posttoday
กลุ่มโทรคมนาคมน้ำหนักมากกว่าตลาด

กลุ่มโทรคมนาคมน้ำหนักมากกว่าตลาด

28 ตุลาคม 2556

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ธนชาต คงน้ำหนักมากกว่าตลาดในกลุ่มโทรคมนาคมของไทย ด้วยเหตุผลว่ากลุ่มนี้กำลังก้าวเข้าสู่วงจรกำไรรอบใหม่ ในขณะที่มีอัตราเงินปันผลสูงที่สุดและยั่งยืนที่สุดในกลุ่มเพื่อการบริโภคและซื้อขายที่ต่ำกว่ามูลค่ายุติธรรมของตัวเองและบริษัทในกลุ่มบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น (INTUCH) เป็นหุ้นที่น่าลงทุนที่สุด

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ธนชาต คงน้ำหนักมากกว่าตลาดในกลุ่มโทรคมนาคมของไทย ด้วยเหตุผลว่ากลุ่มนี้กำลังก้าวเข้าสู่วงจรกำไรรอบใหม่ ในขณะที่มีอัตราเงินปันผลสูงที่สุดและยั่งยืนที่สุดในกลุ่มเพื่อการบริโภคและซื้อขายที่ต่ำกว่ามูลค่ายุติธรรมของตัวเองและบริษัทในกลุ่มบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น (INTUCH) เป็นหุ้นที่น่าลงทุนที่สุด

อุตสาหกรรมโทรศัพท์มือถือของไทยเพิ่งก้าวเข้าสู่วงจรกำไรรอบใหม่ ซึ่งใช้เวลานานกว่าปี 2558

บล.ธนชาต ประมาณการกำไรโตที่ 23% ต่อปี ในปี 2556-2558 และเพิ่มขึ้นเป็น 19% ต่อปี ในปี 2559-2561 โดยปัจจัยผลักดันกำไรปี 2556-2558 คือการเติบโตของข้อมูล และอัตรากำไรที่สูงขึ้นบนประโยชน์จากการผ่อนคลายกฎระเบียบและผลกระทบจากการจัดการหนี้ ทั้งนี้การเข้าถึงของข้อมูลอยู่ที่ 20% ในไตรมาส 2 ปีนี้ และการเข้าถึงของสมาร์ทโฟนอยู่ที่ 22% ในปี 2555 เมื่อสัมปทานหมดอายุหลังจากปี 2558 จะไม่มีค่าใช้จ่ายตัดจำหน่าย 2จี ซึ่งจะช่วยกระตุ้นกำไรสูงขึ้น

นอกจากนี้ ยังเห็นโอกาสปรับขึ้นประมาณการเพราะยังไม่ได้รวมปัจจัยส่วนแบ่งรายได้จากธุรกิจ Wire Broadband แม้จะมีการลงทุนรอบใหม่

บล.ธนชาต เห็นเรื่องราวการจ่ายปันผลสูงของกลุ่ม และการจ่ายปันผล 100% ของผู้ประกอบการหลักมีความยั่งยืน เพราะ

ประการแรก หลังจากการลงทุนรอบใหม่ คาดว่าจะเห็นกำไรและกระแสเงินสดตามมาเร็วๆ นี้

ประการที่สอง ฐานกระแสเงินสดจากแพลตฟอร์ม 2จี เดิมมีขนาดใหญ่มาก ผู้ประกอบการหลักมีกำไรก่อนหักดอกเบี้ยภาษีและค่าเสื่อมราคา (EBITDA) อยู่ที่ 2 เท่าของการลงทุน 3จี ต่อปี

ประการที่สาม ระดับหนี้สินต่อทุนสุทธิ (net D/E) ต่ำอยู่ที่0.4 เท่า ไม่รวมบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE)

ประการที่สี่ ระยะการลงทุนหนักอยู่ที่เพียง 34 ปี ในขณะกระแสเงินสดที่ได้ยาวกว่าระยะเวลาของใบอนุญาตที่ 15 ปี

นอกจากจะมีการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบในอนาคตหรือข้อกำหนดการลงทุนเปลี่ยนไป

“เราเห็นรูปแบบการจ่ายเงินปันผลสูงสามารถทำได้ต่อไปเรื่อยๆ คล้ายกับบริษัท บีอีซี เวิลด์ (BEC) ที่มีการจ่ายกำไรทั้งหมดเป็นเงินปันผลมากว่า 10 ปีแล้ว

ราคาหุ้นของกลุ่มปรับตัวดีในปีนี้ แต่เห็นการทบทวนอีกในอนาคตจาก

ประการแรก สัดส่วนราคาต่อกำไร (P/E) 2557 ที่ 15 เท่ายังคงต่ำกว่าวงจรการเติบโตรอบเก่าอยู่ในระดับสูงที่ 26 เท่าในช่วงต้น 2000s แม้ขณะนี้มีพื้นฐานดีกว่าและความเสี่ยงด้านกฎระเบียบที่ต่ำกว่า

ประการที่สอง มูลค่ากิจการต่อกำไรก่อนหักดอกเบี้ยภาษีและค่าเสื่อมราคา (EV/EBITDA) ปี 2557 ต่ออัตราการเติบโตต่ำกว่า1 เท่า ในขณะที่อัตราเติบโตสัดส่วนราคาต่อกำไร (PEG) ต่ำกว่าที่ 0.48 เท่า

ประการที่สาม อัตราผลตอบแทนเงินสด เป็นลบในวงจรลงทุนก่อนหน้านี้ แต่ขณะนี้อยู่ที่ 4% ก่อนเพิ่มขึ้นหลังปี 2557 เมื่อประโยชน์จาก 3จี เกิดขึ้น

บล.ธนชาต ปรับปีฐานราคาเป้าหมายด้วยวิธีคิดลดกระแสเงินสดเป็นปี 2557 และราคาเป้าหมายของสามผู้ประกอบการ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็สคอมมูนิเคชั่น (DTAC) และ INTUCH เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 8% หรือมีโอกาสขึ้นมากกว่า 30% ของแต่ละหุ้นจากราคาในตลาดปัจจุบัน

บล.ธนชาต ชอบ INTUCH มากที่สุด เนื่องจากเป็นเหมือนการซื้อ ADVANC ในราคาที่ถูกลง ในขณะที่มีอัตราการเติบโตที่แข็งแกร่งและมีอัตราผลตอบแทนสูงกว่า และแนะนำ “ซื้อ” DTAC

นอกจากนี้ แม้ว่าจะมองบวกต่อแผนการจัดตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน (IFF) ของ TRUE แต่ข่าวบวกสะท้อนในราคาแล้ว ดังนั้นจึงคงคำแนะนำ “ขาย

บล.ธนชาต คงคำแนะนำ “ซื้อ” ADVANC เพื่อสะท้อนถึงการใช้บริการเสียงที่อ่อนตัวลงกว่าคาด และประมาณการอัตราการเติบโตของรายได้จากการให้บริการข้อมูลที่สูงเกินไป

ดังนั้น จึงปรับลดอัตราการเติบโตของรายได้ของเราลงราว 4% ในปี 2556-2557 และปรับเพิ่มสมมติฐานค่าใช้จ่ายทางการตลาดขึ้น

นอกจากนี้ ยังปรับลดประมาณการกำไรลงราว 10% ในปี2556-2558 เนื่องจากปรับลดค่าธรรมเนียมใบอนุญาตล่วงหน้าลงเป็น 1 หมื่นล้านบาท จาก 1.5 หมื่นล้านบาท และปรับมาใช้ปี2557 เป็นปีฐาน สุทธิแล้วราคาเป้าหมายจึงถูกปรับขึ้นราว 7% เป็น 340 บาท/หุ้น

แม้หุ้น ADVANC จะปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง แต่ซื้อขายที่ P/E ที่เพียง 17 เท่า เทียบกับกำไรต่อหุ้น (EPS) ที่คาดว่าจะเติบโตเฉลี่ยต่อปีในช่วง 3 ปีที่ 26% (ปี 2557-2559) ขณะที่อัตราผลตอบแทนปันผล (Dividend Yield) ของ ADVANC อยู่ที่ 5.7% ในปี 2557 สูงที่สุดเมื่อเทียบกับหุ้นขนาดใหญ่พื้นฐานดี 10 อันดับแรกและให้อัตราผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น (ROE) สูงที่สุดในตลาดที่ระดับมากกว่า 90% ในปีหน้า และด้วยมีโอกาสราคาขึ้น 31%

นอกจากนั้น คงคำแนะนำ “ซื้อ” DTAC เพื่อสะท้อนค่าโครงข่ายโทรคมนาคมและค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่สูงขึ้น โดยปรับลดกำไรของ DTAC เฉลี่ย 11% ในปี 2556-2558 เนื่องจากปรับฐานประมาณการด้วยวิธี DCF เป็นปี 2557 ทำให้ราคาเป้าหมายเพิ่มขึ้น 8%เป็น 155 บาท

นอกจากนี้ ได้เพิ่ม DTAC เข้ามาในหุ้นที่น่าซื้อที่สุด ที่มี INTUCH อยู่แล้ว เนื่องจาก DTAC มีมูลค่าถูกกว่า ADVANC แนวโน้มกำไรสูงขึ้น และผลตอบแทนจากเงินปันผลสูง และด้วยโอกาสปรับขึ้น35% ต่อราคาเป้าหมายใหม่

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี