posttoday
จับตาเฟด...ระดับที่มีนัยสำคัญ 1,440 จุด

จับตาเฟด...ระดับที่มีนัยสำคัญ 1,440 จุด

26 ตุลาคม 2556

ทิศทางตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดเริ่มมีช่วงอ่อนตัวลง ไม่ผ่านระดับที่มีนัยสำคัญทั้งทางเทคนิคและทางพื้นฐานที่ 1,500 จุด

ทิศทางตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดเริ่มมีช่วงอ่อนตัวลง ไม่ผ่านระดับที่มีนัยสำคัญทั้งทางเทคนิคและทางพื้นฐานที่ 1,500 จุด โดยทำจุดสูงสุดที่ 1,485 จุด โดยแรงเทขายมีมากในวันจันทร์ จากประเด็นเรื่องการเมืองในประเทศ ประกอบกับนักลงทุนต่างชาติยังซื้อสุทธิไม่ต่อเนื่อง ส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยยังคงรีบาวด์อย่างจำกัด โดยประเด็นที่ยังหนุนตลาดได้เป็นเรื่องของ QE ที่ตลาดคาดว่าเฟดจะคงมาตรการไปจนถึงต้นปีหน้า เนื่องจากตลาดประเมินว่าเฟดอาจจะรอดูผลการเจรจาในคองเกรสว่าจะสามารถหาข้อสรุปได้ทันเส้นตายงบประมาณและเพดานหนี้ได้หรือไม่ หากไม่ทันจะมีความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจ จึงอาจทำให้เฟดคงมาตรการไว้จนกว่าจะได้ข้อสรุปเรื่องการปิดหน่วยงานรัฐบาลและเพดานหนี้

ทิศทางในสัปดาห์นี้ให้ติดตามผลการประชุมเฟด แม้ว่าตลาดจะคาดว่าเฟดจะคงปริมาณการซื้อพันธบัตร+MBS ไว้ที่ 8.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐต่อเดือนเช่นเดิม แต่คาดว่าอาจจะมีการส่งสัญญาณในอนาคตว่าจะมีการดำเนินการเช่นนี้ต่อไป ซึ่งในเบื้องต้นตลาดคาดว่า เฟดจะลดปริมาณการซื้อพันธบัตรลงในเดือน มี.ค. เนื่องจากหากคองเกรสไม่สามารถตกลงงบประมาณและเพดานหนี้ได้สำเร็จทันกำหนดเส้นตายวันที่ 17 ม.ค. และ 5 ก.พ.ตามลำดับ จะส่งผลเสียหายต่อเศรษฐกิจสหรัฐได้อีกครั้ง ทำให้ภาพรวมสภาพคล่องจะอยู่ในระบบนานกว่าเดิมที่เคยคาดไว้ว่าเฟดจะเริ่มลดปริมาณการซื้อพันธบัตรลงในปลายปี อย่างไรก็ตาม ทางเทคนิคมีแนวรับใหญ่ที่บริเวณ 1,4451,440 จุด หากอ่อนตัวลงหลุดต่ำกว่าทิศทางระยะสั้นจะกลับมาเป็นการแกว่งตัวลง

ภาพรวมคาดว่าตลาดมีโอกาสพักฐาน หลังจากทรงตัวมาระยะหนึ่งและเริ่มรับรู้ปัจจัยบวกไปในระดับหนึ่งแล้ว โดยตลาดยังไม่สามารถผ่านระดับที่มีนัยสำคัญที่ PER 13 เท่า หรือบริเวณ 1,500 จุดขึ้นไปได้ที่เป็นระดับที่มีนัยสำคัญทางพื้นฐาน ในขณะที่การอ่อนตัวลงประเมินว่าระดับที่นักลงทุนที่พิจารณาจากทางปัจจัยพื้นฐานจะเริ่มเข้าสะสมคือ ที่ระดับ 12 เท่า หรือบริเวณ 1,380 จุดลงมา หากมีช่วงปรับตัวลงแรงในกรณีที่มีปัจจัยลบกดดันคาดว่าที่บริเวณดังกล่าวคาดว่าจะสามารถรองรับการอ่อนตัวลงได้ นอกจากนี้ ประเด็นทางด้านการเมืองยังมีความเสี่ยง โดยเฉพาะหากมีการผลักดัน พ.ร.บ.นิรโทษสุดซอยอย่างที่ตลาดกังวลกัน ไม่ได้เป็นเพียงการโยนหินถามทาง

ปัจจัยทางด้านเทคนิคตลาดมีแนวรับสำคัญที่ 1,4451,440 จุด หากอ่อนตัวลงหลุดต่ำกว่าบริเวณดังกล่าวจะมีแนวรับถัดไปที่ 1,420 และ 1,380 จุด ที่จะทำให้หยุดไหลหรือดีดกลับในช่วงสั้น ส่วนแนวต้านในกรณีที่ไม่หลุด 1,4451,440 จุด จะอยู่ที่ 1,485 จุด โดยหากสามารถผ่านได้ทิศทางระยะกลาง จึงจะกลับมาเป็นการแกว่งตัวขึ้น โดยในเบื้องต้นตลาดมีความเสี่ยงขาสูงในกรณีอ่อนตัวลงหลุดแนวรับที่มีนัยสำคัญ

ด้านแนวโน้มทองคำ ราคากลับมาปรับตัวขึ้นต่อเนื่องหลังผ่านระดับที่มีนัยสำคัญทางเทคนิคที่ 1,300 เหรียญสหรัฐได้ อย่างไรก็ตาม การปรับตัวขึ้นเริ่มทยอยรับรู้ปัจจัยบวกเรื่องเฟดคงมาตรการ QE ไปจนถึงต้นปีหน้าไปในระดับหนึ่งแล้ว ทางเทคนิค หากปรับตัวลงหลุดต่ำกว่า 1,330 เหรียญสหรัฐ การพักฐานจะนาน ในขณะที่การปรับตัวขึ้นคาดว่ายังมีช่วงชะลอตัวที่ 1,360 และ 1,390 เหรียญสหรัฐ เชื่อว่าจะเริ่มเป็นจุดที่นักเก็งกำไรเริ่มรอขายทำกำไร หลังจากที่เข้าซื้อบริเวณ 1,300 เหรียญสหรัฐ

กลยุทธ์การลงทุนเราแนะนำให้นักลงทุนดูระดับดัชนีที่บริเวณ 1,440 จุด หากไม่อ่อนตัวลงต่ำกว่า ซื้อเก็งกำไรช่วงอ่อนตัวลง เพื่อรอทยอยขายช่วงปรับตัวขึ้น แต่ในกรณีที่อ่อนตัวลงหลุดต่ำกว่าให้ขายเพื่อไปรอซื้อคืนที่บริเวณ 1,420 หรือ 1,380 จุดเป็นหลัก โดยหุ้นที่คาดว่าจะได้รับความสนใจจะเป็นหุ้นในกลุ่มสื่อที่จะมีแรงซื้อเก็งกำไรหลังจากทาง กสทช.เปิดให้ยื่นประมูลใบอนุญาตทีวีดิจิตอลวันที่ 2829 ต.ค.นี้ ส่วนทองคำแนะนำให้ทยอยขายทำกำไรช่วงราคาปรับตัวขึ้น

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล