
อย่ายอมแพ้
เมื่อพูดถึง “พิพิธภัณฑ์” หลายคนอาจร้องยี้ เพราะติดภาพว่าคร่ำครึน่าเบื่อ แต่อีกหลายคนอาจตาเป็นประกาย เพราะมองว่านี่คือแหล่งรวมอดีต ปัจจุบัน และอนาคต พร้อมแฝงแรงบันดาลใจอีกหลายๆ ด้าน
เมื่อพูดถึง “พิพิธภัณฑ์” หลายคนอาจร้องยี้ เพราะติดภาพว่าคร่ำครึน่าเบื่อ แต่อีกหลายคนอาจตาเป็นประกาย เพราะมองว่านี่คือแหล่งรวมอดีต ปัจจุบัน และอนาคต พร้อมแฝงแรงบันดาลใจอีกหลายๆ ด้าน
สำหรับผู้เขียนไม่ใช่แฟนพันธุ์แท้ของพิพิธภัณฑ์ แต่หากมีโอกาสก็จะไปเยี่ยมชมบ้าง ล่าสุด เพิ่งไปเที่ยวเล่นที่ “พิพิธภัณฑ์บะหมี่ถ้วย” (Cupnoodles Museum) ที่เมืองโยโกฮามา ประเทศญี่ปุ่น ที่เป็นพิพิธภัณฑ์แนวอินเตอร์แอคทีฟ มีกิจกรรมหลากหลายให้ผู้เข้าชมได้เพลิดเพลิน
กิจกรรมยอดฮิตของที่นี่คงเป็นการเรียนรู้กรรมวิธีทำบะหมี่ถ้วย สนนราคาค่าเรียน (เล่น) อยู่ที่ 300 เยนค่ะ แยกต่างหากจากค่าชมพิพิธภัณฑ์อีก 500 เยน
ผู้ร่วมกิจกรรมจะได้ออกแบบถ้วยบะหมี่ตามจินตนาการของตัวเอง ซึ่งจะมีโต๊ะพร้อมสีเมจิกให้วาดลายบนถ้วยบะหมี่กันอย่างเต็มที่เลยค่ะ พอวาดลายบนถ้วยบะหมี่เสร็จแล้ว เราก็เอาถ้วยไปให้พนักงานบรรจุบะหมี่เข้าไป ตามด้วยเลือกผงซุป เครื่องปรุงอื่นๆ แบบที่อยากได้ ก่อนที่พนักงานซีลปิดถ้วยให้เรียบร้อย
อีกกิจกรรมที่เห็นเข้าคิวรอกันคือ การทำราเมงที่คนร่วมกิจกรรมจะได้ทำราเมงจริงๆ เริ่มตั้งแต่นวดแป้งกันเลยทีเดียว ดูท่าทางน่าสนุกดี แต่น่าเสียดายที่ไม่ได้ร่วมกิจกรรมนี้ค่ะ
นอกจากกิจกรรมที่ให้คนชมพิพิธภัณฑ์มีส่วนร่วมแบบนี้แล้ว ก็ยังมีโซนฉายภาพยนตร์การ์ตูนบอกเล่าความเป็นมาของบะหมี่ถ้วย ซึ่งเป็นประวัติของ คุณโมโมฟุกุ อันโดะ ผู้ก่อตั้งบริษัท บะหมี่นิชชิน ค่ะ
การ์ตูนเรื่องนี้ดำเนินเรื่องรวดเร็ว บอกจุดเด่นจุดเปลี่ยนของการสร้างสรรค์นวัตกรรมชิ้นนี้ ตั้งแต่การคิดทำราเมงไก่กึ่งสำเร็จรูปใส่ซองในปี 2501 การคิดเอาบะหมี่บรรจุลงถ้วย เพื่อความสะดวกในการกิน เมื่อปี 2514 และนวัตกรรมชิ้นสุดท้ายคือ ราเมงสำหรับกินในอวกาศ เมื่อปี 2548 ที่เป็นการทำฝันให้เป็นจริงของคุณอันโดะในช่วงบั้นปลายชีวิตแล้วค่ะ เพราะคุณอันโดะเสียชีวิตในอีก 2 ปีหลังจากนั้น หรือในปี 2550
หลังดูการ์ตูนชีวิตของคุณอันโดะแล้ว ก็เห็นจริงๆ ค่ะว่า ความฝันของมนุษย์เราไม่มีที่สิ้นสุดจริง และถ้าทุ่มเทและไม่ละความพยายาม ทุกอย่างล้วนเป็นไปได้ทั้งนั้น อย่างคุณอันโดะก็อุทิศชีวิตทั้งชีวิตให้กับอาหารและการคิดหาวิธีใหม่ๆ ในการปรุงและเก็บรักษาอาหาร และไม่เคยล้มเลิกความตั้งใจจนกว่าตัวเองจะบรรลุเป้าหมาย
สำหรับวันนี้ก็ขอฝากแนวคิดการสร้างสรรค์สไตล์อันโดะไว้หน่อยนะคะ เผื่อจะช่วยให้เด็กไทยกล้าคิดมากขึ้น นอกจากเก่งท่องจำแล้ว
ข้อแรกคือ ค้นพบสิ่งที่เป็นของใหม่จริงๆ 2.มองหาแรงบันดาลใจเพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ จากสิ่งที่อยู่รายรอบตัวเอง อย่างคุณอันโดะ ได้แนวคิดทำราเมงกึ่งสำเร็จรูปมาจากการเห็นคนฮิตกินราเมงกันในสมัยนั้น 3.ฟูมฟักต่อยอดแนวคิดของตัวเอง 4.มองสิ่งต่างๆ ในทุกแง่ทุกมุม 5.ทำอะไรให้แตกต่างกับชาวบ้าน อย่าเอาแต่ทำตามสิ่งที่เคยเป็นมาอย่างเดียว และสุดท้ายและอาจจะสำคัญที่สุดในความคิดของผู้เขียนคือ Never give up หรืออย่ายอมแพ้ค่ะ แม้จะล้มเหลวในครั้งแรกๆ ก็ต้องพยายามต่อไป เพราะทุกอย่างเป็นไปได้ในโลกใบนี้







