
ต่างชาติยังเข้าซื้อสุทธิอย่างต่อเนื่อง
ภาวะตลาดตราสารหนี้ (21-25 ต.ค. 2556) มีมูลค่าการซื้อขายรวม 306,855 ล้านบาท หรือเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณวันละ 76,714 ล้านบาท ปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้าประมาณ 6% ทั้งนี้เมื่อแยกตามประเภทของตราสารแล้วจะพบว่ากว่า 69% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมด หรือประมาณ 212,330 ล้านบาท เป็นการซื้อขายในตราสารหนี้ที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นตราสารที่มีอายุคงเหลือค่อนข้างน้อย (ไม่เกิน 6 เดือน) ขณะที่พันธบัตรรัฐบาลที่ออกโดยกระทรวงการคลัง มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 47,481 ล้านบาท และหุ้นกู้ที่ออกโดยภาคเอกชน มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 4,293 ล้านบาท หรือคิดเป็น 15% และ 1% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมดที่เกิดขึ้น ตามลำดับ
ภาวะตลาดตราสารหนี้ (21-25 ต.ค. 2556) มีมูลค่าการซื้อขายรวม 306,855 ล้านบาท หรือเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณวันละ 76,714 ล้านบาท ปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้าประมาณ 6% ทั้งนี้เมื่อแยกตามประเภทของตราสารแล้วจะพบว่ากว่า 69% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมด หรือประมาณ 212,330 ล้านบาท เป็นการซื้อขายในตราสารหนี้ที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นตราสารที่มีอายุคงเหลือค่อนข้างน้อย (ไม่เกิน 6 เดือน) ขณะที่พันธบัตรรัฐบาลที่ออกโดยกระทรวงการคลัง มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 47,481 ล้านบาท และหุ้นกู้ที่ออกโดยภาคเอกชน มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 4,293 ล้านบาท หรือคิดเป็น 15% และ 1% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมดที่เกิดขึ้น ตามลำดับ
สำหรับพันธบัตรรัฐบาล รุ่นที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุด 3 อันดับแรกคือรุ่น LB176A (อายุ 3.6 ปี) LB196A (อายุ 5.6 ปี) และ LB155A (อายุ 1.6 ปี) โดยมีมูลค่าการซื้อขายในแต่ละรุ่นเท่ากับ 10,819 ล้านบาท 9,682 ล้านบาท และ 6,570 ล้านบาท ตามลำดับ ส่วนพันธบัตรที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย รุ่นที่มีปริมาณซื้อขายสูงสุด 3 อันดับแรก คือรุ่น CB13N12A (อายุ 14 วัน) CB13O31A (อายุ 6 วัน) และ CB14123B (อายุ 91 วัน) มูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 32,310 ล้านบาท 29,806 ล้านบาท และ 23,275 ล้านบาท ตามลำดับ
ขณะที่หุ้นกู้ภาคเอกชน ที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ หุ้นกู้ของบริษัท โกลว์ พลังงาน จำกัด (มหาชน) รุ่น GLOW156A (A) มูลค่าการซื้อขาย 636 ล้านบาท หุ้นกู้ของธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) รุ่น BAY142B (AA) มูลค่าการซื้อขาย 409 ล้านบาท และหุ้นกู้ของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) รุ่น PTTC16OA (AAA) มูลค่าการซื้อขาย 213 ล้านบาท
เส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล เคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ โดยผลตอบแทนของตราสารหนี้อายุน้อยกว่า 3 ปี ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง ขณะที่ผลตอบแทนของตราสารอายุตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป ปรับตัวลดลงในช่วงประมาณ 1 ถึง 3 Basis Point (100 Basis Point มีค่าเท่ากับ 1%) โดยนักลงทุนบางส่วนเริ่มชะลอการลงทุน เพื่อรอดูความชัดเจนของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ (คิวอี) ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินสหรัฐ (FOMC) ที่จะมีขึ้นในวันที่ 2930 ต.ค.นี้ ภายหลังข้อมูลการจ้างงานล่าสุดของสหรัฐฯ แสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังฟื้นตัวอย่างไม่มั่นคง โดยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ประจำเดือนกันยายน เพิ่มขึ้นเพียง 148,000 ตำแหน่ง ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ว่าจะเพิ่มขึ้น 180,000 ตำแหน่ง ทำให้ตลาดคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจจะต้องชะลอการปรับลดขนาดมาตรการคิวอีออกไปจนถึงช่วงต้นปีหน้า เพื่อให้เศรษฐกิจของสหรัฐฟื้นตัวได้ในระดับที่มั่นคงมากกว่านี้ ด้วยเหตุนี้จึงมีผลทำให้เม็ดเงินต่างชาติยังคงไหลเข้ามาลงทุนในตลาดตราสารหนี้ไทยต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อนหน้า
ในสัปดาห์นี้นักลงทุนต่างชาติมียอดซื้อสุทธิในตราสารหนี้ทุกประเภท (ทั้งระยะสั้นและระยะยาว) รวมกัน 10,895 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นการซื้อสุทธิในตราสารหนี้ระยะยาว 2,674 ล้านบาท และซื้อสุทธิในตราสารหนี้ระยะสั้น (อายุคงเหลือน้อยกว่า 1 ปี) 8,222 ล้านบาท นักลงทุนรายย่อยขายสุทธิ 53 ล้านบาท







