posttoday
เศรษฐกิจไทย ภายใต้วิกฤตการเมือง

เศรษฐกิจไทย ภายใต้วิกฤตการเมือง

28 ตุลาคม 2556

บรรยากาศการเมืองในประเทศของไทยช่วงนี้มีแนวโน้มที่จะเพิ่มความร้อนแรงและจะกลายเป็นปัจจัยเสี่ยงในระดับต้น แซงหน้าปัจจัยความเสี่ยงจากภัยน้ำท่วม ขณะที่ปัจจัยความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลกลดความร้อนแรงลงชั่วขณะหนึ่ง หลังจากสภาคองเกรสสหรัฐอเมริกาผ่านกฎหมายเพิ่มเพดานหนี้สาธารณะ

บรรยากาศการเมืองในประเทศของไทยช่วงนี้มีแนวโน้มที่จะเพิ่มความร้อนแรงและจะกลายเป็นปัจจัยเสี่ยงในระดับต้น แซงหน้าปัจจัยความเสี่ยงจากภัยน้ำท่วม ขณะที่ปัจจัยความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลกลดความร้อนแรงลงชั่วขณะหนึ่ง หลังจากสภาคองเกรสสหรัฐอเมริกาผ่านกฎหมายเพิ่มเพดานหนี้สาธารณะ

การเมืองในประเทศที่มีแนวโน้มกดดันเสถียรภาพรัฐบาล ขณะนี้จะมาจาก 2 ประเด็น คือ ประการแรก ความขัดแย้งเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม โดยเฉพาะประเด็นการคืนเงินให้กับอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และการแก้ไขร่างกฎหมายนิรโทษกรรมแบบเหมายกเข่ง ทำให้เกิดการขัดแย้ง ทั้งจากซีกรัฐบาลและจากซีกที่ต่อต้านรัฐบาลมาก่อนหน้านี้ จากโพลทั้งของนิด้าโพล และเอแบคโพล เห็นว่า “จะเป็นเหตุเพิ่มความขัดแย้งให้บานปลายยืดเยื้อ และอาจมีจำนวนผู้ประท้วงไม่เห็นด้วยจำนวนมาก” ซึ่งอาจจะทำให้บานปลายหากมีการปะทะกัน

ประการที่ 2 เกี่ยวกับคดีปราสาทพระวิหาร ที่เป็นความขัดแย้งระหว่างประเทศไทยและกัมพูชา และศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ หรือศาลโลก จะมีคำตัดสินในวันที่ 11 พ.ย. 2556 ไม่ว่าผลการตัดสินจะออกมาในทางใด (ยกเว้นกรณีศาลโลกยกฟ้อง) ก็จะกลายเป็นปัจจัยล่อแหลมทางการเมืองของทั้งสองประเทศ โดยเฉพาะหากเกิดการกระทบกระทั่งทางชายแดน รวมถึงกลายเป็นชนวนให้เกิดการคลั่งชาติ ก็จะกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาล ทั้งนี้ มูลค่าทางเศรษฐกิจ ไทยส่งออกสินค้าไปกัมพูชาปีนี้น่าจะมีมูลค่า 1.25 แสนล้านบาท เติบโตร้อยละ 7.0 โดยไทยได้เปรียบดุลการค้าร้อยละ 93.70 ของมูลค่าการส่งออก

จากที่กล่าวมาเห็นได้ว่า ประเทศไทยกำลังผจญกับปัญหาวิกฤตทางเศรษฐกิจแบบทวิลักษณ์ (Dual Economic Crisis) คือ เกิดวิกฤตซ้อนวิกฤต ทั้งจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ส่งผลกระทบต่อภาคส่งออก ที่คาดว่าปี 2556 คงถึงขั้นขยายตัวได้ร้อยละ 2.5 หรือมากกว่าเล็กน้อย ส่งผลกระทบต่อเนื่องไปสู่อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง และภาคบริการ รวมทั้งราคาสินค้าเกษตรที่ตกต่ำเป็นประวัติการณ์ และกระทบต่อเนื่องไปสู่การชะลอตัวของภาคการบริโภคภายใน ที่คาดว่าอาจขยายตัวได้เพียงร้อยละ 2.5 จากปี 2555 ที่ขยายตัวร้อยละ 6.7 ขณะเดียวกัน ปัญหาการเมืองในประเทศ กลายเป็นชนวนที่อาจก่อให้เกิดการชุมนุมต่อต้านรัฐบาล จนลุกลามเป็นวิกฤตการเมืองในประเทศ วิกฤตซ้อนวิกฤตที่เกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน ส่งผลต่อภูมิต้านทานของภาคเอกชนที่อ่อนแอและเปราะบางอยู่ก่อนหน้า จนถึงขั้นอาจรับไม่ไหว สะท้อนจากดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม ของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เดือน ก.ย. ที่หดตัวเหลือเพียง 90.4 ต่ำสุดในรอบ 23 เดือน และเป็นไปได้ว่าในเดือน ต.ค. ความเชื่อมั่นด้านเศรษฐกิจของภาคเอกชนจะลดต่ำลงไปอีก อีกทั้ง การชุมนุมที่ยืดเยื้อและขยายตัวไปสู่ความรุนแรง จะกระทบต่อการท่องเที่ยวที่ยังขยายตัวได้ดี เพียงภาคส่วนเดียว จะยิ่งกดดันเศรษฐกิจของไทยให้ชะลอตัวไปมากขึ้น

ทางออกของการแก้ปัญหาของวิกฤตการเมืองในประเทศ ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ เป็นเรื่องต่อเนื่องมาช้านานหลายปี ผลเสียทางเศรษฐกิจที่เกิดกับประเทศไทยมากเท่าไรคงไม่ต้องพูดถึง เป็นเรื่องที่เกิดจากปัญหาการปรองดอง ยิ่งปล่อยไว้ก็มีแต่หายนะให้กับประเทศและลูกหลานของเรา ผู้ที่เกี่ยวข้องกับปัญหาจะต้องแบ่งปันพื้นที่ให้แต่ละกลุ่มที่มีความขัดแย้ง สามารถแสดงความคิดเห็น การรับฟังและเข้าใจปัญหาของแต่ละฝ่าย การยอมเสียประโยชน์ส่วนบุคคลแลกกับความสงบสุขและประโยชน์ของชาติเป็นสิ่งสำคัญ การแก้ปัญหาต้องร่วมด้วยช่วยกัน ไม่มีใครจะช่วยแก้ปัญหานี้ได้ นอกจากคนไทยด้วยกันเอง

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ