
บลจ.กสิกรออกกองทุนเค-เอเชีย
ลุยหุ้นจิ๋วกำไรแจ๋วมั่นใจเศรษฐกิจปึ้กดึงเงินไหลลงทุน
ลุยหุ้นจิ๋วกำไรแจ๋วมั่นใจเศรษฐกิจปึ้กดึงเงินไหลลงทุน
บลจ.กสิกรไทย เชื่อมั่นเศรษฐกิจเอเชียแกร่ง ดึงเงินกลับเข้าลงทุน คลอดกองทุน KASIA ขาย
นายนาวิน อินทรสมบัติ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กสิกรไทย เปิดเผยว่า ภาพรวมเศรษฐกิจเอเชียยังขยายตัวได้ดี แม้จะชะลอตัวลงจากปีที่ผ่านมา โดยกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) คาดการณ์การเติบโตเศรษฐกิจเอเชียในปีนี้จะโตได้กว่า 6.4% เมื่อเทียบกับตลาดเกิดใหม่ทั่วโลกเติบโตเฉลี่ยประมาณ 4.5%
นอกจากนี้ ภาพรวมเศรษฐกิจโลกโดยเฉพาะประเทศพัฒนาแล้ว เช่น สหรัฐหรือยุโรปมีทิศทางดีขึ้น ซึ่งจะส่งผลบวกต่อเนื่องมายังเศรษฐกิจของประเทศเอเชีย รวมถึงการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ยิ่งช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจเอเชียเติบโต ส่งผลดีต่อตลาดหุ้นและการลงทุนในระยะยาว
นายนาวิน กล่าวว่า สำหรับความกังวลการปรับลดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) มองว่าน่าจะเลื่อนออกไปอย่างน้อยในช่วงปลายไตรมาสแรกหรือต้นไตรมาส 2 ของปีหน้า เพื่อรอให้ปัญหาเรื่องงบประมาณและการปรับเพิ่มเพดานหนี้ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเบ็ดเสร็จ ซึ่งก็น่าจะส่งผลให้เม็ดเงินต่างชาติยังคงอยู่ในตลาดหุ้นเอเชียอย่างต่อเนื่อง
“จากข่าวปรับลดคิวอีพบว่าตลาดหุ้นไม่ได้เคลื่อนไหวไปในทางเดียวกัน รวมถึงค่าเงินและสินค้าโภคภัณฑ์ จึงมองว่าจากนี้จะทำให้นักลงทุนกลับมาดูพื้นฐานการลงทุนจริงๆ ภูมิภาคไหนมีการเติบโตที่สูงก็จะดึงเงินกลับมาลงทุน ซึ่งเอเชียก็ยังเติบโตได้ดี” นายนาวิน กล่าว
อย่างไรก็ตาม หากมีการเริ่มปรับลดเม็ดเงินคิวอีจริง เชื่อว่าจะส่งผลลบต่อตลาดหุ้นเอเชียในระยะสั้น เนื่องจากเม็ดเงินที่ไหลออกจากตลาดเกิดใหม่ในปีนี้ออกไปมากแล้ว และยังไม่ได้ไหลกลับเข้ามามากนัก ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดหุ้นเอเชียในระยะยาว นอกจากนี้ระดับราคาหุ้นปัจจุบันของดัชนี MSCI AC Asia Small Cap Index ยังอยู่ในระดับต่ำ โดยมีพีอีประมาณ 10 เท่า
นายนาวิน กล่าวว่า บริษัทจะเสนอขายออกกองทุนเปิดเค เอเชียน สมอลเลอร์ หุ้นทุน (KASIA) ระหว่างวันที่ 31 ต.ค.-6 พ.ย.นี้ ลงทุนขั้นต่ำ 5,000 บาท โดยลงทุนในหุ้นเอเชียผ่านกองทุนหลัก Templeton Asian Smaller Companies ซึ่งได้รับการจัดอันดับ 5 ดาวจากมอร์นิ่งสตาร์ บริหารจัดการโดย Franklin Templeton Investments นำทีมบริหารโดยมาร์ค โมเบียสส พร้อมทีมนักวิเคราะห์กระจายอยู่ตามประเทศเกิดใหม่ทั่วโลกกว่า 18 แห่ง รวมทั้งไทย
กองทุนจะเน้นลงทุนหุ้นขนาดกลางและเล็กที่มีศักยภาพการเติบโตสูงในภูมิภาคเอเชีย และแม้จะเน้นลงทุนในหุ้นของบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็ก แต่มูลค่าตามราคาตลาดเฉลี่ยของหุ้นส่วนใหญ่ที่กองทุนลงทุนจะอยู่ที่ประมาณ 1,400 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 4-5 หมื่นล้านบาท ซึ่งถือว่าค่อนข้างใหญ่เมื่อเทียบกับบริษัทในเมืองไทย
“ช่วง 11 ปีย้อนหลังกองทุนหุ้นขนาดกลางและเล็กให้ผลตอบแทนชนะหุ้นขนาดใหญ่ถึง 7 ปี โดยผลตอบแทนแพ้เพียง 4 ปี” นายนาวิน กล่าว







