posttoday
จับตาชะตาคิวอี

จับตาชะตาคิวอี

28 ตุลาคม 2556

ในสัปดาห์นี้ สายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย คาดว่าค่าเงินบาทจะยังเคลื่อนไหวอยู่ในแนวโน้มที่ยังแข็งค่าขึ้น โดยให้กรอบการเคลื่อนไหวอยู่ในช่วงระหว่าง 30.90-31.20 บาทต่อเหรียญสหรัฐ เนื่องจากคาดว่าน่าจะยังมีกระแสเงินทุนไหลเข้าจากต่างประเทศมาสู่ตลาดไทย หลังจากการคาดการณ์เรื่องการปรับลดมาตรการคิวอีลงอย่างมาก ซึ่งถือเป็นแรงหนุนสำหรับสินทรัพย์เสี่ยงโดยรวม

ในสัปดาห์นี้ สายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย คาดว่าค่าเงินบาทจะยังเคลื่อนไหวอยู่ในแนวโน้มที่ยังแข็งค่าขึ้น โดยให้กรอบการเคลื่อนไหวอยู่ในช่วงระหว่าง 30.90-31.20 บาทต่อเหรียญสหรัฐ เนื่องจากคาดว่าน่าจะยังมีกระแสเงินทุนไหลเข้าจากต่างประเทศมาสู่ตลาดไทย หลังจากการคาดการณ์เรื่องการปรับลดมาตรการคิวอีลงอย่างมาก ซึ่งถือเป็นแรงหนุนสำหรับสินทรัพย์เสี่ยงโดยรวม

ทั้งนี้ การคาดการณ์ที่เปลี่ยนไป สะท้อนได้จากผลการสำรวจรอบล่าสุดของบลูมเบิร์กที่บ่งชี้ว่า นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มองว่าเฟดจะเริ่มปรับลดคิวอีในเดือน มี.ค.ปีหน้า เนื่องจากต้นปี 2557 สหรัฐจะเผชิญความไม่แน่นอนเรื่องหนี้ของสหรัฐอีกรอบหนึ่ง การลดการสนับสนุนเศรษฐกิจจากนโยบายการเงินในช่วงนี้อาจยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมนัก

สัปดาห์นี้นักลงทุนยังคงต้องติดตามการประชุมนโยบายการเงินของสหรัฐ เพื่อรอดูความเห็นของคณะกรรมการนโยบายการเงินว่ามีความเห็นเช่นใดกับเศรษฐกิจ

ขณะเดียวกัน การที่รัฐบาลสหรัฐเริ่มกลับมาเปิดทำการอีกครั้งในสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้หลายหน่วยงานสามารถเริ่มเปิดเผยข้อมูลทางเศรษฐกิจของสหรัฐได้ ตัวเลขที่ตลาดจับตามองเป็นพิเศษ ได้แก่ ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือน ก.ย. ซึ่งออกมาสร้างความผิดหวังให้แก่ตลาด เพราะมีการจ้างงานเพิ่มขึ้นเพียง 1.48 แสนตำแหน่ง ขณะที่การคาดการณ์ของตลาดอยู่สูงถึง 1.8 แสนตำแหน่ง ยิ่งทำให้น้ำหนักของการคงการเข้าซื้อสินทรัพย์ของเฟดปรับเพิ่มขึ้น สำหรับประเด็นในประเทศช่วงปลายสัปดาห์ ตลาดได้เห็นการปรับลดการประมาณการเศรษฐกิจ รวมถึงแนวโน้มเงินเฟ้อของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) อย่างเป็นทางการ ในครั้งนี้ ธปท.คาดว่าเศรษฐกิจไทยน่าจะขยายตัวได้ 3.7% ในปีนี้ ซึ่งเป็นการปรับลดการประมาณการจากครั้งก่อนที่คาดไว้ที่ 4.2% ขณะที่ในปี 2557 เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มที่ดีขึ้น โดยมองว่าจะขยายตัวได้ 4.8% (เทียบกับการประมาณการครั้งก่อนหน้าที่ 5%)

ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดไทยยังเห็นเงินทุนไหลเข้าจากต่างประเทศอยู่ โดยเป็นการเข้าซื้อสุทธิในตลาดหุ้นจำนวนเพียง 504 ล้านบาท เนื่องจากประเด็นเรื่องการเมืองในประเทศกลับมาเป็นปัจจัยกดดันตลาดอีกครั้ง ขณะที่ในตลาดพันธบัตรเห็นการเข้ามาซื้อสุทธิเป็นจำนวนมากถึง 1.09 หมื่นล้านบาท สำหรับตลาดหุ้นกู้ในตลาดแรก ภาคเอกชนมีการเสนอขายหุ้นกู้กลุ่มเงินทุน อายุ 10 ปี อันดับเครดิต A+ อัตราดอกเบี้ย 5% จำนวนที่เสนอขายต่อผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่อยู่ที่ 1,300 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีหุ้นกู้กลุ่มลีสซิ่ง อายุ 4 ปี อันดับเครดิต BBB+ อัตราดอกเบี้ย 4.8% จำนวน 3,000 ล้านบาท เสนอขายผู้ลงทุนทั่วไป สำหรับในตลาดรอง หุ้นกู้ที่มีปริมาณซื้อขายกันมากในสัปดาห์นี้เป็นกลุ่มอายุประมาณ 3 เดือน อันดับความน่าเชื่อถือ AA อัตราผลตอบแทนที่ซื้อขายกันประมาณ 2.9-2.95% และกลุ่มอายุประมาณ 1.5 ปี อันดับความน่าเชื่อถือ A อัตราผลตอบแทนที่ซื้อขายกันประมาณ 3.43.43% และกลุ่มอายุประมาณ 3 ปี อันดับความน่าเชื่อถือ AAA อัตราผลตอบแทนที่ซื้อขายกันประมาณ 3.5-3.55%

ทำให้สัปดาห์นี้ยังมีปัจจัยที่น่าติดตามจากสหรัฐ คือ การประชุมนโยบายการเงินของเฟด ยอดค้าปลีก ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค และดัชนีราคาบ้าน ส่วนฝั่งยูโรโซนมีดัชนีความเชื่อมั่นจากหลายภาคส่วนของเศรษฐกิจ และอัตราการว่างงาน นอกจากนี้ยังมีดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตจากทางการจีน (PMI)

สำหรับค่าเงินบาทในสัปดาห์ที่ผ่านมา เปิดที่ระดับ 31.08 บาทต่อเหรียญสหรัฐ และตลอดทั้งสัปดาห์เคลื่อนไหวอยู่ในกรอบแคบ และอยู่ในแนวโน้มแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากนักลงทุนเริ่มกลับมาลงทุนในสินทรัพย์ของตลาดเกิดใหม่ หลังเรื่องปัญหาหนี้ในสหรัฐคลี่คลายลงบ้าง อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเรื่องการเมืองในประเทศถือเป็นปัจจัยที่จำกัดการแข็งค่าของเงินบาท หากเปรียบเทียบกับการแข็งค่าของค่าเงินสกุลอื่นในภูมิภาค ปลายสัปดาห์ ค่าเงินบาทอยู่ที่ 31.07 บาทต่อเหรียญสหรัฐ (ณ วันศุกร์ เวลาประมาณ 18.00 น.)

ด้านค่าเงินยูโร เปิดตลาดที่ระดับ 1.3686 ยูโรต่อเหรียญสหรัฐ ก่อนที่จะพุ่งขึ้นไปแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบสองปี ที่ 1.3832 ยูโรต่อเหรียญสหรัฐ เนื่องจากข้อมูลการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาด ส่งผลให้ผู้เล่นในตลาดเชื่อว่าเฟดจะคงระดับการซื้อพันธบัตร หรือคิวอีต่อไป เพื่อหนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ และปัจจัยนี้จะกดดันค่าเงินดอลลาร์ให้อยู่ในระดับที่อ่อนค่าไปอีกสักพัก ณ วันศุกร์ ค่าเงินยูโรปรับลงมาอยู่ที่ระดับ 1.3803 ยูโรต่อเหรียญสหรัฐ (เวลาประมาณ 18.00 น.)

ขณะที่ค่าเงินเยน เปิดตลาดที่ระดับ 97.70 และปรับตัวอยู่ในระดับ 98.00-98.40 ในช่วงต้นสัปดาห์ หลังจากที่ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น กล่าวว่า การผ่อนคลายนโยบายการเงินยังคงมีความจำเป็นตราบใดที่อัตราเงินเฟ้อยังต่ำกว่า 2% อย่างไรก็ตาม ธนาคารกลางได้ปรับการคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจของทั้ง 9 จังหวัดของญี่ปุ่นขึ้นจากที่ประเมินในสามเดือนก่อน

ทั้งนี้ รัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจของญี่ปุ่น กล่าวว่า กิจกรรมทางเศรษฐกิจในช่วงล่าสุดได้ชะลอตัวลงเล็กน้อย แต่ความเชื่อมั่นของภาคเอกชนยังคงอยู่ในภาวะที่แข็งแกร่งจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลในช่วงต่อไป ณ วันศุกร์ เงินเยนเคลื่อนไหวทรงตัวที่ระดับ 97.24 (เวลาประมาณ 18.00 น.)

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี