตสาหกรรมส่วนใหญ่เป็นการผลิตเพื่อส่งออก ซึ่งขึ้นกับตลาดต่างประเทศ เห็นได้จากมูลค่าส่งออก 9 เดือนแรกปีนี้ที่ 1.72 แสนล้านบาท เป็นสินค้าอุตสาหกรรมถึง 1.31 แสนล้านบาท
ทั้งนี้ ในเดือน พ.ย. จะปรับลดประมาณการดัชนีเอ็มพีไอและจีดีพีลงแน่นอน จากปัจจุบันที่คาดว่าจะขยาย 0.51% และ 34% ตามลำดับ โดยคาดว่าดัชนีเอ็มพีไอปีนี้จะติดลบ หรือดีที่สุดคือ 0% ไม่มีการเติบโต
“พูดตรงๆ เลยว่า ยังไม่เห็นโอกาสที่ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมรวมปีนี้จะเป็นบวก จากปัจจัยหลัก 3 ส่วน คือ ฐานผลิตที่สูงในปีที่แล้ว ความต้องการสินค้าในต่างประเทศลดลงจากเศรษฐกิจโลกชะลอส่งผลต่ออุตสาหกรรมใหญ่ๆ เช่น อิเล็กทรอนิกส์ และการชะลอผลิตในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ในช่วงการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยี”
สำหรับรายละเอียดการขยายตัวของผลผลิตรายอุตสาหกรรมในไตรมาส 3/2556 พบว่า อุตสาหกรรมรถยนต์หดตัว 8.67% ส่งผลให้ยอด 9 เดือนขยายตัว 12.89% ส่วนแนวโน้มไตรมาส 4 คาดว่าการผลิตจะชะลอตัว ทั้งปีจึงขยายตัวได้เพียง 3.52% การส่งออกทั้งปีขยายตัว 11.33% แต่ยอดขายในประเทศหดตัว 2.74%
ด้านอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ไตรมาส 3 หดตัว 1.12% สาเหตุจากการผลิตที่ลดลง ทั้งในกลุ่มแผงวงจรไฟฟ้าและฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีที่รวดเร็วจากการเติบโตของสมาร์ทโฟน/แท็บเล็ต ทำให้ยอด 9 เดือนหดตัว 5.24% ส่วนแนวโน้มไตรมาส 4 คาดว่าอุตสาหกรรมไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้น 0.99% และอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์จะเพิ่มขึ้น 0.64% เนื่องจากมีคำสั่งซื้อเข้ามามากในผลิตภัณฑ์ที่นำไปใช้งานระบบคลาวด์คอมพิวติ้ง และศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ ทำให้ทั้งปียอดผลิตหดตัวน้อยลงเหลือ 2% ขณะที่การส่งออกทั้งจะหดตัว 1%
สำหรับอุตสาหกรรมเหล็กและเหล็กกล้าไตรมาส 3 การผลิตหดตัว 4.07% แต่ 9 เดือนขยายตัว 7.48% เนื่องจากการบริโภคเหล็กของไทยยังขยายตัว ทำให้คาดว่าการผลิตทั้งปีจะขยายตัวได้ 7.1% แต่การส่งออกที่หดตัว 60.9% และ 37.91% ในไตรมาส 3 และ 9 เดือนแรก ตามลำดับ จากการแข่งขันกับเหล็กของจีนที่ราคาถูกกว่า ทำให้ทั้งปีจะส่งออกลดลง 14.97%
ขณะที่อุตสาหกรรมอาหารไตรมาส 3 ขยายตัว 4.6% เนื่องจากสินค้าหลายชนิดเริ่มมีสัญญาณดีขึ้นจากตลาดต่างประเทศ ทั้งในกลุ่มไก่สดแช่แข็งและไก่แปรรูป แต่การส่งออกกุ้งยังคงส่งผลกระทบต่อเนื่อง ทำให้ทั้งปีอุตสาหกรรมอาหารหดตัว 0.4% ขณะที่การส่งออกจะหดตัว 6.2%







