
Silent Period
วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดให้ผู้ประกอบการเอกชนเข้ายื่นซองแสดงความจำนงประมูลทีวีดิจิตอล 24 ช่อง หลังจากวันแรกเมื่อวันที่ 28 ต.ค. บรรยากาศคึกคักตั้งแต่นาทีแรกที่เปิดรับสมัครตั้งแต่เวลา 09.00 น.
วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดให้ผู้ประกอบการเอกชนเข้ายื่นซองแสดงความจำนงประมูลทีวีดิจิตอล 24 ช่อง หลังจากวันแรกเมื่อวันที่ 28 ต.ค. บรรยากาศคึกคักตั้งแต่นาทีแรกที่เปิดรับสมัครตั้งแต่เวลา 09.00 น.
ทั้งนี้ กสทช.ได้กำหนดเงื่อนไขว่า หลังจากยื่นซองแล้ว ผู้เข้าประมูลห้ามให้ข้อมูลใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการประมูล เรียกว่า ช่วง Silent Period ในภาษาซื้อขายหุ้น นั่นคือ ห้ามให้ข้อมูลด้านเม็ดเงินลงทุน หรือส่งสัญญาณถึงคู่แข่งที่จะส่อไปในรูปแบบของการฮั้วราคาเคาะประมูล จนกว่าจะได้ผู้ผ่านคุณสมบัติเข้าร่วมประมูล คาดว่ากินเวลาอย่างน้อย 60 วัน
อย่างไรก็ตาม การกำหนดช่วงเงียบนี้ไม่ใช่ครั้งแรก หากยังจำกันได้ เมื่อเดือน ต.ค.ปีที่แล้ว กสทช.ก็กำหนดเงื่อนไขนี้ ในการเปิดประมูลใบอนุญาต 3จี 2.1 กิกะเฮิรตซ์
สำหรับช่วงเงียบของผู้ประกอบการครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก เพราะหากยังจำกันได้ เมื่อเดือน ต.ค. ปีที่แล้วที่กสทช.เปิดประมูลใบอนุญาตให้บริการ 3 จี 2.1 กิกะเฮิร์ตซ ก็กำหนดเงื่อนไขนี้เช่นเดียวกัน จนกว่าจะมีการประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับใบอนุญาตอย่างเป็นทางการ หรือ กินเวลาอย่างน้อย 60 วัน นับตั้งแต่วันยื่นเอกสารเข้าประมูล
แม้จะเป็นเรื่องที่ดูน่าอึดอัด และบางรายได้เปิดเผยข้อมูลเม็ดเงินลงทุนไปก่อนแล้ว จนอาจทำให้ช่วงเข้าเงียบดูไม่มีความหมายมากนัก แต่เงื่อนไขนี้ก็ทำให้การประมูลดูมีความขลังและน่าสนใจมากขึ้น พร้อมๆ กับได้ลุ้นว่าแต่ละรายจะมีกลยุทธ์ในการเดินหมากเกมนี้ยังไงบ้าง
แต่ภาวะเข้าเงียบครั้งนี้จะบรรลุผลจริง ผู้ประกอบการทุกรายต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ไม่ใช่ไปหาที่เจรจาตกลงกันแบบลับๆ เหมือนที่เคยเกิดขึ้นกับการประมูล 3จี และ กสทช.ก็ไม่สามารถจัดการอะไรได้ สุดท้ายช่วง Silent Period ก็เป็นเพียงเงื่อนไขช่วยให้ กสทช.ดูเท่ขึ้นมาแค่นั้น
การกำหนด “ช่วงเงียบ” จึงควรจะมีนัยตามนั้นจริงๆ ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็น 60 วันอันตรายไปอย่างน่าเสียดาย







