
ทันสถานการณ์
ปลัดเกษตรฯ ไม่หวั่นม็อบนม
ปลัดเกษตรฯ ไม่หวั่นม็อบนม
นายชวลิต ชูขจร ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังการประชุมอนุกรรมการบริหารโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียนและแกนนำเกษตรกรผู้เลี้ยงวัวนมว่า ได้มอบให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ไปเจรจาสหกรณ์ผู้ผลิตนมโรงเรียนเพื่อขอให้ช่วยแบ่งงานผลิตนมโรงเรียนที่ได้รับจัดสรรไปให้สหกรณ์ทั้งสามแห่ง คือ สหกรณ์โคนมไทยมิลล์ สหกรณ์โคนมปากช่อง และสหกรณ์โคนมมวกเหล็ก เพื่อช่วยให้มีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้น หลังต้องแบกภาระค่าใช้จ่ายจากการที่มีวัตถุดิบไม่เพียงพอต่อการผลิต
ทั้งนี้ สหกรณ์ 3 แห่งได้กู้เงินมาลงทุนขยายกำลังการผลิตของโรงงานเพิ่มเป็น 35 ตันต่อวัน จากเดิมผลิตได้ 20 ตัน ขณะที่มีการจัดสรรโควตาการผลิตนมโรงเรียน 2556/2557 เรียบร้อยแล้ว จึงขอให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ช่วยเจรจากับสหกรณ์ต่างๆ ให้ เชื่อว่า สหกรณ์ทั้งสามแห่งจะเข้าใจและไม่จัดม็อบมาหน้าทำเนียบฯ ตามคำขู่ก่อนหน้านี้
โครงการอาหารเสริมนมโรงเรียน มีสหกรณ์เข้าร่วม 67 แห่ง มีปริมาณน้ำนมดิบ 945 ตันต่อวัน จากสหกรณ์ผู้เลี้ยงโคนมทั้งหมด 90 แห่ง และมีผลผลิตวันละ 1,900 ตัน
รถไฟสายเหนือซ่อมไม่เสร็จ
นายประภัสร์ จงสงวน ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการปิดซ่อมแซมรางรถไฟสายเหนือจากสถานีศิลาอาสน์ จ.อุตรดิตถ์ ถึงสถานีเชียงใหม่ว่า ยังไม่สามารถเปิดให้บริการได้ทันตามกำหนดวันที่ 1 พ.ย.นี้ และต้องขยายเวลาซ่อมออกไปอีก 30 วันไปเป็นวันที่ 1 ธ.ค. 2556 แทน เนื่องจากการซ่อมแซมเป็นไปอย่างยากลำบาก โดยเฉพาะบริเวณอุโมงค์ขุนตานที่มีปัญหาน้ำลอดเข้ามาในอุโมงค์ ส่งผลให้บริการรถไฟสายเหนือจะเปิดให้เดินรถได้แค่กรุงเทพฯศิลาอาสน์ จ.อุตรดิตถ์ เท่านั้น
ทั้งนี้ ได้รายงานให้นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม และคณะกรรมการ ร.ฟ.ท.ทราบแล้ว ส่วนตั๋วที่ขายล่วงหน้าไปแล้วกว่า 60% ผู้โดยสารสามารถรับเงินคืนหรือมาใช้บริการวันที่ 1 ธ.ค.นี้ได้
ยกเครื่องร้านถูกใจรับเออีซี
น.ส.นพพร ลิ้นทอง รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมได้ว่าจ้างมหาวิทยาลัยกรุงเทพทำการศึกษาวิจัยและพัฒนาการประกอบธุรกิจร้านค้าถูกใจว่า จะพัฒนาอย่างไรเพื่อให้การทำธุรกิจยั่งยืน และอยู่รอดได้หลังเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) โดยจะคัดเลือกร้านถูกใจ 50 ร้านค้า จาก 6,000 ร้าน เป็นต้นแบบการพัฒนา ซึ่งจะเริ่มโครงการพัฒนาตั้งแต่เดือน ม.ค. 2557 และภายในเดือน ส.ค. 2557 จะสามารถผลักดันให้ร้านถูกใจ ทั้ง 6,000 ร้าน ได้รับการพัฒนาจนแข่งขันได้
ทั้งนี้ การดูแลร้านถูกใจจะไม่มีงบสนับสนุน แต่จะใช้งบที่เหลือประมาณ 100 ล้านบาท อบรม พัฒนาให้ความรู้ว่าจะทำอย่างไรเพื่อให้ร้านค้าทั่วไปเลี้ยงตัวเองและอยู่รอด เพื่อรองรับการแข่งขันค้าปลีกที่จะรุนแรงขึ้นหลังเปิดเออีซี
สำหรับความคืบหน้าจัดทำข้าวถุงรวมใจนั้น ขณะนี้องค์การคลังสินค้า (อคส.) อยู่ระหว่างคัดเลือกผู้ปรับปรุงและบรรจุหีบห่อ และตรวจสอบคุณสมบัติผู้กระจายข้าวถุงรวมใจ ซึ่งอาจไม่ทันกำหนดเดิมที่จะกระจายข้าวถุงรวมใจออกสู่ท้องตลาดในวันที่ 28 ต.ค.นี้
ด้านการขึ้นทะเบียนร้านค้าทองหรือผู้ค้าทอง นั้น กรมการค้าภายในกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำลังศึกษาว่าจะใช้กฎระเบียบหรือกฎหมายใดเข้ามาดูแล







