
แบงก์รัฐหมดแรงส่ง
สศค.ระบุสินเชื่อโดยรวมเข้าสู่ภาวะหดตัว.
สศค.ระบุสินเชื่อโดยรวมเข้าสู่ภาวะหดตัว.
ลูกค้าไอแบงก์เอสเอ็มอีหนีขอรีไฟแนนซ์อื้อธนาคารรัฐหมดท่า สินเชื่อรวม 6 เดือนชะลอลง “ไอแบงก์เอสเอ็มอีแบงก์” โดนลูกค้ารีไฟแนนซ์เพียบ
สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยผลดำเนินงานสถาบันการเงินเฉพาะกิจในช่วง 6 เดือนแรกว่า ภาพรวมของสินเชื่อของสถาบันการเงินเฉพาะกิจขยายตัวในอัตราที่ชะลอลง ปริมาณการปล่อยสินเชื่อในภาคธุรกิจมีการหดตัวเกือบทุกประเภท ทั้งสินเชื่อภาคเกษตรกรรม อุตสาหกรรม สาธารณูปโภค โดยมี ยอดสินเชื่อคงค้างรวมกันกว่า 3.94 ล้านล้านบาท
ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) มียอดการปล่อยสินเชื่อหดตัวลงกว่า 3,000 ล้านบาท ทำให้สินเชื่อลดลงจาก 1.15 แสนล้านบาท เหลือแค่ 1.12 แสนล้านบาท ในไตรมาส 2
ด้านธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาด กลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) สินเชื่อหดตัวไปกว่า 3,000 ล้านบาท จากไตรมาสแรก 9.62 หมื่นล้านบาท ลดลงเหลือแค่ 9.28 หมื่นล้านบาท ในไตรมาส 2
“สาเหตุหลักที่สินเชื่อของ 2 ธนาคารลดลง เนื่องจากปัญหาภายในและมี ลูกค้าจำนวนหนึ่งรีไฟแนนซ์ไปใช้บริการทางการเงินกับธนาคารพาณิชย์ เนื่องจากวิตกกังวลกับข่าวสถานะทางการเงินของธนาคารรัฐ” แหล่งข่าว สศค. เปิดเผย
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า เท่าที่ติดตามสถานะของ 2 ธนาคาร ปรากฏว่ายังมีปริมาณลูกค้าที่ขอรีไฟแนนซ์ไปใช้บริการธนาคารพาณิชย์เฉลี่ยเดือนละ 1,5002,500 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้ได้กำชับให้ผู้บริหารธนาคารทั้งสองแห่งเร่งขยายการปล่อยสินเชื่อเพิ่มขึ้น และเร่งฟื้นฟูกิจการธนาคารให้กลับคืนสู่ภาวะปกติโดยเร็ว เพราะสถานะด้านเงินฝากเริ่มนิ่งจากก่อนหน้านี้ที่ลูกค้ามีการถอนเงินไปจำนวนมาก
ขณะที่ธนาคารออมสิน มียอดปล่อยสินเชื่อคงค้างเพิ่มขึ้นจากไตรมาสแรก 1.51 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นเป็น 1.52 ล้านล้านบาท ในไตรมาส 2
ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) มียอดปล่อยสินเชื่อจาก 1.07 ล้านล้านบาท ในไตรมาสแรก เป็น 1.2 ล้านล้านบาท ในไตรมาส 2
สำหรับธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ปล่อยสินเชื่อคงค้างจาก 7.13 แสนล้านบาท ในไตรมาสแรก เพิ่มเป็น 7.21 แสนล้านบาท ในไตรมาส 2 และธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (เอ็กซิมแบงก์) เพิ่มจาก 6.59 หมื่นล้านบาท เป็น 6.77 หมื่นล้านบาท
สศค.ยังชี้แจงอีกว่า ในด้านของภาพรวมคุณภาพสินเชื่อของสถาบันการเงินเฉพาะกิจนั้น แทบทุกธนาคารยังอยู่ ในเกณฑ์ที่ดี แม้ว่าสินเชื่อธุรกิจจะมี ยอดหนี้ด้อยคุณภาพ (เอ็นพีแอล) เพิ่มขึ้นบ้าง แต่ในภาพรวมยังถือว่าเป็นอัตราที่ ลดลง โดยอยู่ที่ระดับ 4.3% ของยอดสินเชื่อรวม ขณะที่ขีดความสามารถในการทำกำไรก็ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดีเพิ่มขึ้น 1.34 หมื่นล้านบาท เพิ่มจากไตรมาสแรกที่มีกำไร 3,982 ล้านบาท ขณะที่เงินกองทุนที่ระดับ 10.3% ถือว่าเพียงพอต่อการดำเนินงาน
ก่อนหน้านี้ นายครรชิต สิงห์สุวรรณ์ รักษาการผู้จัดการไอแบงก์ กล่าวว่า ในไตรมาส 3 ธนาคารสามารถแก้ไขหนี้เอ็นพีแอลไปแล้วกว่า 2.8 หมื่นล้านบาท จาก 4.2 หมื่นล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 6,000 ล้านบาท และเชื่อว่าจะ ปรับชั้นเป็นหนี้ปกติได้ 2.3 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะทำให้เงินที่สำรองกลับคืนมาเกือบ 1 หมื่นล้านบาท แต่เริ่มมีกำไรแล้ว 600 ล้านบาท







