
ดุลบัญชีเดินสะพัดปีนี้ติดลบเฉียด2%
แห่นำเข้าทองคำ ทำดุลบัญชีเดินสะพัดปีนี้ขาดดุล
แห่นำเข้าทองคำ ทำดุลบัญชีเดินสะพัดปีนี้ขาดดุล
นายไพบูลย์ กิตติศรีกังวาน ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท.ปรับประมาณการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดในปีนี้ใหม่ จากเดิมที่คาดว่าจะสมดุล เปลี่ยนเป็นขาดดุล 6,800 ล้านเหรียญสหรัฐหรือประมาณ 1.8% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) เนื่องจากมีการนำเข้าทองคำจำนวนมาก ทำให้ดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุล
อย่างไรก็ดี หากหักการนำเข้าทองคำออกจะทำให้ดุลบัญชีเดินสะพัดยังเป็นบวกอยู่ประมาณ 1.2% ของจีดีพี ฉะนั้นการขาดดุลบัญชีจึงไม่อยู่ในภาวะน่ากังวลอะไร เพราะเกิดจากการนำเข้าส่งออกทองคำที่เป็นการซื้อขายทำกำไรตามการเปลี่ยนแปลงของราคาทองคำ ไม่ใช่เกิดจากปัจจัยพื้นฐานของเศรษฐกิจ
นอกจากนี้ การขาดดุลบัญชีเดินสะพัดอีกส่วน ยังเกิดจากบริษัทรถยนต์ที่มีผลประกอบการดี จากโครงการรถยนต์คันแรกของรัฐบาลในปีนี้ ทำให้บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ส่งกลับกำไรไปให้บริษัทแม่ รวมทั้งต้องส่งเงินที่มีกำไรในส่วนที่จะลงทุนต่อเนื่องในไทยออกไปนอกประเทศก่อนค่อยนำเข้ามาใหม่ ทำให้ดุลบัญชีมีส่วนติดลบ
“การปรับมุมมองจากดุลบัญชีเดินสะพัดเป็นบวกมาเป็นติดลบ ไม่ได้น่ากังวล เพราะการติดลบไม่ใช่เกิดจากใช้จ่ายเกินตัวไม่มีประโยชน์ หรือเศรษฐกิจร้อนแรง ทำให้ไม่เป็นความเสี่ยงในอนาคตมากนัก และปีหน้าที่คาดว่าจะขาดดุลต่ออีกเป็น 7,000 ล้านเหรียญสหรัฐ เพราะคาดว่าภาครัฐจะนำเข้าเครื่องจักรมาลงทุนในโครงการต่างๆ อีก นักลงทุนที่มองไทยน่าจะเข้าใจว่าไม่ได้เป็นปัญหาจากเสถียรภาพเศรษฐกิจ” นายไพบูลย์กล่าว
สำหรับสถานการณ์ทางการเมืองที่กำลังเริ่มร้อนแรงขึ้น นายไพบูลย์ กล่าวว่า สถานการณ์ทางการเมืองคงมีผลต่อเศรษฐกิจบ้าง เพราะเท่าที่ติดตามดูแนวโน้มกราฟการเติบโตมันลดลงนั้น น่าจะเป็นผลจากความไม่แน่นอนในเรื่องความเสี่ยงของปัญหาเศรษฐกิจสหรัฐ ทั้งการหยุดทำการหน่วยงานราชการชั่วคราว การขยายเพดานหนี้ การปรับลดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณเงิน (คิวอี)
นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า ไทยมีพื้นฐานเศรษฐกิจเข้มแข็ง ยังเกินดุลบัญชีเดินสะพัด ค่าเงินบาทยังมีเสถียรภาพ เงินทุนสำรองเงินตราระหว่างประเทศสูงถึง 1.7 แสนล้านเหรียญสหรัฐ รายได้รัฐบาลในงบประมาณปี 2556 เกินเป้าหมาย 5 หมื่นล้านบาท
สำหรับสิ่งที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด คือ ในช่วงครบกำหนดชำระหนี้กลางเดือน ก.พ.ปีหน้า เพราะจะเกิดปัญหาเงินทุนไหลกลับไปยังสหรัฐ สถานการณ์ดังกล่าวจะต้องดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อไม่ให้ค่าเงินผันผวน และเงินทุนที่ไหลเข้ามาในช่วงนี้คงมีผลกระทบเพียงระยะสั้นเท่านั้น







