posttoday
ธปท.หั่นจีดีพีเหลือ3.7%

ธปท.หั่นจีดีพีเหลือ3.7%

27 ตุลาคม 2556

ส่งออกโต 1% ทำจีดีพีหด

ส่งออกโต 1% ทำจีดีพีหด

นายไพบูลย์ กิตติศรีกังวาน ผู้ช่วยผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยรายงานนโยบายการเงินฉบับล่าสุดว่า ธปท.ได้ปรับลดคาดการณ์ตัวเลขเศรษฐกิจ (จีดีพี) ไทยในปีนี้ลงมาอยู่ที่ 3.7% จากเดิมที่คาดไว้ 4.2% ภายใต้อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานที่ 1% และอัตราเงินเฟ้อทั่วไปที่ 2.2% พร้อมปรับลดตัวเลขการส่งออกลงเหลือ 1% จากเดิมที่คาดไว้ 4%

หลังจากพบว่าภาคการส่งออกยังคงชะลอตัวรุนแรง ขณะที่การบริโภคภาคเอกชนก็ยังอยู่ในช่วงพักฐานจากการที่ประชาชนระมัดระวังการใช้จ่าย ขณะที่แรงกระตุ้นจากภาครัฐยังออกมาต่ำกว่าที่คาด

สำหรับจีดีพีปีหน้า ธปท.คาดว่าจะขยายตัวที่ 4.8% ลดลงจากเดิมที่คาดไว้ 5% ส่วนการลงทุนปีหน้าคาดว่าจะโต 8.7% ลดลงจากเดิมที่คาด 9.9% อย่างไรก็ดี คาดว่าการส่งออกจะโต 7% ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก

“เศรษฐกิจไทยน่าจะอยู่ในช่วงตกท้องช้าง ซึ่งมองว่าการบริโภคน่าจะฟื้นกลางปีหน้า โดยรวมเศรษฐกิจมีเสถียรภาพ แต่ยังมีความไม่แน่นอนอยู่ว่าท้องช้างมันจะยาวแค่ไหน หรือระหว่างทางอาจจะมีการลดลงไปบ้างก็ได้” นายไพบูลย์ กล่าว

คลังสั่งออมสินอุ้มสภาพคล่อง 2 แบงก์รัฐ

นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ สศค.ได้กำชับให้ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) มีการปรับโครงสร้างเงินฝากเป็นระยะกลางและยาวเพิ่มขึ้น เพื่อไม่ให้มีปัญหาสภาพคล่องขึ้นอีกหลังจากที่ธนาคารทั้งสองแห่งเคยประสบปัญหาสภาพคล่องตึงตัวจากการถอนเงินฝากระยะสั้นของลูกค้า

พร้อมกันนี้ สศค.ยังได้ขอความร่วมมือไปยังสภาแบงก์รัฐที่มีธนาคารออมสินเป็นประธานให้เตรียมสภาพคล่องไว้ให้ทั้งสองธนาคาร หากมีปัญหาสภาพคล่องเกิดขึ้น เป็นการสร้างความมั่นใจให้กับผู้ฝากเงินของธนาคารทั้งสองแห่ง

นายสมชัย กล่าวว่า ถึงแม้ว่าแบงก์รัฐทั้งสองแห่งจะมีปัญหาการดำเนินงานภายในมาก โดยเฉพาะความขัดแย้งระหว่างฝ่ายบริหารกับฝ่ายนโยบาย แต่ทาง สศค.ในฐานะที่ดูแลนโยบายของแบงก์รัฐ ถือเป็นเรื่องภายในที่ธนาคารต้องดำเนินการแก้ไข เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับธนาคารและลูกค้า โดย สศค.จะประเมินผลงานของแบงก์ตาม KPI ที่วางไว้ว่าสามารถทำได้หรือไม่

คลังไฟเขียวตั้ง บย.ปล่อยกู้รายย่อย

นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าเกี่ยวกับมาตรการในการแก้ไขหนี้นอกระบบอย่างยั่งยืนว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างรอให้ทางธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกประกาศ ธปท. โดยกำหนดให้นิติบุคคลที่ต้องการจะปล่อยกู้ตามแนวทางดังกล่าว ซึ่งอยู่ในนามบริษัทสินเชื่อรายย่อย (บย.) สามารถปล่อยสินเชื่อให้ประชาชนรายย่อยได้ ซึ่งการดำเนินกิจการดังกล่าวจะต้องอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมของสถาบันการเงิน พ.ศ. 2523 ซึ่งการดำเนินการทั้งหมดจะอาศัยอำนาจตามประกาศของคณะปฏิวัติ ปว.58 เพื่อให้การดำเนินการรวดเร็วขึ้น โดยไม่ต้องออกกฎหมายใหม่

ทั้งนี้ เมื่อ ธปท.ออกประกาศเรียบร้อย ทางกระทรวงการคลังจะเร่งออกประกาศกระทรวง เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์และแนวทางในการดำเนินงานของ บย. โดยหลักเกณฑ์เบื้องต้นจะกำหนดให้นิติบุคคลที่จะเข้าร่วมเป็น บย. ต้องมีทุนจดทะเบียนที่ 10 ล้านบาท และสามารถปล่อยกู้ให้ประชาชนรายย่อย เพื่อนำไปประกอบอาชีพได้รายละไม่เกิน 1 แสนบาท รวมถึงสามารถคิดอัตราดอกเบี้ยรวมค่าธรรมเนียมไม่เกิน 36% โดยอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมในระดับดังกล่าวถือว่ายังต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยในการปล่อยกู้นอกระบบ

โดยคาดว่าน่าจะเริ่มดำเนินมาตรการดังกล่าวได้ภายในวันที่ 1 ม.ค. 2557 นี้ โดยในส่วนของการกำกับดูแลการดำเนินงานทั้งหมดจะเป็นการประสานงานร่วมกันระหว่าง ธปท.และกระทรวงการคลัง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท